โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยปฏิบัติการ “กวาดลานวัด” หากพบเสพเมถุนต้องสึกทันที

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 06 ส.ค. 2568 เวลา 14.27 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 07.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 6 ส.ค.- “สุชาติ” เผยปฏิบัติการ “กวาดลานวัด” รัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์กระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ยึดหลักศาสนาควบคู่การปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย หากพบเสพเมถุน ต้องสึกทันที พร้อมแก้ไขกฎหมาย เพิ่มโทษทั้งจำทั้งปรับ สมี..มารศาสนา

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ที่ประพฤติไม่เหมาะสมหรือกระทำผิดกฎหมาย โดยดำเนินการอย่างเป็นระบบ คำนึงถึงการวางแนวทางในระยะยาว ภายใต้การเคารพต่อโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์และหลักพระธรรมวินัยควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายบ้านเมือง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและวางแนวทางแก้ไขอย่างรอบด้าน

ทำเนียบรัฐบาลได้เปิดบทสัมภาษณ์ระหว่างนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กับนายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยระบุว่า รัฐบาลได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการบริหารจัดการปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับพระสงฆ์ โดยเฉพาะในประเด็นที่ยังไม่มีบทบัญญัติกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันเหตุแห่งความผิดของพระสงฆ์มี 4 ประเภทหลัก ได้แก่ การลักทรัพย์ ฆ่าสัตว์ เสพเมถุน และการอวดอุตริ ซึ่งหากผิดวินัยสงฆ์ จะเข้าข่ายอาบัติปาราชิกและต้องสึก แต่ในด้านกฎหมายของรัฐยังไม่มีบทลงโทษในบางกรณี เช่น เสพเมถุน และอวดอุตริ จึงมีความจำเป็นต้องพิจารณาแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้มีโทษทางอาญา เช่น การจำคุกหรือปรับ เพื่อให้สอดคล้องกับความวิตกกังวลของสังคมและวิกฤตศรัทธา

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ แบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ได้แก่

  • 1. การแก้ปัญหาต้นเหตุ เช่น การมั่วสีกา ซึ่งอาจมีมูลเหตุจากความประสงค์ต่อทรัพย์ด้วย จึงควรมีการตรวจสอบรายรับรายจ่ายของวัดและพระอย่างรัดกุม
  • 2. การออกกฎหมายและข้อกำหนด โดยขณะนี้ได้ประสานให้มหาเถรสมาคมออกกฎระเบียบเพิ่มเติม อาทิ การห้ามวัดถือเงินสดเกิน 100,000 บาท หากเกินต้องนำฝากธนาคาร และต้องรายงานรายรับรายจ่ายต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทุกเดือน โดยสรุปรายงานปีละ 1 ครั้ง
  • 3. การป้องปราม โดยจะประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยในการกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ร่วมสอดส่องดูแลพฤติกรรมของพระสงฆ์ในชุมชน ผ่านเครือข่ายผู้นำหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมเสนอให้แก้ไขบทลงโทษเกี่ยวกับพระปลอมที่เข้ามาแอบอ้างบวชเป็นพระสงฆ์ ซึ่งปัจจุบันบทลงโทษยังเบาอยู่ โดยจะปรับให้มีโทษปรับและโทษจำคุกที่ชัดเจนและเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การหารือร่วมกับมหาเถรสมาคมซึ่งมีหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์โดยตรง

สำหรับความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ที่ประพฤติไม่เหมาะสมหรือกระทำผิดกฎหมาย ล่าสุด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา ได้เปิดปฏิบัติการ “กวาดลานวัด” เข้าตรวจค้นเป้าหมายกว่า 200 จุดทั่วประเทศ เพื่อจับกุมผู้ต้องหาคดีต่าง ๆ เช่น ยักยอกทรัพย์ ฟอกเงิน เมาแล้วขับ หรือเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่แฝงตัวบวชเป็นพระ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักมีจำนวน 181 ราย แบ่งเป็นผู้ต้องหาที่ยังมีสถานะเป็นพระ 154 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีระดับเจ้าอาวาสรวมอยู่ด้วย และผู้ต้องหาที่สึกแล้วอีก 27 ราย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการจับกุม และดำเนินการตรวจค้นจุดเป้าหมายอื่น ๆ ต่อเนื่อง

“รัฐบาลยืนยันเดินหน้าอย่างจริงจังในการปกป้องและส่งเสริมพระพุทธศาสนา แก้วิกฤตศรัทธา เพื่อไม่ให้การกระทำของคนส่วนน้อยมาบั่นทอนความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันเป็นหูเป็นตาในการเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันปกป้องศาสนาของชาติให้บริสุทธิ์และมั่นคงสืบไป” นายจิรายุ กล่าว -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...