โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบชาวเขมรลอบเข้าไทยขนซิมการ์ด 200 หมายเลขพร้อมเงิน 1 แสนดำเนินคดีก่อนผลักดันกลับประเทศ

Manager Online

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 09.05 น. • MGR Online

จันทบุรี- กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด รวบ ชาวเขมร ลอบเข้าไทยขนซิมการ์ด 200 หมายเลข ออกด่านชายแดนจันทบุรีพร้อมเงินสด 1แสนบาทนำตัวดำเนินคดี ก่อนผลักดันออกนอกประเทศ คาดเอี่ยวขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติเร่งขยายผลเอาผิดร้านซื้อ–ขายซิมการ์ดในไทย พบเกี่ยวข้องเจอโทษหนัก

เมื่อเวลา 14.30 น.วันนี้ (30 มิ.ย.) หน่วยประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชา กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้ทำการผลักดัน นายโสต ทู อายุ 44 ปี ชาวกัมพูชา กลับประเทศผ่านจุดด่านแดนถาวรบ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี หลังถูกเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 521 บ้านแหลม จับกุมในข้อหาลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2568 ที่ผ่านมา

การจับกุมดังกล่าวเกิดจากการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่าง เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 / กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 524) ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบ้านแหลม และ สภ.บ้านแปลง ที่พบความผิดปกติขณะผู้ต้องหากำลังเดินผ่านประตูเล็กบริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม เพื่อกลับประเทศ จึงขอตรวจค้นตัว

กระทั่งพบของกลางเป็น ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือเครือข่ายไทยจำนวน 200 เลขหมาย และเงินสดอีกจำนวน 100,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางไว้ตรวจสอบแหล่งที่มา เบื้องต้นพบว่าเป็นซิมการ์ดที่จดทะเบียนใน ประเทศไทย โดยไม่มีเอกสารประกอบชัดเจน

และหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลตรวจสอบร้านค้าบริเวณตลาดบ้านแหลม ที่คาดว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายซิมโทรศัพท์ให้แก่บุคคลต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย และจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดหากพบการกระทำผิดจริง รวมถึงพิจารณาสั่งปิดกิจการร้านค้าในพื้นที่ที่เข้าข่ายสนับสนุนการกระทำผิด

โดยเจ้าหน้าที่ยังได้แจ้งเตือนผู้ประกอบการร้านค้าว่า การซื้อ–ขายซิมการ์ดโดยไม่ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย อาจถูกนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ การหลอกลวงประชาชน หรือแอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้จำหน่าย ผู้ลงทะเบียน และผู้ใช้งานอาจมีความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ

อาทิ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14(1)(2) โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/1 และ 269/4 เกี่ยวกับการทำและใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม มีโทษจำคุก 1–7 ปี ปรับ 20,000–140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...