โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดเหตุผล ทำไม ทำเล รถไฟฟ้าสายสีชมพู ไม่ติดโผท็อป 5 ราคาที่ดินแพง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ส.ค. 2568 เวลา 16.23 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2568 เวลา 16.23 น.

เปิดเหตุผล ทำไม ทำเล รถไฟฟ้าสายสีชมพู ไม่ติดโผท็อป 5 ราคาที่ดินแพง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 โดยไตรมาสที่ 1 ปี 2568 มีค่าดัชนีเท่ากับ 433.0 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.9 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 8 ไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ปี 2566

ด้านราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าพบว่า เส้นทางรถไฟฟ้า 5 อันดับแรก ที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุด

อันดับ 1 รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑล สาย 4) ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.1 พื้นที่บางแค และหนองแขม มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

อันดับ 2 รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค), รถไฟฟ้าสายสีทอง (ธนบุรี -ประชาธิปก) และสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม) ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นเท่ากัน คือ ร้อยละ 27.0 พื้นที่บางกอกใหญ่ ธนบุรี และคลองสาน มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

อันดับ 3 รถไฟฟ้า BTS สายสีลม และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ) โดยรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นเท่ากัน คือ ร้อยละ 25.7 พื้นที่ภาษีเจริญ และจตุจักร มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

อันดับ 4 รถไฟฟ้าสายสีม่วง(เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.9 พื้นที่ธนบุรี คลองสาน และราษฎร์บูรณะ มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

อันดับ 5 ได้แก่ รถไฟฟ้า MRT และรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-หัวลำโพง) โดยรถไฟฟ้าทั้ง 2สายมีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นเท่ากันคือ ร้อยละ 24.8 พื้นที่จตุจักร และวัฒนา มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

สำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนา เท่ากับ 415.2 จุด เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 4.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

พลิกดูราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าใน 5 อันดับแรก ที่ราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด

1.สายสีเขียว สมุทรปราการ-บางปูและสายสีเขียว แบริ่ง-สมุทรปราการ เพิ่มขึ้้น 39.6% พื้นที่พระสมุทรเจดีย์ พระประแดง และเมืองสมุทรปราการ เป็นบริเวณที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

2.สายสีม่วงบางใหญ่-เตาปูน เพิ่มขึ้น 10.1% พื้นที่เมืองนนทบุรี บางบัวทอง และบางใหญ่ เป็นบริเวณที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

3.รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิท เพิ่มขึ้น 8.8% พื้นที่พระโขนง วัฒนา และบางนา เป็นบริเวณที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

4.สายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง เพิ่มขึ้น 8.5 % พื้นที่วังทองหลาง และสวนหลวง เป็นบริเวณที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

และ5.รถไฟฟ้า MRT และสายสีแดงเข้มบางซื่อ-หัวลำโพง เพิ่มขึ้น 7.9 % พื้นที่วัฒนา และห้วยขวาง เป็นบริเวณที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นมาก

อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาราคาที่ดินในช่วงครึ่งปีแรก 2568 ของ REIC พบว่า รถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี ไม่ได้ติดอยู่ในโผ 5 อันดับราคาที่ดินปรับขึ้นสูงสุด ทั้งที่เปิดให้บริการพร้อมสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะยังเป็นพื้นที่ยังไม่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือ จึงทำให้ดัชนีราคาที่ดินเปล่าไม่ขยับ แม้ว่ารถไฟฟ้าจะเปิดให้บริการแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตามในปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่รถไฟฟ้าสายสีสมชมพูยังไม่เปิดให้บริการ ดัชนีราคาที่ดินติดโผ 3 ไตรมาสติด แต่หลังจากนั้นดัชนีราคาก็ไม่มีการขยับแต่อย่างใด

ขณะที่ในปี 2568 เทียบกับปี2567 ดัชนีราคาที่ดินของรถไฟฟ้าสายสีชมพูเพิ่มขึ้น 2.1% แต่เมื่อเทียบรายไตรมาสติดลบ 2% จึงทำให้ไม่ติดท็อป 5

ด้านสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัย และที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพูตั้งแต่ถนนติวานนท์ แจ้งวัฒนะ รามอินทรามีการพัฒนามานานมากแล้ว ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่อยู่อาศัยและค้าปลีกขนาดใหญ่และเล็ก รองรับชุมชนโดยรอบ ยังไม่ค่อยมีอาคารสำนักงาน หรือแหล่งงานขนาดใหญ่ คนจึงเข้ามาทำงานในกรุงเทพชั้นใน

ส่วนใหญ่โครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่เป็นบ้านจัดสรรต่ำกว่า 3.5 ล้านบาท และมากกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่คอนโดมิเนียมยังมีน้อยเมื่อเทียบกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ โดยมีสะสม 29,278 ยูนิต ขายได้แล้ว 3% ส่วนใหญ่เป็นระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทหรือไม่เกิน 1 แสนบาทต่อ ตร.ม. เนื่องจากมีข้อจำกัดผังเมืองรวม กทม. จำกัดพัฒนาอาคารที่มีพื้นที่มากกว่า 10,000 ตร.ม. ในบางพื้นที่ถนนรามอินทรา

สำหรับราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3-7% ต่อปี ในช่วงตั้งแต่ถนนติวานนท์ต่อเนื่องถึงแจ้งวัฒนะและวงเวียนหลักสี่อยู่ที่ 250,000-380,000 บาทต่อ ตร.ว. ถนนรามอินทรา 250,000-300,000 บาทต่อ ตร.ว. และต่ำกว่า 300,000 บาทต่อ ตร.ว. ไปจนถึง 200,000 บาทต่อ ตร.ว.ในพื้นที่ใกล้กับสถานีมีนบุรี สถานีปลายทาง ราคามีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอีกตามศักยภาพของพื้นที่และการประกาศใช้ผังเมืองรวม กทม.ในปี 2570

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเหตุผล ทำไม ทำเล รถไฟฟ้าสายสีชมพู ไม่ติดโผท็อป 5 ราคาที่ดินแพง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...