โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สปสช. เปิดบริการรถรับ-ส่งผู้ป่วยมะเร็ง เข้ารักษา 3 เทคโนโลยีขั้นสูง

PPTV HD 36

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 08.41 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 08.35 น.
สมศักดิ์ เผย ระบบพร้อมให้บริการแล้ว “รถรับ-ส่งผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทอง” ทั่วประเทศ เพื่อเข้ารับการรักษาด้วย 3 เทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง “รังสีโปรตอน–ฝังแร่เฉพาะที่ตา–ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์” สปสช. จับมือ “คลินิกเวชกรรมเส้นด้าย” และ “สมบัติทัวร์” ร่วมดูแลผู้ป่วยมะเร็งรักษาต่อเนื่อง ทลายกำแพงภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) กล่าวว่า ตามมติบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2568 ได้เห็นชอบ “ข้อเสนอการจ่ายค่าพาหนะ สำหรับบริการรับส่งผู้ป่วยเพื่อเข้ารับบริการสาธารณสุขสำหรับบริการการรักษาด้วยรังสีโปรตอน (Proton Therapy) บริการฝังแร่เฉพาะที่เพื่อรักษาเนื้องอกในตา (Eye Plaque Brachytherapy) และบริการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ (Robotic Surgery)

ประกันสังคม ยืนยันจ่ายค่าบริการการแพทย์ต่อเนื่อง ไม่เป็นภาระโรงพยาบาล

สปสช. โต้ข่าวปลอม ค่ารักษาต่างด้าวที่เรียกเก็บไม่ได้ เกือบแสนล้าน

เพื่อให้เป็นไปตามสิทธิประโยชน์นี้ ที่ผ่านมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงได้จัดระบบรับส่งเพื่อให้บริการผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาได้เข้าถึงบริการ

ทั้งนี้ บริการทั้ง 3 รายการข้างต้นนี้ เป็นสิทธิประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งที่ใช้เทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง มีจำกัดการให้บริการเฉพาะในโรงพยาบาลใหญ่ในเมืองที่มีศักยภาพเท่านั้น แม้ว่าที่ผ่านมาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) จะให้ความครอบคลุมในการรักษาแล้ว แต่ยังพบว่าผู้ป่วยมะเร็งส่วนหนึ่งด้วยอุปสรรคจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางข้ามจังหวัด ทำให้เข้าไม่ถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงได้มีการจัดระบบรับส่งการเข้ารับบริการให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ และวันนี้พร้อมให้บริการผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ที่ได้รับการส่งต่อรักษาทั้ง 3 รายการบริการนี้

“สิทธิประโยชน์นี้ จะช่วยทลายกำแพงอุปสรรคด้านการเดินทาง ซึ่งเราต้องการให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในประเทศไทยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมกัน และไม่ได้เป็นเพียงการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย แต่เป็นการมอบความหวังและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัวด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างแท้จริง” รมว.สาธารณสุข กล่าว

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริการรักษาพยาบาลเพื่อผู้ป่วยมะเร็งด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง 3 รายการ ที่อยู่ในระบบบริการรถรับ-ส่ง ได้แก่

  • บริการรักษาด้วยรังสีโปรตอน (Proton Therapy): เป็นเทคโนโลยีการฉายรังสีที่มีความแม่นยำสูง เหมาะสำหรับการรักษาเนื้องอกในตำแหน่งที่ใกล้กับอวัยวะสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งในเด็ก ซึ่งปัจจุบันให้บริการที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
  • บริการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ (Robotic Surgery): นำร่องใน 3 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และมะเร็งตับ ตับอ่อน และท่อน้ำดี ซึ่งช่วยให้การผ่าตัดมีความแม่นยำสูง แผลเล็ก และผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว โดยมีโรงพยาบาลในระบบที่ให้บริการหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลรามาธิบดี, และโรงพยาบาลราชวิถี
  • บริการฝังแร่เฉพาะที่เพื่อรักษาเนื้องอกในตา (Eye Plaque Brachytherapy): เป็นการรักษาที่ให้ผลดีและช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรักษาดวงตาไว้ได้ ซึ่งปัจจุบันให้บริการที่โรงพยาบาลรามาธิบดี

