โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อึ้งเมี่ยวเหงี่ยน” เจ้าสัวค้าไม้ผู้ใจบุญ ต้นตระกูล “ล่ำซำ”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 11.55 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 11.52 น.
อึ้งเมี่ยวเหงี่ยน เจ้าสัวค้าไม้ผู้ใจบุญ บรรพบุรุษตระกูลล่ำซำ

“อึ้งเมี่ยวเหงี่ยน” เจ้าสัวค้าไม้ผู้ใจบุญ ต้นตระกูลล่ำซำ

ประวัติศาสตร์ชาวจีนโพ้นทะเลในไทย ต้องปรากฏชื่อ “อึ้งเมี่ยวเหงี่ยน” ชาวจีนฮากกา ที่คนไทยคุ้นกันว่า “จีนแคะ” เขารอนแรมหนีความลำบากยากจนจากบ้านเกิดมาสร้างตัวบนผืนแผ่นดินไทย กระทั่งเป็น “เจ้าสัว” ที่เลื่องชื่อเรื่องความใจบุญในสมัยรัชกาลที่ 5

แม้ทุกวันนี้ชื่อของเขาอาจไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง แต่ลูกหลานสืบสายตระกูลต่างเป็นที่ยอมรับนับถือในแวดวงเศรษฐกิจและสังคม เพราะอึ้งเมี่ยวเหงี่ยนคือบรรพบุรุษตระกูลล่ำซำ หนึ่งในตระกูลผู้มีชื่อเสียงในเมืองไทย

หนังสือ “ประวัติจีนกรุงสยาม A History of the Thai-Chinese” เล่มที่ 3 ยุคก่อร่างสร้างประเทศไทย (สำนักพิมพ์มติชน) โดย เจฟฟรี ซุน และพิมพ์ประไพ พิศาลบุตร ซึ่งเป็นหนังสือว่าด้วยเรื่องราวของชาวจีนในไทยที่ผ่านการศึกษาค้นคว้าข้อมูลอย่างละเอียด เล่าถึงชีวิตของจีนฮากกาผู้นี้ว่า

อึ้งเมี่ยวเหงี่ยนมาจากหมู่บ้านเกษตรกรรมที่ยากจนในตำบลฉุ่งเห้ว เขตหม่อยแย้น ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวจีนฮากกา ตั้งลึกเข้าไปในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เขาเป็นบุตรชายคนที่ 3 ของครอบครัว เกิดเมื่อ พ.ศ. 2393 (เทียบแล้วอยู่ในช่วงปลายรัชกาลที่ 3)

ขณะอายุ 13 ปี ทั้งบิดาและมารดาก็เสียชีวิต ช่วงนั้นที่กวางตุ้งเกิดความขัดแย้งแย่งที่ทำกินจนเกิดเป็นศึกย่อยๆ ระหว่างชาวจีนแคะกับชาวกวางตุ้งพื้นถิ่น เรียกว่า “ศึกฮากกา-ปุ๋นเตย” ระหว่าง พ.ศ. 2407-2409

เมื่อบ้านเมืองไร้ความสงบ อึ้งเมี่ยวเหงี่ยนจึงตัดสินใจเดินทางออกมาหางานทำที่ท่าเรือ แล้วข้ามน้ำข้ามทะเลต่อมายังสยาม ได้งานเป็นลูกมือในครัวที่ร้านขายเหล้าของจีนแคะชื่อ จิวเพ็กโก

ร้านนี้นอกจากขายสุราให้พ่อค้าเรือฉลอมและเรือเอี่ยมจุ๊น ยังรับซื้อสินค้าที่พ่อค้าเหล่านี้นำมาขายในกรุงเทพฯ ทำให้เขาได้เรียนรู้วิธีประเมินมูลค่าสินค้าต่างๆ รวมไปถึงขอนซุงที่จิวเพ็กโกชอบรับซื้อ

ชีวิตแต่ละวันของอึ้งเมี่ยวเหงี่ยน หลังจากตื่นนอนก่อนรุ่งสางเพื่อหุงหาอาหารให้ทุกคนในร้านแล้ว เขาก็ไปยกและขนถ่ายไม้ซุง รวมทั้งวัดขนาดและแยกประเภทไม้ต่างๆ โดยเรียนรู้ธุรกิจค้าไม้ไปพร้อมกับรู้จักถนนหนทางในพระนคร

ในเวลาไม่ถึงสิบปี บุรุษหนุ่มที่ต่อมาจะเป็นต้นตระกูลล่ำซำก็มีร้านค้าไม้เป็นของตนเอง ชื่อ “ก้วงโกหลง” หรือ “ก๋วงหง่วงล้ง” ที่คนทั่วไปเรียกกันว่า “ร้านจีนล่ำซำ” ตั้งอยู่ในย่านจักรวรรดิ ใกล้ๆ กับสำเพ็ง และได้แต่งงานกับ “หุ่น” บุตรสาวของ “ฉี่งี้กุง” หรือ “ฉือมุ้ยเจียง” ผู้นำชุมชนจีนแคะ คหบดีเจ้าของร้านขายยาจีนในสำเพ็ง และเป็นผู้บริจาคเงินก้อนใหญ่ในการก่อสร้างวัดเล่งเน่ยยี่ (วัดมังกรกมลาวาส) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2416

