โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ผลสอบ ‘แอร์อินเดีย’ โหม่งโลกชี้! สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงถูกปิด-ทำเครื่องยนต์ดับทั้ง 2 ข้าง

Manager Online

เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 04.39 น. • MGR Online

ผลการสอบสวนเบื้องต้นกรณีเครื่องบินแอร์อินเดีย (Air India) ตกที่เมืองอาห์เมดาบัดเมื่อเดือนที่แล้วสะท้อนภาพความสับสนที่เกิดขึ้นภายในห้องนักบิน โดยพบว่าสวิตช์ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงถูกสับไปที่ตำแหน่ง cutoff เกือบจะพร้อมกัน ส่งผลให้เครื่องยนต์ดับทั้ง 2 ข้าง ก่อนที่เครื่องบินจะร่วงลงกระแทกพื้นและทำให้ทั้งผู้โดยสารและลูกเรือรวม 260 คนเสียชีวิต

โบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ลำนี้กำลังทะยานขึ้นฟ้าเพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงลอนดอนของอังกฤษ ก่อนจะสูญเสียแรงขับและลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ตามรายงานเบื้องต้นที่ทีมสอบสวนอุบัติเหตุของอินเดียเผยแพร่วันนี้ (12 ก.ค.)

รายงานจากสำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุทางการบินของอินเดีย (AAIB) เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของสวิตช์ตัดเชื้อเพลิงที่ว่านี้ ขณะเดียวกันก็บ่งบอกว่า ทั้งโบอิ้งและผู้ผลิตเครื่องยนต์ GE น่าจะไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

เหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ยังกลายเป็นความท้าทายสำหรับกลุ่มบริษัท Tata Group ที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่นในสายการบินแอร์อินเดียและปฏิรูปฝูงบินใหม่ หลังจากที่เทคโอเวอร์สายการบินนี้มาจากรัฐบาลในปี 2022

กล้อง CCTV สามารถจับภาพได้ว่า แหล่งจ่ายพลังงานฉุกเฉินที่เรียกว่า ram air turbine ถูกเปิดใช้งานเกือบจะทันทีที่เครื่องบินทะยานขึ้นจากรันเวย์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเครื่องยนต์สูญเสียพลังงานหมดทั้งสองข้าง

ในช่วงวินาทีท้ายๆ ก่อนที่เครื่องจะตกกระแทกพื้น กล่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน (cockpit voice recorder) สามารถบันทึกเสียงที่นักบินคนหนึ่งถามอีกคนว่า “ทำไมถึงตัดเชื้อเพลิง” ซึ่งนักบินอีกคนก็ตอบว่าเขา “ไม่ได้ทำ”

รายงานไม่ได้ระบุว่า คำพูดใดเป็นของกัปตันและนักบินผู้ช่วย (first officer) และไม่ได้บอกว่านักบินคนใดเป็นผู้ส่งสัญญาณ ‘Mayday, Mayday, Mayday’ ก่อนที่เครื่องบินจะพบจุดจบ

กัปตัน สุมิต ซาบาร์วาล (Sumeet Sabharwal) วัย 56 ปี ซึ่งเป็นนักบินที่หนึ่งของเที่ยวบินนี้มีชั่วโมงบินสูงถึง 15,638 ชั่วโมง และ ยังเป็นครูฝึกสอนการบินของแอร์อินเดียด้วย ขณะที่นักบินผู้ช่วยคือ ไคลฟ์ คุนเดอร์ (Clive Kunder) วัย 32 ปี ซึ่งก็มีชั่วโมงบินมากถึง 3,403 ชั่วโมง

สวิตช์ตัดเชื้อเพลิงถูกปรับจากโหมด ‘run’ ไปสู่ ‘cutoff’ เกือบจะทันทีหลังจากที่เครื่องบินเทคออฟ ขณะที่รายงานเบื้องต้นยังไม่ได้สรุปว่า สวิตช์ดังกล่าวถูกปรับไปยังตำแหน่ง cutoff ได้อย่างไรหลังจากขึ้นบิน

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่า การที่นักบินจะเผลอปรับสวิตช์เชื้อเพลิงผิดโดยอุบัติเหตุนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้

“แต่หากมันถูกปรับโดยนักบินจริงๆ เขาจะทำอย่างนั้นไปทำไม?” แอนโทนี บริกเฮาส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินในสหรัฐฯ ตั้งคำถาม

จอห์น แนนซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินในสหรัฐฯ อีกคนตั้งข้อสังเกตว่า สวิตช์ดังกล่าวถูกปิดห่างกันราวๆ 1 วินาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องใช้สำหรับการปรับสวิตช์แต่ละตัว เขายังเสริมว่าโดยปกติแล้วนักบินจะไม่ปิดสวิตช์ทั้ง 2 ตัวในระหว่างการบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่เครื่องกำลังไต่ระดับความสูง

การปรับสวิตช์ส่งผลให้เครื่องยนต์ทั้ง 2 ตัวดับลงเกือบพร้อมกัน และโดยปกติแล้วมันจะถูกใช้ก็ต่อเมื่อเครื่องบินเข้าเทียบที่เกตแล้ว หรือไม่ก็ในสถานการณ์ฉุกเฉินบางประการ เช่น เครื่องยนต์เกิดเพลิงไหม้ เป็นต้น ทว่ารายงานการสอบสวนก็ไม่ได้ระบุว่า มีเหตุฉุกเฉินอะไรที่นักบินจำเป็นจะต้องสับสวิตช์ปิดเครื่องยนต์เช่นนี้

จากการตรวจสอบซากเครื่องบินที่จุดตกพบว่า สวิตช์ทั้ง 2 ตัวอยู่ในตำแหน่ง ‘run’ และมีข้อบ่งชี้ว่าเครื่องยนต์ 2 ข้างถูกรีสตาร์ทก่อนที่จะเกิดการตกกระแทกพื้น

แอร์อินเดียออกมาแถลงยอมรับรายงานดังกล่าว และยืนยันว่าสายการบินได้มีการประสานร่วมมือกับทางการอินเดียอย่างเต็มที่ แต่ไม่ขอให้ความเห็นเพิ่มเติม

คณะกรรมการความปลอดภัยขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ (NTSB) ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่อินเดียที่ให้ความร่วมมือ พร้อมระบุว่าทางหน่วยงานยังไม่มีคำแนะนำข้อปฏิบัติเพิ่มเติมใดๆ สำหรับสายการบินที่ใช้โบอิ้ง 787 หรือเครื่องยนต์ GE

ที่มา: รอยเตอร์

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...