TTB คว้ากำไรครึ่งปีแรก1.01หมื่นล.
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 13.12 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 06.12 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - TTB โชว์กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 10,100 ล้านบาท ลดลง 6.2% จากปีก่อน ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีสหรัฐฯ และเศรษฐกิจชะลอ ส่งผล ROE เหลือ 8.5% แต่ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ 3 ด้าน รักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ–ยกระดับสู่ Humanized Digital Banking และเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น อัตราส่วน NPL อยู่ที่ 2.73% และ Coverage Ratio อยู่ที่ 149%
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB แจ้งกำไรสุทธิหลังค่าใช้จ่ายสำรองฯ และผลประโยชน์ทางภาษี ในไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 5,004 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.8 จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลงร้อยละ 7.2 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ร้อยละ 8.3 ลดลงจากไตรมาส 1/2568 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 8.6 และลดลงจากร้อยละ 9.3 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับรอบ 6 เดือนของปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 10,100 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) คิดเป็น ROE ที่ร้อยละ 8.5
สรุปผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2568 ของธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb)
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 สภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจยังคงเผชิญแรงกดดันจากนโยบายตอบโต้ทางภาษีของสหรัฐอเมริกา และผลกระทบที่อาจส่งต่อมายังภาคธุรกิจภายในประเทศ
ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอน โดยเน้นทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนเพื่อรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่ง และมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น
ธนาคารยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่:
1. การรักษาคุณภาพของพอร์ตสินทรัพย์ มุ่งเน้นการเติบโตของสินเชื่ออย่างระมัดระวัง บริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ให้ความช่วยเหลือลูกค้าผ่านโครงการ เช่น “โครงการรวมหนี้” และ “โครงการคุณสู้ เราช่วย”
2. การทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ดิจิทัล ยกระดับการดำเนินงานสู่รูปแบบ Humanized Digital Banking สร้างรายได้รูปแบบใหม่ ปรับโครงสร้างต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ
3. การยกระดับผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ด้วยการบริหารจัดการส่วนทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2568
• กำไรสุทธิอยู่ที่ 10,100 ล้านบาท ลดลง 6% YoY คิดเป็น ROE ที่ 8.5%
สะท้อนถึงผลการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ และความเข้มงวดในการควบคุมค่าใช้จ่าย
• อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (NIM) อยู่ที่ 3.13% อยู่ในกรอบเป้าหมาย (3.10–3.25%) แม้จะมีแรงกดดันจากดอกเบี้ยขาขึ้นและมาตรการช่วยลูกค้า
• ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการควบคุม Recurring Costs และการบริหารสาขา–บุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับที่ควบคุมได้
o ค่าใช้จ่ายสำรองฯ ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 8,874 ล้านบาท ลดลง 15% QoQ
o อัตราส่วน NPL อยู่ที่ 2.73% และ Coverage Ratio อยู่ที่ 149%
o มีการตั้งสำรองรองรับความเสี่ยงด้านนโยบายภาษีสหรัฐฯ แล้ว
ทิศทางสินเชื่อ
• แม้สินเชื่อรวมจะชะลอลง YTD แต่เห็นสัญญาณฟื้นตัวในกลุ่มสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง เช่น:
สินเชื่อบ้านแลกเงิน +2% QoQ สินเชื่อเล่มแลกเงิน +15% QoQ สินเชื่อบัตรเครดิต +1% QoQ
โครงสร้างเงินฝาก
• ธนาคารปรับกลยุทธ์เงินฝากให้สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยขาลง
• เงินฝากประจำลดลง 5.6% QoQ จากการครบกำหนดของเงินฝากระยะยาว
• เงินฝากไม่มีระยะ (No-Fixed) เพิ่มขึ้น 2% QoQ
• เงินฝากต้นทุนต่ำ (CASA) เพิ่มขึ้น 1% QoQ จากฐานลูกค้ากระแสรายวันและออมทรัพย์
ผลประโยชน์ทางภาษี
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 ธนาคารมีผลประโยชน์ทางภาษีคงเหลือ 8.2 พันล้านบาท สามารถทยอยรับรู้ได้จนถึงปี 2571 โดยใช้วิธีประมาณการตามรายได้ ไม่ได้ใช้วิธีเฉลี่ย (Straight-line)