โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าชายโลกสายลับ ผู้รักชาติหรือคนทรยศ?

The Momentum

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 15.40 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 09.30 น. • THE MOMENTUM

“นายกลัวบ้างไหม”

“ทำไมต้องกลัวล่ะ ฉันเป็นทหารเก่านะ”

1

อารอน เบรกแมน (Ahron Bregman) เป็นนักวิชาการที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สงครามของอิสราเอล เน้นช่วงศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา นอกจากเล่าถึงปฏิบัติการสงครามระหว่างอิสราเอลกับชาติอาหรับแล้ว เขายังทำหน้าที่เขียนถึงและเปิดโปงสายลับที่ปฏิบัติการเบื้องหลังความขัดแย้งเหล่านี้ด้วย

ในวันที่ 29 ธันวาคม 2002 ชายหนุ่มกำลังกวาดใบไม้อยู่ที่สวน ณ บ้านพักกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภรรยาออกมาตามเขา

“มีโทรศัพท์ถึงคุณนะ”

เมื่อไปรับปลายสายพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอาหรับ

“ฉันคือคนที่นายเขียนถึง”

เบรกแมนรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายพูดถึงสิ่งใด

“แล้วผมจะแน่ใจได้อย่างไร”

“ง่ายๆ ก็คุณส่งหนังสือมาให้ พร้อมคำอธิบายยืดยาวไงละ”

เบรกแมนขนลุก

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ขณะที่นักวิชาการหนุ่มรวบรวมข้อมูลเขียนหนังสือ ความขัดแย้งและสงครามระหว่างอิสราเอลกับชาติในอาหรับ เขาพบหลักฐานบางอย่าง มีข้อมูลว่า ทางหน่วยสายลับมอสซาด มีสายข่าว-สายลับคอยให้ข้อมูลทางการอียิปต์แบบละเอียดยิบ

ชายคนนี้มีนามเรียกขานที่ทางการอิสราเอลตั้งไว้ว่า นางฟ้า (Angel) และบาบิโลน (Babylon) หมายถึงเมืองแห่งหนึ่งในจักรวรรดิโบราณ ซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองในตะวันออกกลาง

เบรกแมนสงสัย เขาเพียรพยายามที่จะหาว่า ใครคือนางฟ้าของอิสราเอล ผู้ให้ข้อมูลลับของอียิปต์มานานหลายปี

ระหว่างค้นคว้าอยู่นั้น มีหนังสือของอดีตหัวหน้าข่าวกรองอิสราเอล ซึ่งถูกไล่ออกหลังความผิดพลาดในสงครามยมคิปปูร์ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 1973 กองทัพอียิปต์และซีเรียโจมตีอิสราเอลแบบสายฟ้าแลบ ทำเอาดินแดนที่พระเจ้าประทานให้ชนชาติยิวเกือบสิ้นแผ่นดิน

อดีตหัวหน้าข่าวกรองรายนี้เผยว่า ความผิดพลาดของอิสราเอลที่ไม่รู้แผนการโจมตีจากศัตรูนั้น เกิดจากมอสซาดไปเชื่อใจสายลับสองหน้าผู้มีนามว่า นางฟ้า นั่นเอง

ข้อมูลตรงนี้นำไปสู่การโจมตีไปมา มีการฟ้องร้อง แต่นั่นทำให้เบรกแมนหันมาสนใจนางฟ้า เมื่อตรวจสอบไปเรื่อยๆ เขาพบว่า สายลับผู้นี้เป็นชาย อยู่วงในของทีมงานประธานาธิบดีอียิปต์

เบรกแมนใช้ทักษะขุดคุ้ยแบบนักข่าวสืบสวนสอบสวน จนแทบจะแน่ใจแล้วว่าสมญานาม นางฟ้าคือใคร แต่อดีตหัวหน้าข่าวกรองอิสราเอลคงจะไม่มีวันบอกหรือยืนยันให้ นั่นทำให้นักวิชาการหนุ่มเลือกจะให้บรรณาธิการที่ตรวจทานหนังสือเล่มนี้เป็นผู้บอกเองว่า หลักฐานที่เบรกแมนหามาได้นั้นถูกต้องหรือไม่

