โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘อัครา’ สร้างโอกาสธุรกิจใหม่ผลิตอิฐบล็อกจาก ‘หางแร่’

The Better

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 08.20 น. • THE BETTER
‘อัครา’ MOU กับจุฬาฯศึกษาใช้ประโยชน์จาก ‘หางแร่’ สร้างมูลค่าเพิ่มตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน นำร่อง พิจิตรและเพชรบูรณ์

นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยหลังร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยเรื่อง การใช้ประโยชน์จาก ‘หางแร่ (Tailings)ที่เกิดจากการกระบวนการผลิตแร่ทองคำและเงินให้กลายเป็นแร่เศรษฐกิจ (Economic Minerals)สร้างมูลค่าเพิ่มตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สู่การเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่มีการบริหารจัดการของเสียให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ทางบริษัทฯจะให้การสนับสนุนงบประมาณการวิจัยปีละ 3,000,000 บาท ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อผลักดันการศึกษาเชิงลึกและพัฒนานวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและแรงกดดันทางสิ่งแวดล้อม อัครา ในฐานะผู้ดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำมาตลอดระยะเวลา 24 ปี ตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และความจำเป็นในการจัดการ ‘หางแร่’ เหลือใช้จากการประกอบโลหกรรมใน ‘เหมืองแร่ทองคำชาตรี’ ซึ่งเป็นเหมืองแร่ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ให้สามารถนำหางแร่กลับมาใช้ใหม่ (Reuse) ได้อย่างเต็มศักยภาพ

สำหรับที่มาของความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาแนวทางการใช้หางแร่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตอิฐบล็อก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีความแข็งแรงเหนือกว่าอิฐบล็อกทั่วไป โดยวางแผนถ่ายทอดความรู้การผลิตและการจัดจำหน่ายในพื้นที่นำร่องจังหวัดพิจิตรและจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อกระจายรายได้และสร้างอาชีพให้กับชุมชนรอบเหมือง อัคราโดยคาดหวังว่า ‘หางแร่’ จะกลายเป็นหนึ่งในวัสดุที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สร้างแรงกระเพื่อมต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน สังคม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในอนาคตอย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.พีท หอมชื่น อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเหมืองแร่กับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหางแร่ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการแต่งแร่ โดยการนำมาพัฒนาเป็นอิฐบล็อกคุณภาพสูงที่มีความแข็งแรงและทนทานกว่าอิฐทั่วไป

นอกจากจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติแล้ว ยังช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในกระบวนการก่อสร้าง สร้างศักยภาพของชุมชนและรายได้ให้กับชุมชนรอบเหมือง ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Net Zero และ SDGs ด้าน Sustainable Cities & Communities และ Responsible Consumption & Production ความร่วมมือระหว่างอัคราฯ และจุฬาฯ ในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการเหมืองแร่และงานวิจัยไทยในการตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การบูรณาการความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ อัคราในการเดินหน้าดำเนินกิจการเหมืองแร่อย่างมีความรับผิดชอบ พยายามลดปริมาณของเสียโดยมีกระบวนการหมุนเวียนกลับไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ สร้างความมั่นใจให้กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการบริหารงานที่ปลอดภัยและโปร่งใส พร้อมส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนโดยรอบ ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเหมืองแร่ให้ก้าวสู่ความยั่งยืน โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...