ไทยจ่อลดภาษีนำเข้าให้สหรัฐ 0% เล็งซื้อสินค้าเกษตร-ก๊าซ LNG
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจาภาษีกับสหรัฐว่า การเจรจาของแต่ละประเทศไม่ใช่การคุยครั้งเดียวแล้วจบ ทุกอย่างจะค่อยๆ โดยการเจรจาของไทยก็ถือว่ามีความคืบหน้า เพราะจากการเจรจาร่วมกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ไทยได้รับการชมเชยว่าสามารถทำได้ดี แต่อยากขอให้ปรับรายละเอียดเล็กน้อย
สำหรับข้อเสนอของไทยมีการปรับปรุงเล็กน้อยจากข้อเสนอเดิม โดยให้ความสำคัญกับ 2 เรื่อง คือ แนวทางการสร้างสมดุลทางการค้ากับสหรัฐเร็วขึ้น และการเปิดทางการค้าขายเพื่อเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกัน โดยการลดอุปสรรคทางการค้า
สำหรับข้อเสนอลดอัตราภาษีนำเข้า 0% ให้กับสหรัฐนั้น มีสินค้าจำนวนเยอะพอสมควรที่ไทยจะกำหนดอัตรา 0% แต่ไม่ได้ให้ทั้งหมดและจะดำเนินการโดยไม่ทำให้ประเทศผู้ค้าอื่น ๆ ที่ประเทศไทยมีข้อตกลงด้วยนั้นเสียเปรียบ ส่วนสินค้าเกษตรมีการพิจารณาว่าตัวไหนไทยรับได้ หรือรับไม่ได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าในมุมของสหรัฐฯ มองว่าข้อเสนอของไทยเป็นข้อเสนอที่ดี แต่วันนี้ยังตอบไม่ได้ว่าสุดท้ายไทยจะได้อัตราภาษีที่เท่าไหร่ ต่ำกว่าเวียดนามหรือไม่ ก็ต้องรอดูกัน
“ประเด็นที่สหรัฐกล่าวถึงว่าจะขึ้นภาษี 10% กับกลุ่ม BRICS ซึ่งประเทศไทยเป็นพาร์ทเนอร์ด้วยนั้น นายพิชัยกล่าวว่า “ก็ต้องดูว่าลึกๆ แล้วเขาหมายถึงอะไร เบื้องต้นยังไม่ได้ประเมินเรื่องนี้” นายพิชัย กล่าว
ทั้งนี้ ไทยไม่ได้เป็นสมาชิกของ BRICS แต่เป็นเพียงพาร์ทเนอร์ ด้วยเหตุนี้ จึงมีความเห็นว่าประเทศไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการประเมินเพิ่มเติมว่าความหมายที่แท้จริงของการเรียกเก็บภาษีนั้นคืออะไร
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การหารือเมื่อวานนี้ (6 ก.ค. 2568) มีการปรับข้อเสนอที่มีอยู่ให้ดีขึ้น โดยยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดการปรับปรุงในภาคส่วนใดได้ เนื่องจากข้อเสนอนั้นได้ยื่นไปแล้ว เชื่อว่าข้อเสนอใหม่นี้เป็นข้อเสนอที่ดีและน่าจะได้รับความสนใจจากสหรัฐ โดยมีแนวทางที่สำคัญคือการทำให้ดุลการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐมีความสมดุลเร็วขึ้น ซึ่งไทยมีการเสนอแนวทางจะช่วยให้ดุลการค้าสมดุล นอกเหนือจากการลดภาษีนำเข้าได้แก่ การซื้อสินค้าจากคู่ค้ามากขึ้น และการเข้าไปลงทุน
“การลดภาษีเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าดุลการค้าจะดีขึ้นเสมอไป เพราะหากลดภาษีแล้วไม่ได้มีการซื้อขายสินค้ากัน ดุลการค้าก็อาจยังคงเดิม ซึ่งข้อเสนอของไทยคือแนวทางที่จะทำให้ดุลการค้าระหว่างกันดีขึ้น และเป็นการบอกสหรัฐว่าเราไม่ได้ละเลยประเด็นนี้” นายลวรณ กล่าว
นอกจากนี้ การแก้ไขอุปสรรคการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff barriers) อุปสรรคเหล่านี้อาจรวมถึงการที่สินค้าไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้แม้ว่าภาษีจะลดลงเหลือ 0% เนื่องจากต้องมีการขออนุญาตหรือมีข้อจำกัดอื่นๆ โดยอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีจะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้า
ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยไทยได้ยื่นข้อเสนอฉบับปรับปรุงใหม่ต่อสหรัฐอย่างเป็นทางการ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ค. 2568 ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างสองประเทศ และลดการเกินดุลการค้าของไทยต่อสหรัฐลงให้ได้ถึง 70% ภายในระยะเวลา 5 ปี และคาดว่าจะสามารถสร้างความสมดุลทางการค้าได้ภายใน 7-8 ปี ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิมที่เคยเสนอไว้ว่าจะลดดุลการค้าภายใน 10 ปี
ทั้งนี้ข้อเสนอฉบับใหม่ของไทยมีรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้น ทั้งในด้านการเปิดตลาดสำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมจากสหรัฐฯ และการเพิ่มการจัดซื้อพลังงานและเครื่องบินจากบริษัทของสหรัฐฯ โดยในส่วนของการเปิดตลาดนั้น ไทยได้เน้นสินค้าในกลุ่มที่ยังขาดแคลนหรือผลิตไม่ได้ในประเทศ เพื่อไม่ให้กระทบต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ขณะเดียวกันยังได้เสนอการลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี และปรับปรุงกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางการค้าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการจัดซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากโครงการก๊าซในรัฐอะแลสกา ซึ่งบริษัทเอกชนของไทยอยู่ระหว่างเจรจาซื้อก๊าซ LNG ปริมาณสูงเป็นระยะเวลา 20 ปี ขณะเดียวกัน บริษัทไทยด้านเคมีภัณฑ์หลายแห่ง ให้คำมั่นว่าจะนำเข้าก๊าซอีเทนจากสหรัฐฯ มากขึ้น นอกจากนี้ สายการบินของไทยยังได้ส่งสัญญาณแผนการจัดซื้อเครื่องบิน Boeing ในจำนวนสูงขึ้น
“รัฐบาลมุ่งมั่นปกป้องเศรษฐกิจไทยที่อาจจะได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐ โดยที่ผ่านมา รัฐบาลโดยทีมไทยแลนด์ ได้หารือร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและจากฝั่งสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดทำข้อเสนอที่รอบคอบ ครอบคลุม และเน้นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ รัฐบาลขอยืนยันว่าจะเดินหน้าเจรจาอย่างมืออาชีพ และเร่งรัดเพื่อให้ได้ข้อสรุปจากสหรัฐฯ ก่อนครบกำหนดระยะเวลาของการชะลอมาตรการภาษีของสหรัฐ ทั้งนี้รัฐบาลยังเตรียมมาตรการช่วยเหลือให้กับภาคธุรกิจและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีในครั้งนี้ หากสหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บจากไทย หรือออกมาตรการอื่น ๆ ที่มากกว่าที่ประเมินไว้ในเบื้องต้น” นายจิรายุ กล่าว