ปี 2000 ณ ร้านกาแฟในกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงอิสราเอล เบรกแมนพบกับบรรณาธิการ พวกเขาสนทนากันเรื่อยเปื่อยนานกว่า 10 นาที ก่อนจะเข้าเรื่อง

“เขาคือสายลับใช่ไหม” เบรกแมนบอกชื่อบุรุษที่คาดว่าจะเป็นนางฟ้า

อีกฝ่ายมองไปทางอื่นแล้วยิ้มออกมา เป็นคำตอบที่ชัดเจน

นักวิชาการหนุ่มจึงตัดสินใจติดต่อไปยังชายที่เชื่อว่าคือนางฟ้า เขาส่งทั้งหนังสือที่ตัวเองเขียน พร้อมคำอธิบายขอพบหน้า แต่อีกฝ่ายไม่ติดต่อกลับมา

แต่เบรกแมนไม่ละทิ้งความพยายาม เขายังส่งข้อมูลไปเรื่อยๆ ทั้งพูดกับสื่อ แย้มว่านางฟ้า อาจจะมีฉายาว่า ‘ลูกเขย’ เพื่อทำให้อีกฝ่ายร้อนตัวจนต้องยอมคุยกับเขา

อย่างไรก็ดีทุกอย่างเงียบกริบ

“ผมไม่สามารถบอกไปตรงๆ ได้ว่าเขาคือนางฟ้า เพราะอีกฝ่ายรวยมาก พูดอะไรไปโดยไร้หลักฐานโดนฟ้องยับแน่” นี่คืออุปสรรคที่เบรกแมนพบเจอ จึงทำได้แต่รอ รอ และรอเท่านั้น

2 ปีผ่านไป เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นอันยืนยันทุกอย่างที่เบรกแมนค้นคว้ามาอย่างยาวนานว่า

“อัชราฟ มาร์วัน (Ashraf Marwan) คือนางฟ้า”

2

มาร์วันเกิดในอียิปต์ เมื่อปี 1944 พ่อเป็นทหารสัญญาบัตรที่ทำงานอยู่ในกองกำลังพิทักษ์ประธานาธิบดี เจ้าตัวเรียนจบคณะวิศวกรรมเคมีจากมหาวิทยาลัยไคโร และเข้าเกณฑ์ทหาร

ในปี 1965 ด้วยวัย 21 ปี ชีวิตของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไป ขณะที่กำลังตีเทนนิสกับเพื่อน มีสาวน้อยวัยแค่ 17 ปีลอบมองด้วยความชื่นชม เมื่อทั้งสองหันมาสบตากัน ความรักจึงบังเกิด ไม่กี่ปีต่อมา จึงได้แต่งงานกัน

มาร์วันขยับฐานะครั้งสำคัญ เพราะเจ้าสาวที่เขาสมรส ชื่อ โมนา นาสเซอร์ (Mona Nasser) บุตรสาวคนที่ 3 และลูกคนโปรดของประธานาธิบดีนาสเซอร์ ชายที่เปรียบเสมือนบิดาของอียิปต์

ลูกเขยรายนี้จึงเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่บนสุดของอำนาจกรุงไคโร แม้จะไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ แต่เขารู้เห็นอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอียิปต์กับอิสราเอล

ฤดูใบไม้ผลิปี 1969 มาร์วันซึ่งกำลังเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ นัดพบหมอเพื่อตรวจกระเพาะอาหาร ก่อนยื่นเอกสารบางอย่างให้กับแพทย์ “นี่คือเอกสารของทางการอียิปต์ ได้โปรดช่วยส่งต่อไปยังสถานทูตอิสราเอล ในกรุงลอนดอนด้วย”