อึ้งเมี่ยวเหงี่ยนสั่งสมความรู้เรื่องการค้าไม้ ประกอบกับการมีอัธยาศัยดี เป็นมิตรกับผู้คนมากมาย เมื่อรัฐเปิดประมูลสัมปทานไม้ เขาก็เข้าร่วมและชนะการประมูลได้สัมปทานไม้ในหลายจังหวัด คือ สุพรรณบุรี อุทัยธานี กำแพงเพชร ลำปาง และแพร่ สมัยนั้นใช้วิธีผูกโยงขอนซุงแล้วปล่อยให้ไหลตามน้ำลงมาจนถึงโรงเลื่อยของอึ้งเมี่ยวเหงี่ยนที่สามเสน โดยมีลูกสาวช่วยทำมาค้าขาย เพราะธรรมเนียมของชาวจีนฮากกาอนุญาตให้ผู้หญิงทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ผู้ชายได้

เจ้าสัวใจบุญ ต้นตระกูลล่ำซำ

แม้จากแผ่นดินจีนมานาน แต่อึ้งเมี่ยวเหงี่ยนไม่เคยลืมถิ่นเกิด เมื่อร่ำรวยแล้วก็ส่งเงินไปช่วยพี่ชายที่ดูแลสุสานบรรพชนอยู่เป็นระยะๆ เมื่อบ้านเกิดประสบภาวะข้าวยากหมากแพง เขาก็ส่งข้าวสารไปช่วย และเมื่อเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านที่จีนก็ยังบริจาคเงินให้โรงเรียนท้องถิ่นหลายแห่ง ทางการจึงมอบตำแหน่งขุนนางกิตติมศักดิ์ระดับ 5 เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของเขา

ในฐานะผู้นำชุมชนชาวฮากกาในกรุงเทพฯ อึ้งเมี่ยวเหงี่ยนได้เรี่ยไรเงินซื้อที่ดินสำหรับสร้างสุสานจีนแคะขึ้นในย่านสีลม ติดกับสุสานฮกเกี้ยน ตอนนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่รัฐบาลกำลังเปิดประมูลสัมปทานการทำไม้อีกครั้ง เขาเข้าร่วมประมูลและได้สัมปทานมาเพิ่มเติม

กำไรที่ได้จากสัมปทานครั้งนี้มากกว่าเงินที่บริจาคไปเพื่อสร้างสุสานเสียอีก เขาจึงเชื่อในผลบุญการทำงานสาธารณกุศล

เมื่อเจ้าสัวต้นตระกูลล่ำซำทราบว่า รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริจะสถาปนา วัดเบญจมพิตร ซึ่งในการสร้างพระอารามนี้ต้องการไม้ขอนสักจำนวนมาก เขาจึงจัดไม้ขอนสัก 160 ต้นถวายโดยเสด็จพระราชกุศลเมื่อ พ.ศ. 2443

นอกจากนี้ อึ้งเมี่ยวเหงี่ยนยังเป็นเจ้าภาพจำลองพระพุทธรูปสมัยทวารวดี ซึ่งพบที่ลำน้ำมูล บ้านวังปลัด บริเวณพรมแดนระหว่างนครราชสีมากับบุรีรัมย์ ซึ่งขณะนั้นเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตามขนาดที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย กำหนด เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ ระเบียงคดวัดเบญจมบพิตร ตามพระราชดำริ

อึ้งเมี่ยวเหงี่ยนถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 59 ปี ร่างของเขาถูกนำไปฝังที่บ้านเกิดพร้อมด้วยท่านหุ่น ตามธรรมเนียมการนำศพภรรยาเอกกลับไปฝังที่เมืองจีนเคียงข้างสามี

อึ้งยุกหลง บุตรชายของอึ้งเมี่ยวเหงี่ยน ได้ขยายธุรกิจการค้าของตระกูลล่ำซำในสยาม และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสยามพานิชจีนสโมสร หรือ “เซียงหวย” โดยดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าไทยจีนสมัยที่ 9 ในนาม “อู๋จั่วหนาน” ต่อจากพระยาปดินันทน์ภูมิรัตน์ (เหลี่ยวเปาซัง)

ทุกวันนี้ อึ้งเมี่ยวเหงี่ยน ต้นตระกูลล่ำซำ มีทายาทสืบสายเป็นผู้มีบทบาทในเศรษฐกิจและสังคมของเมืองไทยอยู่หลายท่าน ทั้งแวดวงธนาคารและประกันภัย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร, สมชาย จิว และนิรันดร นาคสุริยันต์ แปลและเรียบเรียง. ประวัติศาสตร์จีนกรุงสยาม เล่มที่ 3 ยุคก่อร่างสร้างประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มติชน, 2568

สั่งซื้อหนังสือชุดนี้ที่เว็บไซต์สำนักพิมพ์มติชน ได้ที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 กรกฎาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อึ้งเมี่ยวเหงี่ยน” เจ้าสัวค้าไม้ผู้ใจบุญ ต้นตระกูล “ล่ำซำ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...