ความดื้อรั้นของ BRN ที่ไม่ยอมแสดงตัวผู้นำที่แท้จริง ทำให้กระบวนการ เจรจาสันติภาพล้มเหลว !
สำนักข่าว UtusanTV ประเทศมาเลเซีย ได้เขียนบทความ กรณี BRN ไม่เคยแสดงตัวตน ส่งผลให้การเจรจาสันติภาพล้มเหลว ขณะที่ เมื่อวันที่5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ครบหนึ่งปีแล้วที่อดีตผู้อำนวยการสภาความมั่นคงแห่งชาติDatuk Mohd Rabin Basir (ดาโต๊ะ โมฮำมัด ราบิน บาซีร)ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยความสะดวกของรัฐบาลมาเลเซียคนใหม่สำหรับกระบวนการพูดคุยสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย
เมื่อมีการแต่งตั้งเกิดขึ้น รัฐบาลมาเลเซียมั่นใจในความสามารถของMohd Rabin ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนJeneral (B) Tan Sri Zulkifli Zainal Abidin (พลเอก ตัน ศรี ซูลกิฟลี ไซนัล อาบีดีน) ว่าเขาจะสามารถทำภารกิจนี้ให้ประสบผลสำเร็จอย่างดี มีประสิทธิภาพ เชิงบวกและมีความสำคัญต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพได้ยังหวังว่าMohd Rabin จะสามารถมีบทบาทที่มีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์มากขึ้นในการเร่งความพยายามในการสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและสันติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย
แต่เป็นเวลาหนึ่งปีแล้วที่Mohd Rabin ดำรงตำแหน่งดังกล่าว กระบวนการสันติภาพไม่แสดงให้เห็นผลลัพธ์ใด ๆ มันเป็นความผิดของMohd Rabin หรือ? หรือว่ามันเกิดจากMohd Rabin ที่ไม่สามารถทำหน้าที่ที่คาดหวังได้? หรือมันเกิดจากรัฐบาลไทยไม่ให้ความร่วมมือกับMohd Rabin? ไม่เลย! กระบวนการพูดคุยสันติภาพนั้นไม่มีความก้าวหน้าอะไรเลย และตอนนี้เหมือนกับไม่มีชีวิตชีวา ไม่ใช่เพราะMohd Rabin และไม่ใช่เพราะรัฐบาลมาเลเซียหรือรัฐบาลไทย แต่เนื่องจากความดื้อรั้น ความเย่อหยิ่งและความหยิ่งยะโสของแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติBRN
ผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่ผู้นำระดับรอง หรือเพียงแค่ ผู้ส่งสารเท่านั้น“แต่ต้องเป็นผู้นำที่มีอำนาจในการควบคุมกองกำลังฝ่ายปฏิบัติการในพื้นที่ได้ทั้งหมด”
ผู้นำนั้นสามารถตัดสินใจได้เมื่อเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพ แทนที่จะมาที่การประชุมแล้วต้องอ้างถึงบุคคลอื่น ทัศนคติของBRN ที่ไม่เต็มใจที่จะนำเสนอผู้นำที่แท้จริงของตน ทำให้กระบวนการพูดคุยไม่ก้าวหน้า มันยังเป็นการเสียเวลา แรงงาน และงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์
ด้วยเหตุนี้รัฐบาลไทยจึงยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าว จะดำเนินต่อไปในเมื่อBRN ส่งผู้นำที่แท้จริงเพื่อการพูดคุย อย่างไรก็ตามBRN ไม่ต้องการทำเช่นนั้น พวกเขาเห็นว่าข้อกำหนดนั้นเป็นกับดักของรัฐบาลไทย ที่ต้องการรู้ว่าใครคือผู้นำตัวจริงของกระบวนการดังกล่าว
พวกเขากังวลว่ารัฐบาลไทยจะดำเนินการ หากทราบตัวตนของผู้นำตัวจริงที่เกี่ยวข้องผู้เขียนเชื่อว่าBRN ก็เข้าใจว่ารัฐบาลไทยรู้แล้วว่า ใครเป็นผู้นำที่แท้จริงของBRN เพียงแต่ว่ารัฐบาลไทยต้องการดูว่าBRN ซื่อสัตย์ จริงใจ และโปร่งใสในเรื่องนี้มากแค่ไหน
นี่คือการแสดงออกถึงความซื่อสัตย์ ความจริงใจ และความโปร่งใสเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้กระบวนการพูดคุยสันติภาพเช่นนี้ ที่ยื้อเยื้อมาเป็นเวลานานโดยไม่มีผลลัพธ์ใด ๆBRN ควรที่จะขอบคุณ เพราะรัฐบาลไทยยังคงให้โอกาสและช่องทางแก่พวกเขาในการส่งผู้นำที่แท้จริงเพื่อทำการพูดคุย
รัฐบาลไทยไม่ได้ทำไปเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เพื่อให้สมความปรารถนาที่จะนำสันติภาพที่ย่างยืนมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย
ตลอดเวลาที่BRN ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบเพื่อทำให้การต่อสู้ที่ล้าสมัยและไร้ประโยชน์ของพวกเขา ในการจัดตั้งรัฐปาตานีประสบความสำเร็จ แต่รัฐบาลไทยยังคงอดทนและพร้อมที่จะมีการพูดคุยต่อไป
ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลไทยยังคงพยายามอย่างเต็มที่ ในการที่จะนำความสงบสุขและการพัฒนาเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยด้วยเหตุนี้รัฐบาลไทยจึงไม่เคยละเลยพื้นที่นั่นและไม่เคยกดขี่ชาวไทยมุสลิมหรือทำตัวเหมือนผู้ล่าอาณานิคม