หมอยังงง แต่ก็ทำตามคำขอร้องของเขา

3 วันต่อมา ขณะมาร์วันกำลังเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า Harrods เจ้าหน้าที่มอสซาดได้เข้ามาทักเพื่อบอกเป็นนัยว่า ได้รับเอกสารแล้ว แต่ไม่มีอะไรคืบหน้ามากไปกว่านั้น

มาร์วันไม่ละความพยายาม เขาโทรศัพท์ไปยังสถานทูตอิสราเอล ขอคุยกับทีมรักษาความปลอดภัย แน่นอนว่าทางการปฏิเสธ แต่เขายังไม่ยอมแพ้ ทั้งแนะนำตัวเองว่าเป็นใคร ใหญ่แค่ไหน

“ผมอยากทำงานกับหน่วยข่าวกรองอิสราเอล”

หัวหน้ามอสซาดในยุโรปขมวดคิ้ว เรียกประชุมทีมงาน พวกเขารู้ว่ามาร์วันใหญ่แค่ไหน และเข้าถึงความลับได้ง่ายเพียงใด แต่ทำไมล่ะ ชายที่อยู่อย่างสุขสบายในอียิปต์ ถึงอยากจะส่งข้อมูลข่าวกรองให้กับพวกเรา ศัตรูของประเทศเขา

ในที่สุดทางการอิสราเอลตัดสินใจนัดพบที่ร้านกาแฟใกล้กับโรงแรมที่มาร์วันพัก โดยมีเจ้าหน้าที่รอคุย และมีสายลับมอสซาดคอยสอดแนม ดูว่านี่อาจจะเป็นกับดัก พร้อมประเมินว่าชายคนนี้คุ้มค่าแก่การน่าเชื่อถือเพียงใด

“ผมดีใจที่ได้พบคุณฮะ มาร์วัน”

สายลับอิสราเอลกับลูกเขยประธานาธิบดีนาสเซอร์จับมือกัน

“ซองเอกสารนี้ ผมให้คุณ”

มอสซาดแปลกใจ เพียงแค่พบกันครั้งแรก เขาก็ส่งข้อมูลลับมาให้แล้ว

“ผมไม่ได้อะไรนะ แต่ถ้านัดพบกันครั้งหน้า ก็ต้องมีค่าธรรมเนียมหน่อย สัก 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ แล้วกัน”

เจ้าหน้าที่ชะงัก “เราต้องกลับมาวิเคราะห์ว่า นี่เขากำลังทำตัวเป็นสายลับสองหน้า รับข้อมูลเท็จจากอียิปต์ส่งให้เรา เพื่อทำให้เกิดการไขว้เขวหรือไม่”

ช่วงเวลานั้นอียิปต์พ่ายแพ้ในสงคราม 6 วันในปี 1967 ถูกอิสราเอลบินถล่มเครื่องบินจนพ่ายยับ มอสซาดหวั่นว่า มาร์วันจะเป็นหมากที่ไคโรส่งมาสร้างความสับสนในข่าวกรอง

แต่เมื่อตรวจสอบเอกสารที่ลูกเขยประธานาธิบดีใส่ซองมาให้ ข้อสงสัยนี้ก็หมดไปทันที

“ข้อมูลแบบนี้ พันปีจะมีสักที” เมื่อหน่วยข่าวกรองอิสราเอลตรวจสอบอย่างละเอียด พวกเขายืนยันว่าทุกอย่างถูกต้อง นี่ไม่ใช่ข่าวลวง แต่คือของจริง ที่ทำให้อิสราเอลได้เปรียบกว่าอียิปต์อย่างมาก

“ตอนนี้เรามีคนที่อยู่ใต้เตียงไอ้นาสเซอร์แล้ว”

ดังฟ้าประทาน มอสซาดจึงตั้งชื่อให้กับมาร์วันว่า “นางฟ้า”

