โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ตำนาน "พระโคพระแก้ว" นิทานที่ทำ เขมร เชื่อสนิทใจว่า "ไทยเป็นขโมย"

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 14.07 น.

ต้องจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังตึงเครียด ขณะที่รายการโหนกระแสวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 พูดคุยกับนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและประวัติศาสตร์ภูมิภาค เผยให้เห็นรากของความขัดแย้งที่ไม่ใช่แค่เรื่องดินแดน แต่ฝังลึกถึงระดับจิตสำนึกทางวัฒนธรรมของชาวกัมพูชา

ผศ. ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ว่า กัมพูชายังคงยึดแนวคิดแบบสงครามเย็น ใช้การโฆษณาชวนเชื่อและอาวุธจรวดยิงประชาชนเป็นกลยุทธ์ ขณะที่โลกยุคใหม่ใช้ข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายเป็นเครื่องตัดสิน พร้อมเสนอให้นำเรื่องนี้สู่ศาลอาญาระหว่างประเทศเพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าไทยถูกรุกรานจริงหรือไม่

ในช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่ม กรรชัย พิธีกร ได้ถามถึงความเชื่อฝังลึกของกัมพูชาที่มองว่าไทย “ขโมย” บางสิ่งอันมีค่าจากพวกเขา ซึ่ง รศ. ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา อธิบายว่า ความเชื่อนี้เกิดจาก “นิทานพื้นบ้าน” ที่ถูกปลูกฝังมานานในสังคมกัมพูชา

นิทานเรื่อง“พระโคพระแก้ว” เล่าถึงพระโค (วัวศักดิ์สิทธิ์) และพระแก้ว (มนุษย์) ซึ่งเป็นพี่น้องกัน วันหนึ่งเมื่อสยามบุกตีกรุงละแวก พระโคออกสู้แต่พ่ายแพ้จึงเหาะหนีไป โดยมีพระแก้วเกาะหางตามไปด้วย สุดท้ายสยามชนะและพรากพระโคไปจากเขมร ซึ่งในนิทานกล่าวว่าภายในท้องพระโคบรรจุภูมิปัญญาและอารยธรรมของชาวเขมร ส่งผลให้ประเทศเข้าสู่ยุคมืดนับแต่นั้น

นิทานนี้ถูกถ่ายทอดผ่านหนังสือเรียน ละคร และแอนิเมชันในระบบการศึกษากัมพูชา สร้างภาพว่าไทยคือผู้ลิดรอนอารยธรรมของพวกเขา จนนำไปสู่แนวคิดชาตินิยมที่มองไทยในแง่ลบ

เมื่อ อ.ปริญญา ถามว่า “แล้วโคตัวนั้นอยู่ไหน?” อ.ดุลยภาค ตอบว่า ชาตินิยมกัมพูชาบางกลุ่มเชื่อว่ารูปปั้นวัวที่วัดพระแก้วในกรุงเทพฯ คือพระโคตัวดังกล่าว ทั้งที่จริงแล้วหลักฐานชี้ชัดว่ารูปปั้นวัวนั้นเป็นศิลปกรรมยุครัชกาลที่ 4 ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวตะวันตก

หนุ่ม กรรชัย ถึงกับบอกว่าเป็นเรื่องที่เปิดโลกทัศน์มาก เพราะไม่เคยรู้อะไรแบบนี้มาก่อนเลย เล่นสร้างนิทานขึ้นมา ให้เด็กกัมพูชา หนุ่มสาวกัมพูชาทุกวันนี้จำฝังใจ เกลียดคนไทย

อ.ดุลยภาค ระบุอีกว่า นี่เป็นตำนาน ที่สอนเด็กให้จำกันมาว่าเราเอาพระโคของเขามา จนทำให้ประเทศเขาจมปลักถึงทุกวันนี้ และสอดแทรกเรื่องเตือนใจให้คนเขมรสามัคคีกัน อย่าได้โลภในทรัพย์สิน เพราะตอนนั้นกองทัพสยามพยายามตีกรุงละแวก แต่ตีไม่สำเร็จจึงถอนทัพกลับ

จากนั้นก็ยิงกระสุนปืนใหญ่เป็นกระสุนเงินเข้ามาในป่าไผ่ ซึ่งเป็นปราการป้องกันกรุงละแวก แต่ชาวบ้านที่โลภหรือความอดอยากจากภัยสงคราม ก็ไปตัดป่าไผ่ เก็บเอากระสุนเงินของสยามมาบำรุงตัวเอง แต่นั่นกลับทำให้ปราการเสียความสามารถในการป้องกันราชธานี จึงทำให้กองทัพสยามกลับมาแล้วพิชิตกรุงละแวกได้

โดยตำนานพระโคพระแก้ว เป็นยุคหลังอังกอร์ เป็นยุคหลังนครวัดล่มสลาย ส่วนหนึ่งมาจากการบุกของพระเจ้ากรุงศรีอยุธยา สมัยเจ้าสามพระยา เขมรก็ย้ายราชธานีไป หนึ่งในนั้นคือกรุงละแวก เป็นศูนย์อำนาจของพญาละแวก ซึ่งสมัยพระนเรศวรก็มีดำริปราบกัมพุชประเทศ ก็เข้ามาโจมตี แต่ที่กรุงละแวกมีป่าไผ่เป็นแนว

ซึ่งในนิทานตำนานก็มีการใส่ดีเทลว่าขณะนั้นพระโคที่เป็นวัวศักดิ์สิทธิ์ ขันอาสามาสู้กับสยาม สยามก็เสกวัวพยนต์มาสู้ด้วย แต่พระโคสู้ไม่ได้ เป็นที่น่าสังเกตว่านิทานพื้นบ้านอื่นๆ ไทยยังมีเล่าขานกัน แต่เรื่องพระโคพระแก้ว ของไทยไม่มี มีแค่ของกัมพูชา

แถมยังมีการฉายภาพไทยว่าเป็นเพื่อนบ้านที่เข้ามารุกรานสอดแทรกเข้าไปด้วย ตรงนี้ทำให้ฝั่งนั้นเกิดความเชื่อ มีความเป็นชาตินิยมที่เข้มข้นและมองเพื่อนบ้านเป็นศัตรู

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...