โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

OSPตลาดต่างแดนหนุนโต ผลิตสินค้าใหม่เพิ่มมูลค่า

ทันหุ้น

อัพเดต 23 พ.ค. 2568 เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2568 เวลา 04.35 น.

#OSP #ทันหุ้น - OSP ปักธงปั้นกำไรโตสองหลักเพื่อจัดปันผลในอัตราที่ดี ส่วนรายได้คาดโต Low Single Digit รับไตรมาส 2/2568 ท้าทายแต่พร้อมขยายตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง เสริมด้วยการตลาดเฉพาะกลุ่ม แถมตลาดต่างประเทศในเมียนมาและลาวโตดี พร้อมมองหาซื้อกิจการเพิ่ม แต่ไม่รีบตัดสินใจ ไร้แผนซื้อหุ้นคืน

นางวรรณิภา ภักดีบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ผู้ประกอบธุรกิจหลักด้านผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ของใช้ส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และลูกอม เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้าหมายการขยายตัวรายได้ปี 2568 ไว้ที่ระดับ 1-4% (Low Single Digit) แต่ในส่วนกำไรจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนสองหลัก (Double Digits) ส่วนระยะยาวปี 2571 คงเป้ารายได้แตะ 4 หมื่นล้านบาทและครองส่วนแบ่งการตลาดในตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังเป็นอันดับ 1 ต่อไป

ล่าสุด ณ สิ้นเดือนเมษายน 2568 ส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 45% จากปลายปีก่อนอยู่ที่ 44.5%ในเดือนธันวาคม 2567 สะท้อนถึงความสำเร็จของการบริหารกลยุทธ์แบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่ช่วยฟื้นโมเมนตัมให้แบรนด์ M-150 และหลังจากบริษัทเปิดตัว M-150 ฝาเหลือง ลิมิเต็ด เอดิชัน ในช่องทาง Traditional Trade เมื่อต้นปี ทำให้ M-150 รักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลัง มียอดขายและส่วนแบ่งการตลาดเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 31.5% จากข้อมูลถึงเดือนเมษายน 2568 ด้วย

@ไตรมาส 2 ท้าท้าย

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2568 บริษัทประเมินมีความท้าทายหลายด้าน แต่ด้วยการทำการตลาดที่เฉพาะเจาะจงกับลูกค้ามากขึ้น รวมถึงการมีสินค้าใหม่เข้ามาสร้างสีสันในตลาดอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาสจะสนับสนุนให้บริษัทยังเป็นผู้นำในผลิตภัณฑ์ในแต่ละแบรนด์ที่ได้รับความนิยมต่อไป

ทั้งนี้บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Brand Portfolio อย่างต่อเนื่อง เช่น แบรนด์โสมอินซัมที่เติบโตโดดเด่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และแบรนด์ฉลามที่ครองใจผู้บริโภคในภาคเหนือและใต้อย่างเหนียวแน่น รวมถึงการบุกตลาดพรีเมียมผ่านแบรนด์ Lipo และ M-150 Sparkling ตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลาย ใช้กลยุทธ์ราคาที่ครอบคลุม ตั้งแต่ระดับเข้าถึงง่าย 10 บาท ไปจนถึงระดับกลางและพรีเมียมที่ 12–20 บาท เพื่อขยายฐานผู้บริโภค ต่อยอดแคมเปญที่เชื่อมโยงกับอินไซด์ของผู้บริโภคจริง เช่น "ปลดหนี้ทุกชั่วโมง" ยกระดับประสบการณ์แบรนด์และสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับผู้บริโภคในวงกว้าง

@ควบคุมต้นทุน

บริษัทยังได้เพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและสาธารณูปโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง และควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารควบคู่กับการใช้งบประมาณด้านการสร้างแบรนด์อย่างคุ้มค่าและได้ผล ร่วมกับการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้ของตลาดในต่างประเทศทั้งในกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังและกลุ่มผลิตของใช้ส่วนบุคคลที่มีอัตรากำไรสูง ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเติบโตต่อไป

อีกทั้งจะเน้นใช้เงินอย่างระมัดระวัง แม้ว่าบริษัทอยู่ระหว่างมองหากิจการเพื่อซื้อเข้ามาต่อยอดธุรกิจปัจจุบันแต่บริษัทก็จะพิจารณารอบคอบโดยไม่กำหนดชัดเจนว่าจะต้องรีบสรุปดีลเมื่อใด

@ต่างแดนหนุนโต

ทางด้านตลาดในต่างประเทศกลุ่มธุรกิจหลักอย่างผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเติบโตจากเมียนมา และลาว อีกทั้งกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลก็เติบโตเช่นกัน รวมถึงที่อินโดนีเซีย เวียดนาม และจีน บริษัทก็จะทำการตลาดเพิ่มเติมให้มากขึ้นด้วย

ขณะที่นโยบายภาษีการค้าตอบโต้ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังถือเป็นความไม่แน่นอน แต่ก็ยังไม่กระทบเชิงลบกับผลประกอบการบริษัท อีกทั้งในทางกลับกันลูกค้าบางรายในต่างประเทศอาจตัดสินใจเร่งซื้อสินค้าตุนเผื่อก่อน และบริษัทคาดหวังช่วงหลัง 90 วันตามกำหนดสถานการณ์สงครมการค้าจะได้ข้อสรุปเชิงบวก

นอกจากนี้ในด้านการบริหารจัดการเงินสดในกิจการ บริษัทไม่มีแนวทางจะนำไปทำโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อผลักดันราคาหุ้น OSP ให้ปรับขึ้น เพราะเชื่อว่า การมีกำไรที่ดีและมั่นคง จะทำให้ราคาหุ้นในระยะยาวสะท้อนภาพบวกได้เอง และบริษัทยังยึดนโยบายปันผลสูง ซึ่งตามนโยบายคือ ไม่น้อยกว่า 60% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมเมื่อหักสำรองเงื่อนไขต่าง โดยที่ผ่านมาบริษัทก็ปันผลเกินนโยบายรอบพิจารณาล่าสุดที่จะจ่ายต่อหุ้น 0.30 บาทในวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ก็ปันผลจากกำไรสุทธิและกำไรสะสม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...