สำหรับการให้บริการนั้น นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า สปสช. ได้ทำการวางระบบการประสานงานไว้อย่างชัดเจนเพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ผู้ป่วย มีขั้นตอนดังนี้:

  • โรงพยาบาลต้นทาง: เมื่อแพทย์วินิจฉัยและวางแผนการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับบริการ 3 รายการข้างต้น โรงพยาบาลจะทำการนัดหมาย / ประสานการส่งตัวผู้ป่วยพร้อมประวัติการรักษาไปที่โรงพยาบาลปลายทางที่มีศักยภาพ
  • ประสานงานผ่านสายด่วน 1330: ผู้ประสานงานของโรงพยาบาล (Hospital Coordinator) จะแจ้งข้อมูลผู้ป่วย, วันนัดหมาย และเบอร์โทรศัพท์มายังสายด่วน สปสช. 1330
  • ยืนยันการเดินทาง: เจ้าหน้าที่สายด่วน สปสช. 1330 จะโทรศัพท์ติดต่อผู้ป่วยโดยตรงเพื่อยืนยันวันเดินทาง พร้อมสอบถามข้อมูลญาติที่จะเดินทางมาด้วย 1 คน
  • จัดรถรับ-ส่งถึงที่: ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยัง “คลินิกเวชกรรมเส้นด้าย” ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในการบริหารจัดการการเดินทาง โดยทางคลินิกจะประสานงานจัดรถรับ-ส่ง ซึ่งอาจเป็นรถแท็กซี่หรือรถบริการจากเครือข่ายในพื้นที่ ไปรับผู้ป่วยและญาติจากบ้านพัก เพื่อเดินทางไปยังสถานีขนส่งหรือสถานีรถไฟ
  • เดินทางไปยัง รพ.เพื่อรับบริการ ผู้ป่วยและญาติจะเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะหลักอย่าง “บริษัท สมบัติทัวร์” หรือรถไฟ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่าตั๋วเดินทาง
  • . รับจากสถานีสู่โรงพยาบาล: เมื่อเดินทางมาถึงสถานีขนส่ง จะมีรถประสานงานไปรับเพื่อนำส่งไปยังโรงพยาบาลที่นัดหมายไว้อย่างสะดวกและปลอดภัย
  • ครอบคลุมการเดินทางขากลับ: กระบวนการทั้งหมดนี้จะครอบคลุมทั้งการเดินทางไปและกลับ ตั้งแต่การวางแผนการรักษา, การเข้ารับการรักษาตามนัดหมาย จนถึงการติดตามผลการรักษา (Follow-up)

“ความร่วมมือกับภาคเอกชนทั้ง “คลินิกเวชกรรมเส้นด้าย” และ “สมบัติทัวร์” ถือเป็นหัวใจหลักของการจัดระบบรับ-ส่งผู้ป่วยมะเร็งในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังของการหลอมรวมเครือข่ายเพื่อเป้าหมายเดียวกัน เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทองได้เข้าถึงการรักษาที่จำเป็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้ระบบได้เริ่มให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

นพ.จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดระบบรับ-ส่งผู้ป่วยมะเร็ง 3 รายการบริการนี้ เป็นคนละส่วนกับระบบรถรับ-ส่งผู้ทุพพลภาพและผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยใช้งบในส่วนของงบบริการเฉพาะ (Central reimbursement)และให้บริการผู้ป่วยมะเร็งทั่วประเทศ ขณะที่ระบบรถรับ-ส่งผู้ทุพพลภาพฯ เป็นการใช้งบประมาณในส่วนกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กปท.) เบื้องต้นนำร่องเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และในจังหวัดที่ร่วมจัดตั้ง กปท. และจัดทำโครงการฯ เพื่อให้บริการเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...