ในทางตรงการข้าม รัฐบาลไทยได้ดำเนินการความพยายามต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว มีความเจริญรุ่งเรืองเช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ๆ
ตัวอย่างเช่น สำนักงานการศึกษาของเอกชนในประเทศไทยได้บันทึกว่ามีโรงเรียนอิสลามเอกชนที่ลงทะเบียนจำนวน654 แห่งในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยโรงเรียนประถมได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลจำนวนเกือบ15,000 บาท(RM 1,950) ในขณะที่โรงเรียนมัธยมได้รับเงินเกือบ20,000 บาท(RM 2,600) ต่อปีต่อคน
ตามการแบ่งประเภท มีโรงเรียนเอกชนอิสลาม263 แห่งและศูนย์เด็กเล็กฟัรดูอีน650 แห่งในปัตตานี, โรงเรียน117 แห่งและศูนย์เด็กเล็ก429 แห่งในยะลา, โรงเรียน81 แห่งและศูนย์เด็กเล็ก304 แห่งในนราธิวาส ขณะที่4 อำเภอในสงขลา มีโรงเรียน193 แห่งและศูนย์เด็กเล็ก197 แห่ง
ไม่ใช่เพียงแค่นั้น รัฐบาลไทยยังได้ขอความร่วมมือจากรัฐบาลมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยสันติภาพสันติภาพ และเพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เนื่องจากทั้งสองประเทศมีชายแดนติดกัน
มาเลเซียพร้อมที่จะช่วยรัฐบาลไทยในเรื่องนี้ เพราะรู้ถึงเจตนาที่บริสุทธิ์ของรัฐบาลประเทศช้างเผือกในการนำพาสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองสู่พื้นที่ดังกล่าว
มันได้รับการยืนยันเมื่อกองอำนวยความมั่นคงภายในภาค4 ของประเทศไทย(กอ.รมน.ภาค4) ยืนยันว่ากระบวนการความมั่นคงในพื้นที่นั้นมีความก้าวหน้าในเชิงบวกจากผลของการใช้แนวทางสันติซึ่งดำเนินการโดยศูนย์สันติวิธีร่วมกับหลายฝ่ายรวมถึงมาเลเซีย
พลตรี เฉลิมชัย สุทธินวล ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค4 กล่าวว่า วิธีการแบบบูรณาการที่เน้นความเป็นอยู่ของชุมชนและการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจนั้นได้ลดเหตุการณ์ความรุนแรงและเพิ่มความเข้าใจในหมู่ประชาชนในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง
ข้อเท็จจริงนั้น พลตรี เฉลิมชัยฯ ควรจะทำให้ผู้นำBRN ตระหนักรู้ว่าชาวไทยมุสลิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยส่วนใหญ่ต้องการสันติภาพและพวกเขาต้องการมีชีวิตประจำวันอย่างสงบสุข ไม่ใช่ถูกขัดขวางโดยความรุนแรงจากBRN เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ไร้สาระของพวกเขา
จริง ๆ แล้ว ผู้นำBRN แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจว่าความหวังของชาวไทยมุสลิมที่สูงส่งเพียงใดที่ต้องการมีชีวิตอย่างสงบสุข และไม่ต้องการร่วมมือกับการต่อสู้ที่ไร้ความหมายของBRN โดยสิ้นเชิง
BRN ไม่เพียงแต่ปฏิเสธที่จะส่งผู้นำตัวจริงไปพูดคุย แต่ยังมีท่าทีที่เย่อหยิ่งที่ต้องการจะบรรลุการต่อสู้ที่ไร้ค่าโดยการก่อเหตุการณ์ความรุนแรง แม้ว่าผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการกระทำของพวกเขาก็คือชาวไทยมุสลิมBRN ไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อยในการกระทำความชั่วร้ายดังกล่าว เพราะจริง ๆ แล้วพวกเขากำลังต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้นำ ไม่ใช่เพื่อชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย
มิฉะนั้นพวกเขาจะไม่รังเกียจที่จะทำตามคําขอของรัฐบาลไทย ตราบใดที่กระบวนการพูดคุยสันติภาพสามารถกลับมาดำเนินต่อไปได้ อย่างไรก็ตามBRN เลือกที่จะยืนกรานและดำเนินภารกิจต่อไปเพื่อทำให้ดินแดนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยนองเลือดของผู้บริสุทธิ์ รวมถึงในหมู่ชาวไทยมุสลิม
สถานการณ์นั้นพิสูจน์ได้ว่าการเรียกร้องที่อ้างว่าBRN กำลังต่อสู้เพื่ออนาคตของชาวไทยมุสลิมในพื้นที่นั้นเป็นเพียงการโกหกขั้นสูงสุด เนื่องจากสิ่งที่พวกเขาทำในขณะนี้คือการทำลายอนาคตของประชาชนเหล่านั้น นี่เป็นการทรยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของBRN !
///////////////
https://utusantv.com/2025/07/10/kedegilan-brn-enggan-tampilkan-pemimpin-sebenar-gagalkan-proses-dialog-damai/?utm_source=whatsapp&utm_medium=social-media&utm_campaign=addtoany
** ไม่อนุญาตนำ ข่าว/ภาพ ลงทุกช่องทางอื่น