โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ฮุน มาเนต” ยื่นเรื่องต่อศาลโลก หวังยุติข้อพิพาทเขตแดนรอบปราสาทสำคัญ

เดลินิวส์

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 10.23 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 03.22 น. • เดลินิวส์
‘ฮุน มาเนต’ ยื่นเรื่องต่อศาลโลก หวังยุติข้อพิพาทชายแดน ‘ช่องบก- 3 ปราสาท’ เดินตามรอยกรณีพระวิหาร ยึดหลักสันติภาพและกฎหมายระหว่างประเทศ ถือฤกษ์ วันครบรอบ 63 ปี ชนะคดีปราสาทพระวิหาร

วันที่ 15 มิ.ย. นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลกัมพูชาได้ส่งหนังสือถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เพื่อขอให้พิจารณาและหาทางออกต่อข้อพิพาทชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่สำคัญ ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และพื้นที่มุมใบ (3 เหลี่ยมมรกต)

การดำเนินการครั้งนี้มีขึ้นในวันเดียวกับวันครบรอบ 63 ปีของคำตัดสินประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ได้ตัดสินให้กัมพูชาเป็นฝ่ายชนะในข้อพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหารกับไทย ซึ่งกัมพูชาใช้เป็นแบบอย่างของการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนผ่านกลไกของกฎหมายระหว่างประเทศ

ฮุน มาเนต ย้ำว่า กัมพูชายังคงยึดมั่นในหลักสันติวิธี ไม่เลือกใช้กำลังหรือการเผชิญหน้า แม้พื้นที่พิพาทเหล่านี้จะมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงต่อการปะทะทางทหารก็ตาม โดยเห็นว่ากลไกทวิภาคียังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ รัฐบาลจึงตัดสินใจหันไปพึ่งกลไกของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศซึ่งถือเป็นเวทีที่โปร่งใส เป็นกลาง และน่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ

“เราต้องการเพียงความยุติธรรม ความถูกต้อง และความชัดเจนในการกำหนดเส้นเขตแดน เพื่อไม่ให้คนรุ่นหลังต้องเผชิญกับความคลุมเครือที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งอีกในอนาคต”

นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังเรียกร้องให้ประชาชนชาวกัมพูชาไว้วางใจในแนวทางของรัฐบาล พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยเจตนารมณ์แน่วแน่ในการปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดนและผลประโยชน์สูงสุดของชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...