โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

[บทความ] ทำไม 1 วันบนดวงจันทร์ ถึงยาวนานเกือบ 4 สัปดาห์บนโลก ?

BT Beartai

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 03.38 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 08.03 น.
[บทความ] ทำไม 1 วันบนดวงจันทร์ ถึงยาวนานเกือบ 4 สัปดาห์บนโลก ?

หลายคนอาจจินตนาการถึงการใช้ชีวิตบนดวงจันทร์ แต่เคยสงสัยกันไหมว่า “หนึ่งวัน” บนนั้นยาวนานแค่ไหน ? คำตอบคือ หนึ่งวันบนดวงจันทร์ (นับจากพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ขึ้นอีกครั้ง) มีระยะเวลายาวนานถึงประมาณ 29.5 วันของโลก หรือเกือบ 4 สัปดาห์เต็ม ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากกลไกทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่น่าทึ่งซึ่งเรียกว่า “การหมุนสมวาร” (Synchronous Rotation)

การหมุนที่ถูกล็อกด้วยแรงโน้มถ่วง

สาเหตุหลักที่ทำให้วันบนดวงจันทร์ยาวนาน มาจากการที่ดวงจันทร์ถูก “ล็อก” ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก (Tidal Locking) มาเป็นเวลานับพันล้านปี ทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า Synchronous Rotation ซึ่งหมายถึง ดวงจันทร์ใช้เวลาในการหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ เท่ากับเวลาที่ใช้ในการโคจรรอบโลก 1 รอบพอดี

ตามข้อมูลจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ดวงจันทร์ใช้เวลาโคจรรอบโลก (Orbital Period) และหมุนรอบตัวเอง (Rotational Period) ประมาณ 27.3 วันเมื่อเทียบกับดาวพื้นหลัง (ดาวที่อยู่ไกลออกไป)

ด้วยเหตุนี้ เราจึงมองเห็นดวงจันทร์เพียงด้านเดียวเสมอ ซึ่งเรียกว่า “ด้านใกล้” (Near Side) ส่วนอีกด้านหนึ่งที่หันหนีจากโลกตลอดเวลาเรียกว่า “ด้านไกล” (Far Side)

แล้วทำไมตัวเลขถึงเป็น 29.5 วัน ไม่ใช่ 27.3 วัน ?

ตัวเลข 27.3 วัน คือคาบการโคจรเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ (Sidereal Period) แต่ “หนึ่งวัน” ที่เราสัมผัสได้นั้นวัดจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า (Solar Day)

ขณะที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลกนั้น โลกเองก็โคจรรอบดวงอาทิตย์ไปด้วย ทำให้ดวงจันทร์ต้องใช้เวลาหมุนรอบตัวเองเพิ่มอีกเล็กน้อย เพื่อจะหันหน้ากลับไปหาดวงอาทิตย์ในตำแหน่งเดิมอีกครั้ง กระบวนการนี้ทำให้ “วันสุริยคติบนดวงจันทร์” (Lunar Solar Day) ยาวนานขึ้นเป็น 29.5 วัน ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของข้างขึ้นข้างแรมบนโลก จากเดือนมืด (New Moon) สู่เดือนมืดครั้งถัดไป (Synodic Period)

ดังนั้น ในหนึ่งวันของดวงจันทร์ เลยจะประกอบด้วย

  • ช่วงกลางวัน : แสงแดดสาดส่องยาวนานต่อเนื่องประมาณ 14.75 วันของโลก
  • ช่วงกลางคืน : ความมืดมิดปกคลุมยาวนานต่อเนื่องประมาณ 14.75 วันของโลก

ผลกระทบต่อการสำรวจและอนาคตของมนุษย์

ความยาวนานของวันและคืนบนดวงจันทร์ส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อการสำรวจในโครงการอาร์ทิมิส (Artemis) และภารกิจในอนาคต

  • อุณหภูมิสุดขั้ว : ช่วงกลางวันที่ยาวนานทำให้อุณหภูมิพื้นผิวสูงถึง 127 องศาเซลเซียส ในขณะที่ช่วงกลางคืนที่ยาวนานทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงถึง -133 องศาเซลเซียส อุปกรณ์และชุดนักบินอวกาศจึงต้องถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาวะสุดขั้วนี้
  • พลังงาน : การพึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์บนดวงจันทร์เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะต้องมีระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพสูง เพื่อให้มีพลังงานใช้ตลอดช่วงกลางคืนที่ยาวนานถึง 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม NASA ได้ประกาศเร่งภารกิจติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์บนดวงจันทร์ภายในปี 2030
  • การกำหนดมาตรฐานเวลา : เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2024 ทำเนียบขาวได้มอบหมายให้ NASA พัฒนามาตรฐานเวลาสำหรับดวงจันทร์โดยเฉพาะ เรียกว่า “Coordinated Lunar Time (LTC)” โดยทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ระบุว่า เวลาบนดวงจันทร์เดินเร็วกว่าบนโลกเล็กน้อย (ประมาณ 58.7 ไมโครวินาทีต่อวัน) เพราะมีมวลและความโน้มถ่วงน้อยกว่า การมีมาตรฐานเวลาของตัวเองจึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการนำทางและการสื่อสารที่แม่นยำในภารกิจบนดวงจันทร์

การทำความเข้าใจกลไกของ “วัน” บนดวงจันทร์ ไม่ใช่แค่เรื่องทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการวางรากฐานเพื่อการกลับไปเหยียบดวงจันทร์และการตั้งสถานีอวกาศบนดวงจันทร์ หรือแม้แต่การตั้งถิ่นฐานของมนุษยชาติบนนั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...