โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“พาณิชย์”เผยสำรวจตลาดคนอังกฤษ นิยมบริโภคข้าว-บะหมี่เพิ่ม ชี้ไทยมีโอกาสขาย

สยามรัฐ

อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 05.35 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2568 เวลา 05.35 น.

DITP สำรวจตลาดการบริโภคข้าวและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในสหราชอาณาจักร พบมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง หลังคนนิยมซื้อมาทำบริโภคเอง เหตุเข้าถึงได้ง่าย ราคาไม่สูง เหมาะกับช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ชี้เป็นโอกาสของไทย ส่งข้าวไปขาย แนะเน้นรสชาติใหม่ มีนวัตกรรม โปรโมตเรื่อง Gluten Free

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนายประคัลร์ กอดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ถึงการสำรวจตลาดการบริโภคข้าวและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในตลาดสหราชอาณาจักร และโอกาสในการส่งออกข้าว บะหมี่เส้น ของไทยเข้าไปขาย

ทั้งนี้ทูตพาณิชย์ได้รายงานสถานการณ์ในปัจจุบันว่า ข้าวและถั่วได้รับความนิยมมากขึ้นในโลกออนไลน์ จากการที่มีวิดีโอเมนูอาหารจากข้าวและถั่วแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากเป็นอาหารที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และราคาไม่สูง โดยเฉพาะข้าวซึ่งถือเป็นคาร์โบไฮเดรตที่มีราคาไม่สูง เหมาะกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ข้าวเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค และมีการนำข้าวมาทำเมนูอาหารในสื่อโซเชียลแพร่หลายมากขึ้น โดยในช่วงปีที่ผ่านมา มูลค่าการขายข้าวในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 3.4% ปริมาณเพิ่มขึ้น 4% โดยผู้บริหารบริษัท Surya Foods ให้ความเห็นว่า ข้าวสารจัดเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ค่าครองชีพสูง เนื่องจากมีราคาต่ำกว่าข้าวสำเร็จรูปที่ต้องนำมาอุ่นร้อนก่อนรับประทาน ส่งผลให้หม้อหุงข้าวมียอดขายเพิ่มขึ้นด้วย

ขณะที่ผู้บริโภคที่ทำอาหารเองที่บ้านให้ความสำคัญกับคุณภาพและความน่าเชื่อถือแบรนด์ของอาหารที่นำมาปรุง ซึ่งบริษัท Kantar ให้ข้อมูลว่าในช่วงเดือนมีนาคม 2025 มูลค่าของข้าว เพิ่มขึ้น 2.8% ประมาณ 854.3 ล้านปอนด์ โดยข้าวถุง (Pouch rice) มูลค่าเพิ่มขึ้น 9.6% มูลค่า 258 ล้านปอนด์ ข้าวสารมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 5.3% คิดเป็นเงิน 239.1 ล้านปอนด์ เส้นสด มูลค่าเพิ่มขึ้น 6.5% คิดเป็นเงิน 48.9 ล้านปอนด์ เส้น มูลค่าเพิ่มขึ้น 0.7% คิดเป็นเงิน 74.5 ล้านปอนด์ และข้าวแช่เย็นมีรสชาติ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 21% มูลค่า 23.6 ล้านปอนด์ แต่ด้วยการแข่งขันของตลาดข้าวระหว่างยี่ห้อหลัก (Mai Thai Veetee Laila Tilda และ Ben’s Original) คือ การจัดโปรโมชันลดราคา ส่งผลให้ราคาของข้าวในตลาดลดลง ส่วนสินค้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พบว่า หลายยี่ห้อหลักมีมูลค่าลดลง และมียี่ห้อใหม่จากเอเชียเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาด ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากเทรนด์การบริโภคอาหารหลากหลายขึ้น รวมถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของอาหารเกาหลี โดยข้อมูลของ Kantar ระบุว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Nissin มีมูลค่า 17.9 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 4.1% บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Koka มีมูลค่า 13.9 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 15.4% และ Nong Shim มีมูลค่า 12.9 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 13.4%

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า ผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบของข้าวและเส้นมากขึ้น เนื่องจากความนิยมในการบริโภคอาหารนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสื่อโซเชียล ที่มีการทำเมนูอาหารจากข้าวและเส้นแพร่หลายมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการปรุงและประกอบอาหารได้ง่ายขึ้น และความนิยมของผู้บริโภคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากข้าวและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอาหารที่มีราคาไม่สูง ดังนั้น ผู้ส่งออกของไทยควรใช้โอกาสที่ผู้บริโภคให้ความสนใจอาหารนานาชาติ และรสชาติใหม่ ๆ นำเสนอสินค้ารสชาติใหม่ รวมถึงสินค้านวัตกรรมเข้าสู่ตลาดได้ โดยเฉพาะข้าวไทย สามารถนำเสนอข้อดีในเรื่องสารอาหาร และ Gluten Free ให้ผู้บริโภคให้รับรู้ ก็จะเป็นทางหนึ่งในการประชาสัมพันธ์สินค้าอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...