3

มาร์วันเข้าไปอยู่วงในของข่าวกรองอียิปต์มากขึ้น แม้พ่อตาจะเสียชีวิต แต่ประธานาธิบดีคนต่อมาก็ไว้ใจเขา ก่อนปี 1973 อิสราเอลมีความหวั่นเกรงว่า ไคโรอาจจะบุกโจมตีเพื่อล้างอายจากสงคราม 6 วัน

มอสซาดติดต่อนางฟ้าในเดือนเมษายน 1973 เขาส่งข้อความว่า บ้านเกิดตัวเองกำลังจะวางแผนบุก นั่นทำให้รัฐบาลอิสราเอลระดมพลนับหมื่น ส่งไปที่ชายแดนอียิปต์ กินเวลา 3 เดือน ไม่มีวี่แววศัตรู

“เราเสียงบประมาณไปกว่า 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ”

ข้อมูลชิ้นนี้ทำให้รัฐบาลอิสราเอลสงสัยและโกรธมาก พวกเขาไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจที่จะมีงบประมาณมหาศาล นี่เป็นการล้างผลาญเงินที่เจ็บปวด และอาจเป็นแผนลวง นางฟ้าคงจะเป็นสายลับสองหน้าตามที่สงสัยอย่างแน่นอน

นี่ทำให้หัวหน้าข่าวกรองของอิสราเอลลดคุณค่าและด้อยความสำคัญของมาร์วัน นับตั้งแต่วันนั้น

วันที่ 5 ตุลาคม 1973 มอสซาดที่รับผิดชอบนางฟ้า ได้รับข้อความส่งด่วนว่า “หัวไชเท้า”

นี่คือรหัสลับที่แจ้งว่า อียิปต์กำลังจะบุกโจมตีอิสราเอล เจ้าหน้าที่ข่าวกรองถูกส่งไปพบมาร์วันที่อังกฤษ

“คุณแน่ใจนะว่า จะเกิดเรื่องขึ้น”

นางฟ้ายืนยัน

กระนั้นรัฐบาลอิสราเอลไม่เชื่อ ไม่สนใจ และดูเบาข่าวกรองชิ้นนี้

“เขาจะบุกในเวลา 4 โมงเย็น วันที่ 6 ตุลาคม”

ปรากฏว่าเพียงบ่าย 2 เท่านั้น กองทัพอียิปต์และซีเรียโจมตีอิสราเอลแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะติดช่วงเทศกาลหยุดยาวตามความเชื่อทางศาสนา นำไปสู่การเกือบสิ้นชาติ แม้จะจบลงที่ขับไล่ศัตรูไปได้ แต่มันคือการเสียหน้าของหน่วยข่าวกรองครั้งใหญ่ นำไปสู่การไล่เจ้าหน้าที่ระดับสูงออกไปเป็นจำนวนมาก

“คุณไม่เชื่อนางฟ้า” เจ้าหน้าที่มอสซาดที่ดูแลมาร์วันโวย แต่ผู้บังคับบัญชาที่ถูกเชือด ต่างสวนกลับมาว่า “มันตั้งใจบอกเวลาผิด มันเป็นสายลับสองหน้า”

4

สงครามจบสิ้นลงผ่านไปหลายปี มาร์วันไม่เคยถูกทางการอียิปต์จับตัวได้ เมื่อการเมืองเปลี่ยนทิศ ผู้นำในกรุงไคโรเปลี่ยนผ่าน เขาก็ถอนตัวจากวงในของอำนาจ และไปใช้ชีวิตเป็นพ่อค้าขายอาวุธ เดินทางไปมาระหว่างลอนดอนกับกรุงไคโร

ชายคนนี้รวยมหาศาล เงินที่อิสราเอลจ่ายให้เขาในการพบปะแต่ละครั้ง มีวงเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางข้อสงสัยของมอสซาด

“หรือเขาส่งข่าวกรองให้เพราะเงินกันแน่”

เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่เคยบอกใครว่าเป็นนางฟ้า จนเมื่อเบรกแมน นักวิชาการหนุ่มติดต่อมา หลังจากทบทวนตัวเองอยู่นาน เขาจึงให้สัมภาษณ์และประกาศว่า สายลับอียิปต์ที่ส่งข้อมูลให้อิสราเอลเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน คือเขานี่เอง

