“คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย” โตสวนกระแสโควิดกวาดเบี้ยรับรวมกว่า 18,000 ล้านบาท
“คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย” โตสวนกระแสโควิดกวาดเบี้ยรับรวมกว่า 18,000 ล้านบาท
นายสุธีชัย สันติวราคม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ “คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) ” ในปี 2564 ว่า มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 18,434 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.2% มีกำไรจากการรับประกันภัย 2,569 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจประกันภัยรถยนต์ ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สร้างการเติบโตให้กับช่องทางธุรกิจภายในประเทศ ในขณะที่ธุรกิจประกันภัยทางทะเลและขนส่งได้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสำหรับช่องทางธุรกิจคู่ค้าญี่ปุ่น (J-Business) พร้อมขยายโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถผ่านเครือข่ายที่แข็งแกร่งของบริษัท ทั้งช่องทางตัวแทนและนายหน้าทั่วประเทศ
แม้ว่าบริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายหลายระลอกของโรคโควิด-19 แต่ บริษัทยังสามารถรักษาผลการดำเนินงานในปี 2564 ได้เป็นที่น่าพึงพอใจ โดยมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นกว่าปี 2563 ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 18,434 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.2% มีกำไรจากการรับประกันภัย 2,569 ล้านบาท โดยธุรกิจประกันภัยรถยนต์ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวม 12,256 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4% ตามมาด้วยธุรกิจประกันอัคคีภัย ที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 2,606 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2% ประกันภัยเบ็ดเตล็ดมีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 2,382 ล้านบาท ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 1,189 ล้านบาท เติบโตขึ้น 23%
โดยในการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทนั้น มาจากความแข็งแกร่งของช่องทางตัวแทนและนายหน้าทั่วประเทศผนึกกับศูนย์บริการสาขาและสินไหมที่มีมากกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ พร้อมให้บริการและช่วยเหลือลูกค้าทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ ด้วยเครือข่ายของกลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนทั่วโลกได้เสริมความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งของพันธมิตรธุรกิจคู่ค้าญี่ปุ่นที่มีมาอย่างยาวนานและได้รับความไว้วางใจด้วยดีเสมอมา ช่วยเสริมส่วนธุรกิจต่างๆของคุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัยให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
นายสุธีชัย กล่าวว่า ภายหลังจากการควบรวมกิจการในปี 2563 บุคลากรของบริษัทต่างผสานพลังเป็นทีมเดียวกันในการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ เพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการให้บริการที่ตอบสนองต่อความพึงพอใจของลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน รวมถึงวิสัยทัศน์ ในการร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน เชื่อในการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อสร้างฐานธุรกิจที่มั่นคงในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำผลการสำรวจความคิดเห็นของตัวแทนและนายหน้าทั่วประเทศ เพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการที่ดีมากยิ่งขึ้น ทุกเสียงสะท้อนและความคิดเห็นทั้งหมดนี้ จะเป็นแนวทางให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด
โดยบริษัทได้วางแผนพัฒนาการให้บริการ ผ่านช่องทางดิจิทัลที่หลากหลายเพื่ออํานวยความสะดวกในการดําเนินงานและปรับปรุงด้านบริการที่ดีขึ้น ดังนี้
1. พัฒนาเครื่องมือเพื่อให้ตัวแทนและนายหน้า เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์และทำใบเสนอราคาได้เองทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทาง Line OA
2. ขยายฟังก์ชั่นการทำงานของระบบ Safe Smart เพื่อให้ตัวแทนและนายหน้าสามารถออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภทได้เอง
3. เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสภาพรถยนต์ โดยพิจารณาการนำ Online Application เข้ามาใช้งาน
พร้อมดำเนินกลยุทธ์ผ่านช่องทางการขายหลัก ประกอบไปด้วย
1. ช่องทางสาขาที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ
2. ฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งจากเครือข่ายบริษัท คู่ค้าญี่ปุ่น
3. ช่องทางการขายผ่านตัวแทนและนายหน้า
4. การเป็นพันธมิตรร่วมกับดีลเลอร์ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์
5. ช่องทางอื่นๆ ที่มีส่วนในการขยายฐานธุรกิจ อาทิ ช่องทางจากบริษัทไปคู่ค้าและไปถึงลูกค้า (B2B2C)