โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดหุ้นอินเดียเปลี่ยนไป ไม่น่าสนใจเหมือนเดิม

Finnomena

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 04.11 น. • จิรัฐิติ ขันติพะโล

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นอินเดียได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนทั่วโลก ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง และฐานผู้บริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนี MSCI India ทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่ารวมสูงถึง 5.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าที่สูงเกินไปและการชะลอตัวของการเติบโตกำไรเริ่มปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2025 ดัชนี MSCI India แม้จะฟื้นตัวได้เร็วจากแรงสั่นสะเทือนของนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ในช่วงต้นปี แต่กลับเริ่มอ่อนแรงลงในไตรมาสสอง เมื่อเทียบกับดัชนี MSCI Asia Pacific ซึ่งเติบโตแซงหน้ามาแล้วกว่า 6 เปอร์เซ็นต์ในช่วงครึ่งปีแรก

มูลค่าที่แพงเกินไปในมุมมองนักลงทุนสถาบัน

หนึ่งในประเด็นหลักที่นักลงทุนระดับโลกเริ่มตั้งข้อสังเกตคือ มูลค่าหุ้นในตลาดอินเดียที่ปรับตัวขึ้นจนสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ดัชนี MSCI India ซื้อขายอยู่ที่ระดับ P/E เกือบ 23 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 21.5 เท่า โดยที่อัตราการเติบโตของกำไรในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนกลับต่ำกว่าประเทศในภูมิภาคเดียวกัน เช่น เกาหลีใต้และไต้หวัน

Jian Shi Cortesi ผู้จัดการกองทุนของ GAM Investment Management ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า แม้จะชื่นชอบอินเดียในแง่ของศักยภาพระยะยาว แต่ก็ยังไม่สามารถให้มุมมองเชิงบวกในระยะสั้นได้ เนื่องจากระดับราคาปัจจุบัน “สูงกว่าจุดเหมาะสมมากกว่าช่วงที่ผ่านมา”

ขาดธีม AI และแรงขับเคลื่อนใหม่

แม้อินเดียจะมีเศรษฐกิจภายในที่แข็งแรงและพึ่งพาตนเองได้ดีในหลายด้าน แต่นักลงทุนเริ่มมองหาปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ เช่น ธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งในขณะนี้ตลาดหุ้นจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกงกลับสามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่า ดัชนีหุ้นจีนในฮ่องกงปรับตัวขึ้นถึง 20% ในปีนี้ จากแรงหนุนของ IPO ใหม่และความก้าวหน้าในด้าน AI

Alan Richardson จาก Samsung Asset Management ชี้ว่า หากต้องการให้ราคาหุ้นขยายตัวต่อ นักลงทุนต้องการ “อัตราการเติบโตที่เร็วขึ้น และการปรับประมาณการกำไรในทางบวกอย่างต่อเนื่อง” ซึ่งขณะนี้ยังไม่ปรากฏในตลาดอินเดีย

กระแสเงินทุนไหลออกและความผันผวนในตลาดการเงิน

ท่ามกลางแรงกดดันเรื่องมูลค่า นักลงทุนต่างชาติเริ่มปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2025 นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นอินเดียสุทธิไปแล้วเกือบ 9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวโน้มไหลออกติดต่อกันเป็นปีที่สอง นับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 1999

นอกจากนี้ เงินทุนต่างชาติยังลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลอินเดียที่เข้าเกณฑ์ดัชนีอีกกว่า 3.4 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินรูปีอ่อนค่าลงเล็กน้อยในไตรมาสนี้ ทำให้อินเดียกลายเป็นหนึ่งในสองประเทศเอเชียที่เงินอ่อนค่าในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งอาจสะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดการเงินอินเดียในระยะสั้น

แต่ระยะยาว พื้นฐานยังแข็งแกร่ง

แม้จะมีแรงขายในระยะสั้น แต่ผู้จัดการกองทุนบางรายยังคงมองว่าอินเดียมีศักยภาพในระยะยาว Joohee An จาก Mirae Asset Global Investments ในฮ่องกง ให้ความเห็นว่า ตลาดอินเดียยังน่าลงทุนสำหรับนักลงทุนที่มีมุมมอง 3–5 ปีขึ้นไป และช่วงที่ตลาดปรับฐานอาจเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นคุณภาพ

เศรษฐกิจอินเดียยังคงเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ด้วยการขับเคลื่อนจากการบริโภคภายในประเทศ ฐานประชากรขนาดใหญ่ และการเติบโตของชนชั้นกลาง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่แตกต่างจากประเทศอื่นในเอเชียที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก

จุดเปลี่ยนที่นักลงทุนควรจับตา

ตลาดหุ้นอินเดียกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากการขยายตัวอย่างร้อนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สู่ระยะที่นักลงทุนเริ่มพิจารณาอย่างรอบคอบในเชิงมูลค่าและปัจจัยพื้นฐาน การชะลอตัวของการเติบโตของกำไร ราคาหุ้นที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย และการขาดธีมการลงทุนใหม่ที่โดดเด่น ล้วนทำให้เม็ดเงินลงทุนเริ่มเคลื่อนไปยังตลาดอื่นที่มีแนวโน้มการเติบโตชัดเจนกว่า

คำถามสำคัญคือ อินเดียจะสามารถรักษาสมดุลระหว่างมูลค่าและการเติบโตได้อย่างไรในระยะถัดไป และนักลงทุนควรประเมินกลยุทธ์การลงทุนใหม่เพื่อตอบรับกับโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนแปลงหรือไม่ ในจังหวะที่ความเชื่อมั่นเริ่มถูกทดสอบอย่างจริงจัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...