โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“จอมพล ป. พิบูลสงคราม” เมื่ออยู่ใน “ห้องขัง” ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 ก.ย 2568 เวลา 06.24 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2568 เวลา 11.20 น.
จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม รัฐมนตรี และข้าราชการที่มาร่วมในพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ณ วงเวียนใหญ่ ธนบุรี เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2497 ภาพจาก : fb สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

จอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่ออยู่ในห้องขัง ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง?

“จอมพล ป. พิบูลสงคราม”เป็นนายกฯ ไทยคนแรกที่ติดคุก ในข้อหา “อาชญากรสงคราม” หลังพบว่ามีพฤติกรรมเข้าข้างญี่ปุ่น ให้ญี่ปุ่นเคลื่อนทัพเข้าไทย และให้ไทยเข้าร่วมสงครามกับญี่ปุ่น

สามารถอ่านรายละเอียดแบบเต็ม ๆ ได้ที่บทความ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกฯ ไทยคนแรกที่ติดคุก ข้อหา “อาชญากรสงคราม” ของศิลปวัฒนธรรม (คลิกที่นี่)

หลังจากถูกจับ จอมพล ป. ถูกขังในห้องพิเศษสันติบาล ต่อมาก็ถูกย้ายไป “โรงพักศาลาแดง”

ชีวิตจากจุดสูงสุดมาจนถึงวันที่ต้องเข้าไปอยู่ในห้องขังของ “จอมพล ป. พิบูลสงคราม” เป็นอย่างไร ศิลปวัฒนธรรมจะหยิบยกจากหนังสือ“ความนึกในกรงขัง”ของสังข์ พัธโนทัย อดีตที่ปรึกษาคนสนิทของจอมพล ป. ที่ถูกจับไปขังด้วยเหตุผลเช่นเดียวกัน และต่อมาได้ย้ายไปอยู่โรงพักศาลาแดง ด้วยเหตุผลที่ว่า “จอมพล ป. อยากมีเพื่อน” มาให้ทุกคนได้ทราบ

สังข์ เล่าว่า ตอนเจอหน้าจอมพล ป. ครั้งแรก หน้าตาของท่านอิดโรย เหมือนกับอดนอน คาดว่าเป็นเพราะต้องอยู่คนเดียว และความเงียบเหงาก็ทำให้ท่านกลุ้มใจ เหมือนกับเรา ๆ ที่ถูกจับมา จนทำให้นอนไม่หลับ

ห้องของจอมพล ป. จะอยู่ริมซ้ายสุด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลควบคุมโดยเฉพาะ ห้องกว้างประมาณ 6 เมตร ยาวประมาณ 8 เมตร หันออกไปยังถนนวิทยุ ภายในห้องเปรอะเปื้อน มีกลิ่นอับ และเมื่อได้พิจารณาดูดี ๆ ก็พบกลิ่นไม่พึงประสงค์กว่ากลิ่นอับ นั่นคือกลิ่นที่มาจาก “ถังอุจจาระ” ที่ไม่มีฝาปิด ผสมกับกลิ่นกองขยะ ที่มีทั้งหน้าและหลังห้องขัง

กลิ่นเหล่านี้โชยตามลมมาเป็นระยะ ทำให้ในห้องมีอากาศดีเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

เจ้าของหนังสือถึงกับกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า “นึกสงสารและสลดในชาตากรรมของท่านผู้ได้นำชาติในยุคสงครามล้างผลาญของโลก แม้จะเป็นถึงจอมพลก็ถูกเอามาขังกรงตามโรงพักเหมือนกัน จัดว่าเป็นประวัติการณ์ของเมืองไทยได้เรื่องหนึ่ง”

ข้างในห้องขังมีเตียงเหล็กสำหรับนอนคนเดียว เก้าอี้นั่งเล่น 2 ตัว โต๊ะวางของ 2 โต๊ะ กระเป๋าหนังใส่เสื้อผ้า 1 ใบ เครื่องใช้ก็มีเท่าที่จำเป็น ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเกี่ยวกับศาสนา เช่น นิบาตชาดก ปัญญาสชาดก ฯลฯ

ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ บุหรี่

ชีวิตประจำวันของอดีตผู้นำประเทศในเวลาต่อมาดีขึ้นกว่าตอนแรก สังข์เล่าไว้ว่า ท่านนอนได้มากขึ้นและกินได้เยอะขึ้น เนื่องจากมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย

