โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สำรวจราคาข้าวแกง ผ่านรัฐบาล 4 ยุค จากจานละ 31 บาทเป็น 64 บาท

Amarin TV

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 03.55 น.
สำรวจราคาข้าวแกงและก๋วยเตี๋ยวในย่านศูนย์กลางธุรกิจ ได้แก่ สีลม สุรวงศ์ และสาทร ในช่วง 13 ปี ผ่านรัฐบาล 4 ยุคพบ ราคาแพงขึ้นจาก 31 บาทเป็น 64 บาท

13 ปีที่ราคาข้าวแกงเปลี่ยนไปตามผู้นำ - การปรับขึ้นลงของราคาอาหาร เป็นอีกหนึ่งดัชนีวัดภาวะเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนได้อย่างชัดเจน เพราะอาหารคือปัจจัยพื้นฐานที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในปัจจุบัน สินค้าในหมวดอาหารมีสัดส่วนสูงที่สุดถึง 39.55% ในการคำนวณอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย ดังนั้นแม้ภาพรวมเงินเฟ้อปัจจุบันจะอยู่ในระดับต่ำ แต่หากราคาข้าวจานเดียวหรือก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่งขยับขึ้น ก็ย่อมกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในทันที

บทความนี้อ้างอิงจากข้อมูลการสำรวจระยะยาวของ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ซึ่งนำโดย ดร.โสภณ พรโชคชัย ที่เก็บข้อมูลต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2568 โดยสำรวจราคาข้าวแกงและก๋วยเตี๋ยวในย่านศูนย์กลางธุรกิจกรุงเทพฯ ได้แก่ สีลม สุรวงศ์ และสาทร ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนที่สะท้อนมาตรฐานราคาอาหารกลางเมืองได้อย่างดี

ราคาอาหารในแต่ละรัฐบาล: ยุค พล.อ.ประยุทธ์ ราคาปรับขึ้นมากที่สุด

เริ่มต้นในปี 2555 ซึ่งอยู่ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ราคาอาหารในย่านสีลมอยู่ที่จานละประมาณ 31 บาท และในช่วง 3 ปีที่คุณยิ่งลักษณ์ดำรงตำแหน่ง ราคาอาหารเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 5.2% ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ยังมีการจับจ่ายใช้สอยพอสมควร

ต่อมาในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเข้ามาบริหารประเทศหลังรัฐประหารในปี 2557 และอยู่ในตำแหน่งยาวนานถึง 9 ปี (2557–2566) ราคาข้าวแกงเพิ่มขึ้นจากราว 34 บาทในช่วงเริ่มต้นเป็นกว่า 57 บาทในปีสุดท้ายของเขา คิดเป็นการปรับเพิ่มถึง 77% หรือเฉลี่ยปีละ 6.6% ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ

ตัวเลขนี้จุดคำถามสำคัญว่า แม้อัตราเงินเฟ้อที่รายงานโดยทางการจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ค่าอาหารกลับพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงภาวะฝืดเคืองที่อาจไม่ได้สะท้อนในตัวเลขทางการแบบเต็มที่ ทั้งยังสะท้อนถึงการจัดการต้นทุนที่อาจไม่ได้รับการเยียวยาเท่าที่ควร

ในยุคของ นายเศรษฐา ทวีสิน ที่บริหารประเทศในปี 2567 ค่าอาหารเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.3% ต่อปี

ส่วนในช่วง 1 ปีแรกของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งในปี 2568 ราคาอาหารเพิ่มขึ้น เพียง 2.0% ซึ่งต่ำลงกว่าช่วงเวลาก่อนหน้าอย่างชัดเจน ทั้งนี้เพราะภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังอยู่ในช่วง "ฝืดเคือง" หากผู้ขายอาหารขึ้นราคามาก ผู้บริโภคก็อาจจะไม่มีกำลังซื้อพอ ทำให้ร้านค้าหลายแห่งยังคงพยายามตรึงราคาไว้ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น

13 ปีของราคาข้าวแกง: จาก 31 บาทสู่ 64 บาท

การสำรวจของศูนย์ข้อมูลฯ ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องถึง 21 ครั้ง ระหว่างปี 2555 ถึง 2568 พบว่าราคาอาหารในย่านสีลมเพิ่มขึ้นจาก 31.0 บาทในปี 2555 เป็น 64.0 บาทในเดือนมิถุนายน 2568 หรือเพิ่มขึ้น 106.5% ภายใน 13 ปี หากคิดเฉลี่ยต่อปี เท่ากับเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 5.7% ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยเงินเฟ้อของประเทศ

ในช่วงปี 2566–2568 ซึ่งเป็นยุคหลังโควิด พบว่าราคาอาหารเริ่มนิ่งขึ้น หรือปรับขึ้นในอัตราที่ช้าลง เหลือเพียง 2% ต่อปี สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานระดับกลางที่ยังไม่สามารถปรับค่าครองชีพให้ทันกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้

เบื้องหลังราคาอาหารแพง มากกว่าแค่วัตถุดิบขึ้นราคา

สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่ได้มีเพียงแค่ราคาน้ำมันหรือวัตถุดิบอาหารที่เป็นปัจจัยหลักต่อราคาอาหาร แต่ยังมี "ค่าเช่าพื้นที่" ที่กลายเป็นต้นทุนสำคัญไม่แพ้กัน ร้านค้าหลายแห่งในศูนย์อาหารหรืออาคารสำนักงานต้องเช่าพื้นที่ราคาสูงถึง 60,000 บาทต่อเดือน หรือเฉลี่ย 3,333 บาทต่อตารางเมตร ทำให้บางร้านต้องหาทางลดต้นทุน เช่น ขายแบบ “อาหารกล่อง” โดยไม่เช่าพื้นที่นั่งกิน หรือบางแห่งต้องปิดตัวลงไปตั้งแต่ช่วงโควิด

ผู้ค้าหลายรายยังสะท้อนว่า ไม่สามารถขึ้นราคาข้าวแกงตามต้นทุนได้ เพราะผู้บริโภคไม่มีแรงซื้อมากพอ หากขายแพงเกินไปก็อาจไม่มีลูกค้า ในขณะที่บางร้านที่สามารถตรึงราคาไว้ได้ จะได้รับความนิยมเป็นพิเศษ มีลูกค้าเข้าคิวแน่น แม้กำไรจะน้อยลง

อีกข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ แม้ราคาจะคงเดิมในบางร้าน แต่ ปริมาณอาหารและคุณภาพอาจลดลง ซึ่งแบบนี้จะเรียกว่าแพงขึ้นก็คงจะไม่ผิด ผู้บริโภคต้องใช้วิจารณญาณพิจารณาเพราะอาจไม่สามารถวัดค่าได้ในเชิงตัวเลข

แนวโน้มปี 2569: ราคาอาจยังไม่ขยับ

ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ และกำลังซื้อที่ยังไม่กลับมาอย่างมั่นคง ทำให้คาดว่า ราคาอาหารในปี 2569 จะยังคงทรงตัวหรือเพิ่มไม่เกิน 2% เว้นแต่จะเกิดภาวะต้นทุนพุ่ง เช่น ราคาน้ำมัน ค่าไฟ หรือค่าเช่าพื้นที่ที่ปรับขึ้นอีกระลอก

ในระยะยาว การสนับสนุนจากภาครัฐหรือท้องถิ่น เช่น การจัดหาพื้นที่ค้าขายราคาถูกในเมือง อาจช่วยลดต้นทุนให้ผู้ค้า และช่วยตรึงราคาสินค้าให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของประชาชน

ที่มา : ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...