โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบเครือข่ายอ้างเป็นหลานเพื่อนตีซี้หลอกลงทุน เสียหายกว่า 12 ล้าน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 06 ส.ค. 2568 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 10.53 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สน.พลับพลาไชย 6 ส.ค. – MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน EP.26 ตำรวจไซเบอร์รวบเครือข่ายอ้างเป็นหลานเพื่อนสนิท ตีซี้ชวนลงทุนหลอกโอนรัวๆ กว่า 12 ล้าน อายัดทันเกือบ 5 แสน นำคืนผู้เสียหาย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน EP.26” ตำรวจไซเบอร์รวบเครือข่ายอ้างเป็นหลานเพื่อนสนิท ตีซี้ชวนลงทุน หลอกโอนรัวๆ กว่า 12 ล้าน อายัดทันเกือบ 5 แสน นำคืนผู้เสียหาย
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดดำเนินการตามโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” โดยก่อนหน้านี้ สามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และสามารถติดตามนำคืนให้แก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนในโครงการ “MONEY CASH BACK” ไปแล้วหลายครั้ง รวมจำนวนเงินกว่า 230.6 ล้านบาท
พล.ต.ท.ไตรรงค์ บอกว่า ล่าสุด เมื่อช่วงวันที่ 17 ก.พ. – 27 มี.ค.68 ผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้ถูกคนร้ายใช้รูปโปรไฟล์หน้าตาดีติดต่อมาหาผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยคนร้ายอ้างว่าเป็นหลานของเพื่อนสนิทผู้เสียหาย จากนั้นคนร้ายได้พยายามชวนผู้เสียหายพูดคุยสนทนากันเรื่อยมา ภายหลังได้ทำทีว่าชอบพอผู้เสียหายแล้วได้ชวนผู้เสียหายเปลี่ยนไปสนทนากันต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์
ต่อมาคนร้ายได้ชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนสกุลเงินต่างประเทศ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้สมัครสมาชิกและโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายแจ้ง แต่ภายหลัง ผู้เสียหายพยายามจะถอนเงินออกแต่ไม่สามารถถอนได้ สุดท้ายโอนเงินไปทั้งสิ้นจำนวน 26 ครั้ง เสียหายรวมกว่า 12,300,000 บาท จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในเวลาต่อมา
ทาง กก.4 บก.สอท.1 ได้รวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนติดตามผู้ต้องหาในขบวนการได้แล้วบางส่วน โดยดำเนินคดีในข้อหา “”ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ต้นเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถประสานงานธนาคารเพื่ออายัดเงินในบัญชีธนาคารของนายเวละ หนึ่งในผู้ต้องหาไว้ได้ ซึ่งผู้เสียหายได้โอนเข้าบัญชีดังกล่าวเพื่อลงทุนตามที่ถูกหลอก จำนวน 1 ครั้ง เป็นเงิน 600,000 บาท ซึ่งอายัดได้ทันจำนวน 494,124 บาท และภายหลังรับทราบข้อกล่าวหา นายเวละ ผู้ต้องหา ให้ถ้อยคำว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินที่อายัดไว้ ไม่โต้แย้งในกรรมสิทธิ์ และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบเงินในบัญชีตามจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้เสียหาย
โดยวันนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามคดี จึงได้ร่วมกันนำเงินจำนวน 494,124 บาท คืนให้แก่ผู้เสียหาย ตามโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน”

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กว่าวอีกว่า อยากฝากเตือนประชาชนว่าหากมีคนที่ไม่รู้จักในโลกความเป็นจริง แล้วมาทักมาพูดคุยกันในโลกออนไลน์ อ้างว่าเป็นเพื่อน หรือคนรู้จัก ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ. -419- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...