มาร์วันยินยอมให้เบรกแมนเขียนข้อเท็จจริงตอนนี้ ในช่วงนั้นสุขภาพเจ้าตัวเริ่มมีปัญหาป่วย “ผมกำลังจะเขียนชีวประวัติตัวเองเพื่อบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด คุณช่วยผมด้วยนะ เบรกแมน”

นี่คือคำขอที่ทำให้ทั้งสองมาเจอกัน

“ผมจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษ”

เมื่อเรื่องราวมาร์วันเป็นนางฟ้าปรากฏออกไปตามสื่อ ทุกคนต่างช็อกตกตะลึง อดีตลูกเขยประธานาธิบดี ถูกเรียกอย่างยกย่องว่า ‘เจ้าชายแห่งโลกสายลับ’ งานที่เขาทำเสี่ยงแต่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และทำให้อิสราเอลมีข้อมูลได้เปรียบจากศัตรูอาหรับอย่างมหาศาล

แต่การเผยตัวของมาร์วันก็ทำให้เขามีศัตรูขู่ฆ่าจ้องทำร้าย ถูกโจมตีว่าเป็นผู้ขายชาติ ทรยศแผ่นดินเกิดไปเข้ากับอิสราเอล

มาร์วันอายุ 62 ปีแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก สายลับในตะวันออกกลางที่ส่งข้อมูลให้อิสราเอลหลายคน เมื่อถูกจับได้ก็โดนแขวนคอกลางเมือง แต่เขารอดและใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษอย่างร่ำรวยเงินทอง และอยู่สุขสบาย

เพื่อนของนางฟ้าเคยถามว่า “นายกลัวบ้างไหม”

“ทำไมต้องกลัวล่ะ ฉันเป็นทหารเก่านะ”

ช่วงบ่ายโมงครึ่งของวันที่ 27 มิถุนายน 2007 ตำรวจอังกฤษรับแจ้งเรื่องชายพลัดตกจากชั้น 4 แมนชันหรูของตัวเองมาเสียชีวิตในสวน เมื่อไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบผู้ตายชื่อว่า อัชราฟ มาร์วัน

เบรกแมนตกใจกับข่าวนี้ เพราะเอกสารบันทึกชีวประวัติที่นางฟ้ากำลังเขียน ก็หายไปจากบ้านพักด้วย

“ผมเชื่อว่านี่คือการฆาตกรรมอย่างแน่นอน”

5

นักสืบระดมสอบสวนแต่ไม่พบคนร้าย ไม่เคยระบุได้ว่า มาร์วันตายเพราะถูกฆ่าหรือพลัดตกลงมา ไม่เคยมีผู้ต้องสงสัย สุดท้ายคดีนี้ยังเป็นปริศนาจนถึงปัจจุบัน

มรณกรรมของนางฟ้าทำให้คนอิสราเอลยกย่อง นี่คือชายที่กล้าหาญ ขณะที่สังคมอียิปต์โจมตี “มันคือผู้ทรยศชาติของเรา”

แต่แล้วประธานาธิบดีเผด็จการ ฟาโรห์คนสุดท้าย ฮอสนี มูบารัก (Hosni Mubarak) กลับแถลงการณ์ว่า “มาร์วันคือผู้รักชาติ หลายเรื่องที่เขาทำ เรายังไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้”

ไม่เพียงเท่านั้นทางการอียิปต์ยังอนุมัติให้นำร่างของมาร์วัน มาฝังตามความเชื่อทางศาสนาในกรุงไคโรอีกด้วย สิ่งนี้สร้างความสงสัยให้กับเบรกแมน และผู้ที่สนใจเรื่องนางฟ้าอย่างมาก

