6 รัฐ ผ่านกฎ "สิทธิในการซ่อม" ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้บริโภคซ่อมเอง
สหรัฐฯ กำลังเกิดกระแสเรื่องสิทธิของผู้บริโภคมากขึ้น และรัฐต่างๆ ก็ทยอยออกกฎหมาย “สิทธิในการซ่อม” (Right to Repair) เปิดทางให้ผู้บริโภคสามารถซ่อมแซมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องใช้ต่างๆ ได้เอง หรือใช้บริการจากร้านซ่อมอิสระโดยไม่ต้องพึ่งบริษัทผู้ผลิตเพียงช่องทางเดียว
ปีเตอร์ มุย ผู้ก่อตั้ง Fixit Clinic องค์กรอาสาสมัครที่ส่งเสริมการซ่อมสิ่งของด้วยตนเอง เปิดเผยว่า “ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนหันมาสนใจการซ่อมของกันมากขึ้น” โดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากความตื่นตัวเรื่องปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ และกระแสสนับสนุนกฎหมายสิทธิในการซ่อมที่กำลังขยายตัวไปทั่วประเทศ
จนถึงขณะนี้ มีการเสนอร่างนี้ในทั้งหมด 50 รัฐแล้ว และมีอย่างน้อย 6 รัฐที่ออกกฎหมายสิทธิในการซ่อม ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด มินนิโซตา เมน นิวยอร์ก และโอเรกอน ซึ่งกฎหมายของโอเรกอนเป็นฉบับล่าสุดที่เพิ่งผ่าน จะเริ่มใช้ปี 2027
และมีกว่า 20 รัฐในสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายในลักษณะเดียวกัน แม้กฎหมายระดับประเทศจะยังไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส แต่กระแสสนับสนุนในระดับท้องถิ่นกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งกฎหมายสิทธิในการซ่อมที่เริ่มมีผลใช้ในหลายรัฐ ช่วยพลิกสถานการณ์ดังกล่าว เพราะในอดีต ผู้ผลิตมักใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ควบคุมการเข้าถึงข้อมูล เทคนิค หรือซอฟต์แวร์ที่จำเป็นในการซ่อมสินค้า ทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายเงินให้บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ส่งผลให้ค่าซ่อมมีราคาแพง และทางเลือกในการซ่อมมีจำกัด
กฎหมายใหม่นี้จะบังคับให้ผู้ผลิตต้องเปิดเผยคู่มือซ่อม ข้อมูลเกี่ยวกับอะไหล่ หรือเครื่องมือพิเศษที่จำเป็นสำหรับการซ่อมให้แก่ผู้บริโภคหรือร้านซ่อมทั่วไปอย่างเท่าเทียม
ที่มา
https://www.statista.com/…/us-states-with-at-least-one…/
https://h2compliance.com/a-tough-consumer-electronics…/