โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย” โตสวนกระแสโควิดกวาดเบี้ยรับรวมกว่า 18,000 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 มี.ค. 2565 เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2565 เวลา 08.59 น.

“คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย” โตสวนกระแสโควิดกวาดเบี้ยรับรวมกว่า 18,000 ล้านบาท  

นายสุธีชัย  สันติวราคม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ “คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) ” ในปี 2564 ว่า มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 18,434 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.2% มีกำไรจากการรับประกันภัย 2,569 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจประกันภัยรถยนต์ ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สร้างการเติบโตให้กับช่องทางธุรกิจภายในประเทศ  ในขณะที่ธุรกิจประกันภัยทางทะเลและขนส่งได้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสำหรับช่องทางธุรกิจคู่ค้าญี่ปุ่น (J-Business) พร้อมขยายโอกาสและเพิ่มขีดความสามารถผ่านเครือข่ายที่แข็งแกร่งของบริษัท ทั้งช่องทางตัวแทนและนายหน้าทั่วประเทศ

แม้ว่าบริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายหลายระลอกของโรคโควิด-19 แต่ บริษัทยังสามารถรักษาผลการดำเนินงานในปี 2564 ได้เป็นที่น่าพึงพอใจ โดยมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นกว่าปี 2563 ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 18,434 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.2%  มีกำไรจากการรับประกันภัย 2,569 ล้านบาท โดยธุรกิจประกันภัยรถยนต์ยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้ให้กับบริษัท ด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวม 12,256 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4% ตามมาด้วยธุรกิจประกันอัคคีภัย ที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 2,606 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2% ประกันภัยเบ็ดเตล็ดมีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 2,382 ล้านบาท ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 1,189 ล้านบาท เติบโตขึ้น 23% 

โดยในการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทนั้น มาจากความแข็งแกร่งของช่องทางตัวแทนและนายหน้าทั่วประเทศผนึกกับศูนย์บริการสาขาและสินไหมที่มีมากกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ พร้อมให้บริการและช่วยเหลือลูกค้าทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ ด้วยเครือข่ายของกลุ่มบริษัทโตเกียวมารีนทั่วโลกได้เสริมความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งของพันธมิตรธุรกิจคู่ค้าญี่ปุ่นที่มีมาอย่างยาวนานและได้รับความไว้วางใจด้วยดีเสมอมา ช่วยเสริมส่วนธุรกิจต่างๆของคุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัยให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายสุธีชัย กล่าวว่า ภายหลังจากการควบรวมกิจการในปี 2563 บุคลากรของบริษัทต่างผสานพลังเป็นทีมเดียวกันในการสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ เพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการให้บริการที่ตอบสนองต่อความพึงพอใจของลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน รวมถึงวิสัยทัศน์ ในการร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืน  เชื่อในการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อสร้างฐานธุรกิจที่มั่นคงในระยะยาว 

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำผลการสำรวจความคิดเห็นของตัวแทนและนายหน้าทั่วประเทศ เพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการที่ดีมากยิ่งขึ้น ทุกเสียงสะท้อนและความคิดเห็นทั้งหมดนี้ จะเป็นแนวทางให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด

โดยบริษัทได้วางแผนพัฒนาการให้บริการ ผ่านช่องทางดิจิทัลที่หลากหลายเพื่ออํานวยความสะดวกในการดําเนินงานและปรับปรุงด้านบริการที่ดีขึ้น  ดังนี้ 

        1. พัฒนาเครื่องมือเพื่อให้ตัวแทนและนายหน้า เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์และทำใบเสนอราคาได้เองทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทาง Line OA  

        2. ขยายฟังก์ชั่นการทำงานของระบบ Safe Smart เพื่อให้ตัวแทนและนายหน้าสามารถออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภทได้เอง 

         3. เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสภาพรถยนต์ โดยพิจารณาการนำ Online Application เข้ามาใช้งาน 

พร้อมดำเนินกลยุทธ์ผ่านช่องทางการขายหลัก ประกอบไปด้วย

          1. ช่องทางสาขาที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ

          2. ฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งจากเครือข่ายบริษัท คู่ค้าญี่ปุ่น

          3. ช่องทางการขายผ่านตัวแทนและนายหน้า

          4. การเป็นพันธมิตรร่วมกับดีลเลอร์ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์

         5. ช่องทางอื่นๆ ที่มีส่วนในการขยายฐานธุรกิจ อาทิ ช่องทางจากบริษัทไปคู่ค้าและไปถึงลูกค้า (B2B2C)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...