“มากโข-มากอักโข” ศัพท์เก่าบอกความมากมาย มากหลาย แล้ว “อักโข” เยอะแค่ไหน ?
“มากโข-มากอักโข” ศัพท์เก่าบอกความมากมาย มากหลาย แล้ว “อักโข” เยอะแค่ไหน ?
คำว่า มากโข-มากอักโขคงเป็นศัพท์แสงเก่าที่คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยเห็นและไม่ค่อยได้ใช้กันแล้วในปัจจุบัน แต่ยังพบอยู่บ้าง และคงพอจะทราบเป็นเลา ๆ ว่า ไม่ว่า อักโขหรือ โขเฉย ๆ (กร่อนมาจากอักโขอีกที) ที่ห้อยท้ายคำว่า มาก ก็เพื่อเน้นถึงความมากมาย มากหลาย
ถึงอย่างนั้นยังเชื่อได้ว่า น้อยคนจะรู้ที่มาและความหมายจริง ๆ ของคำนี้
คำว่า อักโข เป็นคำที่ตัดมาจาก 2 พยางค์แรกของคำภาษาบาลี ว่า “อกฺโขภิณี”(อักโขภิณี) หรือ “อกฺโขหิณี”(อักโขหิณี) ตรงกับภาษาสันสกฤตว่า อกฺเษาหิณี(อักเษาหิณี)
มาดูกันว่า อักโขภิณี คืออะไร ?
คำนี้ในภาษาบาลีมี 2 ความหมาย ความหมายแรกคือ จำนวน 18 โกฎิ พจนานุกรมบาลีฉบับสมาคมบาลีปกรณ์ ระบุว่าเท่ากับ 18 x 10,000,000 ส่วนพจนานุกรมบาลี-ไทย ระบุว่าคือจำนวน1 ที่มีศูนย์ตามหลัง 42 ตัว
ความหมายที่ 2 เป็นความหมายเดียวกันกับ อักเษาหิณีในภาษาสันสกฤต ซึ่งเป็นหน่วยเรียกกองทัพ (เสนา) อันประกอบด้วย 4 เหล่า หรือ “จตุรังคเสนา” (จตุแปลว่า 4) ได้แก่ พลรถ 21,870 พลช้าง 21,870 พลม้า 65,610 พลเดินเท้า 109,350 รวมทั้งสิ้น 218,700 นาย ถือว่ามหาศาลทีเดียว
หน่วยอักเษาหิณีเป็นระบบการนับแบบอินเดียโบราณ กองทัพ 1 อักเษาหิณี แบ่งเป็นอีก 10 ส่วน ส่วนละ 21,870 ดังจะเห็นว่า พลม้ามีจำนวนเป็น 3 เท่าของพลรถ เมื่อรวมพลรถ พลม้า พลช้าง จะเป็น 5 ส่วนพอดี อีก 5 ส่วนที่เหลือก็คือพลเดินเท้า (109,350 หาร 21,870 เท่ากับ 5) นั่นเอง
นอกจากนี้ กองทัพ 1 อักเษาหิณี ยังแบ่งออกเป็น 10 หน่วย โดยการเฉลี่ยจตุรังคเสนาไปไว้ในทุกหน่วย เรียกหน่วยย่อยลงมานี้ว่า “อนีกินี” (แปลว่า กองทัพ หรือกองทหาร) กล่าวคือ 1 อักเษาหิณี เท่ากับ 10 อนีกินี
ทั้งนี้ 1 อนีกินีประกอบด้วย พลรถ 2,187 พลช้าง 2,187 พลม้า 6,561 พลเดินเท้า 10,935 รวมเป็น 21,870 นาย หรือย่อยลงไปอีก ได้แก่ จมู ปฤตนา วาหินี คณะ คุลมะ เสนามุขและ ปัตติจำนวนทหารในหน่วยก็จะลดหลั่นลงเรื่อย ๆ โดย 1 ปัตติ (แปลว่า พลเดินเท้า) จะมีพลรถ 1 พลช้าง 1 พลม้า 3 พลเดินเท้า 5 รวมเป็น 10 นาย
คำว่า อักเษาหิณี และ อักโขหิณี มักปรากฏอยู่ในวรรณกรรมอินเดีย โดยเฉพาะมหากาพย์มหาภารตะ ที่เล่าว่าในสงครามใหญ่ ณ ทุ่งราบกุรุเกษตร กองทัพของฝ่ายปาณฑพมีจำนวน 7 อักเษาหิณี ส่วนฝ่ายเการพมีถึง 11 อักเษาหิณี ทั้งหมดนี้ล้วนเข้าต่อรบกันในสมรภูมิ
นั่นหมายความว่า มีทหารจำนวนถึง 3,936,600 นาย ร่วมรบในสงครามดังกล่าว และบทสรุปของการประหัตประหารระหว่างเครือญาติระดับมหากาพย์ก็อย่างที่ผู้อ่านวรรณกรรมเรื่องนี้ทราบกันดี คือวอดวายกันเกือบหมด มีชีวิตเหลือรอดเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
นี่แหละ สูญเสียแบบ “มากอักโข” ของจริง…
อ่านเพิ่มเติม :
- ประวัติคำว่า ภาษี ที่เพิ่งใช้ในสมัยรัชกาลที่ 3
- เปิดความหมายคำว่า “ไต้ก๋ง” คำจีนที่ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นได้?
- ย้อนดูพัฒนาการคำว่า “ห้าง” จากศัพท์จีนทั่วไปสู่คำที่คนไทยติดปาก!
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. ความเดียวแต่มากคำ.25 กันยายน 2556. (ออนไลน์)
ผศ. ดร. ชานป์วิชช์ ทัดแก้ว.มากอักโข…โอ้โหมีเท่าไหร่.18 กุมภาพันธ์ 2561. Facebook สาขาวิชาภาษาเอเชียใต้ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (ออนไลน์)
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 พฤษภาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “มากโข-มากอักโข” ศัพท์เก่าบอกความมากมาย มากหลาย แล้ว “อักโข” เยอะแค่ไหน ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com