โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกชน ชี้ข้อพิพาทด่านชายแดนกัมพูชาเริ่มพ่นพิษ กระทบเบื้องต้นกว่า 500 ล้านบาท

ไทยโพสต์

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 16.54 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 09.54 น.

เอกชน ลั่นข้อพิพาทด่านชายแดนกัมพูชาเริ่มพ่นพิษ อาจกระทบเบื้องต้นกว่า 500 ล้านบาท หวังปัญหาไม่ยืดเยื้อ ขอข้อสรุปโดยเร็วอย่างสันติ ดันการค้าขายกลับมาเหมือนเดิม

10 มิ.ย. 2568 - นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยเกี่ยวกับผลกระทบการเปิด-ด่านชายแดนไทย-กัมพูชาตามเวลา ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวแน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดการชะงักงันของการขนส่งสินค้าที่ต้องผ่านชายแดนที่มีการเปิด-ปิดเป็นเวลาตามมาตรการของกองทัพบก โดยจากการที่สอบถามสมาชิกของ ส.อ.ท. ปัจจุบันเริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว แต่ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ในขณะนี้ กำลังรอสรุปตัวเลขที่ขัดเจนอยู่ โดยไทยมียอดการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ที่ประมาณ 1.7 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งด่านที่อรัญประเทศมียอดค้าขายมากที่สุดประมาณ 1.1 แสนล้านบาท หรือประมาณ 64% ของมูลค่าทั้งหมด

“เวลานี้ยังประเมินไม่ได้ว่ากระทบเท่าไหร่ แต่หากคำนวณด้วยวิธีการหารจากยอดส่งออกทั้งหมดต่อวัน ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาทต่อวัน แต่ต้องทำความเข้าใจด้วยว่ามูลค่า 500 ล้านบาทดังกล่าวคงไม่ได้ถูกกระทบไปทั้งหมด มีเพียงบางส่วนเท่านั้น หรือเรียกว่าถูกกระทบบ้าง” นายเกรียงไกร กล่าว

ทั้งนี้ หวังว่าสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นจะไม่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน เพราะยิ่งยืดเยื้อมากเท่าไหร่ ผลกระทบก็มากขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากการที่มีมาตรการไม่ปกติ ย่อมทำให้เกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็เข้าใจว่าการดำเนินมาตรการดังกล่าว เพื่อทำให้เกิดการเจรจาหาข้อสรุปอย่างสันติวิธี

“แน่นอนว่าเมื่อเกิดข้อพิพาท ก็จะทำให้ทั้งไทยและกัมพูชาได้รับความเสียหาย โดยไทยเป็นฝ่ายที่ได้ดุลการค้าจากการส่งสินค้าอุปโภค บริโภค น้ำมันเครื่อง เครื่องยนต์ เครื่องจักรก็ได้รับผลกระทบ แต่เชื่อไม่มีผู้ใดต้องการให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วไทยก็จำเป็นต้องปิดด่านชั่วคราว เพื่อให้เกิดการเจรจาบนโต๊ะ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเจรจาจะได้ผลที่ดี มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อทำให้ด่านต่างๆกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้ประชาชนทั้ง 2 ฝั่งไม่ได้รับผลกระทบ มีการค้าขายเหมือนเดิม” นายเกรียงไกร กล่าว

ส่วนมาตรการรองรับนั้น เวลานี้ยังไม่มี ต้องรอผลการเจรจา ที่ผ่านมาก็มองว่าการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดี และถือว่าโชคดีที่ไม่เกิดการสู้รบ หรือเกิดสงคราม ถือว่าเป็นการถอดสลัก หรือถอดชนวนได้ทันเวลาทั้ง 2 ฝั่งก่อนที่จะเกิดการปะทะ หรือบานปลาย เพราะการเกิดสงครามย่อมสร้างความเสียหายทั้งสองฝั่ง และกระทบกระเทือนต่อการดำรงชีวิต การค้าขาย ซึ่งไม่เป็นผลดีกับใคร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...