แต่อย่างไรแล้วก็ยังคงผ่านวันเวลาไปได้อย่างยากลำบาก ถึงนอนได้มาก ก็หลับ ๆ ตื่น ๆ เนื่องจากมีคนเข้าออกโรงพัก ไหนจะเสียงรถบรรทุก เสียงรองเท้าเดิน อยู่ตลอดเวลา

เรื่องการนอนนั้นมีข้อมูลระบุว่า จอมพล ป. จะพยายามนอนในตอนกลางวันและตอนหัวค่ำ มากกว่าตอนกลางคืน โดยนอนได้แป๊บเดียวก็ลุกขึ้นมาเดิน หรือบางทีก็ไปนั่งหลับตาที่เก้าอี้ให้ยุงกินเลือดเล่น

ในเวลาว่าง จอมพล ป. จะมานั่งที่เก้าอี้หลบกลิ่นเหม็นอยู่ข้างลูกกรง ซึ่งสังข์จะเป็นคนหาเรื่องเล่าต่าง ๆ ที่ขบขันมาเล่าให้ฟัง รวมถึงดูลายมือให้ท่านอีกด้วย ขณะเดียวกันท่านก็พูดคุยกับเขา ช่วยให้คลายเหงาในรั้วกรงด้วยเช่นกัน

แม้จะเข้ามาอยู่ในห้องขัง แต่ท่าทางของจอมพล ป. ก็ยังคงสงบเสงี่ยม เยือกเย็น และรอบคอบ

สังข์เล่าว่า เรื่องรอบคอบนี้ เคยมีครั้งหนึ่งท่านรู้สึกเหมือนอาจถูกรมด้วยไอพิษ จึงรีบแจ้งอาการให้เจ้าหน้าที่ที่ควบคุมทราบเป็นหลักฐาน ทั้งยังบันทึกเรื่องนี้เอาไว้ตามหนังสือที่ท่านอ่าน บันทึกไว้ที่กระเป๋าเดินทาง เผื่อหากเกิดอะไรขึ้นก็จะเป็นหลักฐานได้ว่า ท่านไม่ได้ทำอัตวินิบาตกรรม แต่เป็นเหตุจากภายนอก

ท่านเป็นคนเกรงใจคนอื่นมากยิ่งขึ้น เมื่อคนที่จ้างมาทำความสะอาดห้อง ท่านก็จะขอให้เขาทำแค่พอประมาณ งานทั่วไปในห้อง ท่านจะเลือกทำเองเสียหมด ไม่เหมือนกับคนที่เคยได้รับความสบายมาเลยแม้แต่น้อย

เจ้าของหนังสือเล่าต่อไปว่า เขาเคยพยายามช่วยจอมพล ป. ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ท่านกลับบอกว่า ไม่จำเป็นต้องห่วงอะไร เพราะเป็นทหาร ผ่านความลำบากต่าง ๆ มาแล้วมากมาย

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ ปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มเดิมระหว่างที่จอมพล ป. และสังข์ อยู่ในห้องขัง คือ ความสัมพันธ์ของ จอมพล ป. และภริยา คือ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม กล่าวคือ เมื่อถึงเวลากินข้าว ท่านผู้หญิงจะมาส่งข้าวให้สามีวันละ 3 เวลา แม้จอมพล ป. จะขอร้องให้ลดลงเหลือ 2 เวลา ท่านผู้หญิงก็ไม่ยอม

การมาแต่ละครั้ง ทั้งสองไม่ได้พูดคุยกัน ได้เพียงพบแบบห่าง ๆ อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ท่านผู้หญิงมักทำเวลามาก็คือ การขออนุญาตตำรวจเข้าไปกราบเท้าสามีทุกเวลา ตั้งแต่เช้า กลางวัน จนถึงเย็น

เรื่องนี้ท่านผู้หญิงเคยบอกกับผู้เขียนหนังสือที่หยิบยกมาให้ได้อ่านกันเอาไว้ว่า“ท่านถือว่าการเคารพบูชาสามี เป็นมงคลของหญิง”

ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ในช่วงชีวิตหนึ่งของ “จอมพล ป. พิบูลสงคราม” ผ่านมุมมองของ สังข์ พัธโนทัย ที่เขาเคยพบเห็น ซึ่งหลายคนคงไม่เคยทราบมาก่อนอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สังข์ พัธโนทัย, 2458-2529. ความนึกในกรงขัง. [ม.ป.ท.]:หนังสือพิมพ์เสถียรภาพ, 2499. สืบค้นเมื่อวันที่10 กันยายน 2568. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:147347.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 กันยายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “จอมพล ป. พิบูลสงคราม” เมื่ออยู่ใน “ห้องขัง” ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...