โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์: A.I. คือตัวเร่งภาวะโลกเดือด จริงหรือ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 21.19 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

11 กรกฎาคม 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลน่าสงสัย :

มีข้อมูลน่าสงสัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ เมื่อมีการอ้างว่าการมาถึงของ A.I. จะทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลกเลวร้ายลง เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ้นเปลืองอย่างมาก

บทสรุป :

1.การใช้ A.I. หาคำตอบสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำอย่างมาก
2.แต่การพัฒนา A.I. สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

การสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า

เมื่อเดือนเมษายน 2025 แซม อัลต์แมน ซีอีโอของบริษัท OpenAI เจ้าของ ChatGPT เปิดเผยว่า การที่ผู้ใช้ ChatGPT ลงท้ายบทสนทนาด้วยคำว่า ได้โปรด หรือ ขอบคุณ (Please หรือ Thank You) เพื่อแสดงการขอบใจต่อ Chatbot แม้จะเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสมและไม่ส่งผลต่อการทำงานของ A.I. แต่กลับเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าในการประมวลผลอย่างไม่จำเป็นให้กับ A.I. คิดเป็นมูลค่าถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

OpenAI เปิดเผยว่า ในระหว่างการฝึกสอน GPT-3 model ใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 1,287 MWh เทียบเท่าพลังงานไฟฟ้าสำหรับบ้านชาวอเมริกัน 120 หลังตลอดทั้งปี

รายงานปี 2024 ของ Google พบว่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ถึง 2023 ที่ 48% เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

รายงานปี 2024 ของ Microsoft พบว่าอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ถึง 2023 ที่ 29.1% เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เช่นกัน

การประเมินจากองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) คาดว่า การใช้พลังงานไฟฟ้าสำหรับศูนย์ Data Center การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ และกิจกรรมเกี่ยวกับ Cryptocurrency ในปี 2026 จะเพิ่มมากกว่าปี 2022 ถึง 2 เท่า และจะมีการใช้พลังงานไฟฟ้าเทียบเท่ากับปริมาณที่ใช้ในประเทศญี่ปุ่นทั้งประเทศ

การสิ้นเปลืองทรัพยากรน้ำ

ในการทำงานของ A.I. จำเป็นต้องใช้น้ำเพื่อการลดอุณหภูมิเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ที่อยู่ในศูนย์ Data Center

งานวิจัยปี 2023 ของ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียริเวอร์ไซด์ พบว่าในการตอบคำถาม 10-50 ครั้ง GPT-3 Model ของ ChatGPT จำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณ 500 มิลลิลิตรในการลดความร้อนให้กับเซิร์ฟเวอร์

ยิ่ง A.I. Model มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ยิ่งจำเป็นต้องใช้น้ำมากขึ้น

งานวิจัยปี 2024 พบว่า GPT-4 Model ของ ChatGPT ซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2023 ต้องใช้น้ำถึง 3 ลิตรสำหรับการเขียนอีเมลจำนวน 120-200 คำ

มีการประเมินว่า การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในปี 2027 นำไปสู่การสิ้นเปลืองน้ำถึง 4.2-6.6 ล้านลูกบาศก์เมตร มากกว่าปริมาณการใช้น้ำของประเทศเดนมาร์กทั้งประเทศถึง 4-6 เท่า

A.I. อาจใช้ทรัพยากรธรรมชาติน้อยกว่าแรงงานมนุษย์

งานวิจัยปี 2024 ทางวารสาร Scientific Reports พบว่าการใช้ A.I. ผลิตผลงานบทความและรูปภาพ ปลดปล่อยปริมาณคาร์บอนน้อยกว่าการใช้แรงงานคน

แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ย้ำว่า งานวิจัยไม่ได้ประเมินปัจจัยด้านคุณภาพงานเขียนระหว่าง A.I. และมนุษย์ หากคุณภาพงานเขียนของ A.I. ไม่ได้มาตรฐาน แล้วจำเป็นต้องมีการแก้คำสั่งใหม่ อาจทำให้การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น

ประโยชน์ของ A.I. ต่อสิ่งแวดล้อม

แม้จะใช้พลังงานในการประมวลผลสูง แต่การมาถึงของ A.I. สามารถช่วยให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และป้องกันการปล่อยมลพิษอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เช่น การช่วยให้การใช้พลังงานไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดการใช้พลังงานในสำนักงานได้ดีขึ้น และช่วยออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ตรวจจับการปล่อยสารมีเทนในอุตสาหกรรมก๊าซและน้ำมัน

ขณะที่การเข้าสู่ยุค AGI (Artificial General Intelligence) จะทำให้การใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ้นเปลืองมากกว่า A.I. ในปัจจุบัน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการออกแบบ ปัจจุบันผู้ผลิตเน้นการสร้าง A.I. ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่หากอนาคตการพัฒนา A.I. เน้นไปที่อรรถประโยชน์โดยรวม เช่น ความแม่นยำของผลลัพธ์และการใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่า การมาถึงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อาจส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าที่คาดการณ์ในปัจจุบัน

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.snopes.com/news/2025/01/27/climate-change-ai/
https://earth.org/the-bigger-picture-of-climate-change-and-ai/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...