ทำไมฟาโรห์คนสุดท้ายจึงพูดแบบนั้น หรือจริงๆ แล้วมาร์วันคือสายลับสองหน้า ที่คอยส่งข้อมูลให้อิสราเอล และเขาต้องการลวงมอสซาด ตั้งใจบอกเวลาผิดในสงครามยมคิปปูร์

ภรรยาและลูกของนางฟ้าเชื่อว่า มาร์วันถูกฆาตกรรมอย่างแน่นอนและมันไม่ใช่ฝีมือของอาหรับ แต่เป็นฝีมือของทางการอิสราเอลต่างหากที่ต้องการฆ่าปิดปาก เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเตรียมจะเขียนชีวประวัติ ซึ่งมีข้อมูลมากมายที่จะแฉเรื่องลับของมอสซาด

แต่ไม่มีใครยืนยันหรือแสดงตัวว่าเป็นผู้สังหารมาร์วัน ไม่ว่าจากอียิปต์ อิสราเอลหรือชาติในตะวันออกกลาง

ความตายของเขายังเป็นปริศนาจวบจนปัจจุบัน

ทุกวันนี้เบรกแมนพยายามไขความลับ และหาให้ได้ว่าใครคือผู้ก่อเหตุฆ่านางฟ้า “บางทีคนที่ลงมือไม่จำเป็นต้องจับเขาโยนลงมา แค่บอกว่าถ้านายโดดลงไป เราจะไว้ชีวิตลูกๆ ของแก”

นักวิชาการหนุ่มยังคงสืบสวนทุกอย่าง เพื่อหวังจะหาความจริง โดยยังรู้สึกเสียใจที่งานซึ่งมาร์วันหวังจะทำร่วมกับเขาจบสิ้นและอันตรธานหายไป

ผ่านไปหลายปี เบรกแมนเริ่มเข้าใจความโหดร้ายในโลกของสายลับ ทุกอย่างโกหก ปลิ้นปล้อนและอันตรายถึงชีวิต สิ่งที่มาร์วันทำกับสิ่งที่เขาเจอคือความรุนแรงที่มีจริง สัมผัสได้ ท่ามกลางความบาดหมางระหว่างอิสราเอลกับชาติอาหรับ ซึ่งไม่มีวันสมานหรือยุติความขัดแย้งจนถึงวินาทีนี้

เบรกแมนออกมาให้สัมภาษณ์สื่อเพื่อหวังเบาะแส และย้ำเตือนนักค้นคว้ารุ่นใหม่ “ภรรยาของมาร์วันยกย่องสามีว่า เป็นวีรบุรุษของชาติ เช่นเดียวกับลูกๆ และพวกเขาก็เชื่อว่า ชายคนนี้ถูกฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหด”

“สำหรับผมนั้น อุทาหรณ์ของเรื่องนี้ก็คือ สิ่งที่มาร์วันเจอ เป็นความผิดของผมด้วย มันเป็นบทเรียนสำคัญที่แลกมาด้วยชีวิต และผมจะจำไว้ตลอดว่า อย่าเฉลยตัวตนสายลับที่ยังมีชีวิตอยู่เด็ดขาด อย่าคิดทำ แม้ว่าคุณจะมีโอกาสนั้นก็ตาม เพราะมันคือความผิดพลาด”

“เพื่อเห็นแก่ชีวิตพวกเขา จงอย่าเปิดเผยโดยเด็ดขาด”

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.nytimes.com/2007/07/13/opinion/13blum.html

http://news.bbc.co.uk/today/hi/today/newsid_8825000/8825986.stm

https://www.aljazeera.com/features/2016/10/14/the-egyptian-spy-who-saved-israel

https://www.theguardian.com/world/2015/sep/15/who-killed-20th-centurys-greatest-spy-ashraf-marwan

https://www.nbcnews.com/id/wbna27365010

https://www.jpost.com/middle-east/mubarak-ashraf-marwan-was-a-double-agent-and-was-hanged-in-israel-589962

https://www.timesofisrael.com/mossad-reveals-photo-of-the-angel-egyptian-agent-who-warned-of-yom-kippur-war/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...