โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฤดูหนาว 2568 เริ่มปลายต.ค.นี้ กรมอุตุฯเตือนภาคใต้เสี่ยงเจอพายุช่วง พ.ย.- ธ.ค.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ต.ค. 2568 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2568 เวลา 07.07 น.
เครดิตภาพ: ORAPIN WACHANGNGOEN

กรมอุตุฯคาดฤดูหนาว 2568 ของไทย เริ่มต้นปลายเดือนตุลาคมนี้ สิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เฉลี่ยค่าอุณหภูมิต่ำสุด 21 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติ 1 องศา ไม่นับรวมอุณหภูมิบนเทือกเขา ยอดดอย ยอดภู ที่จะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขณะที่ภาคใต้เสี่ยงเจอพายุฤดูร้อนช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกเอกสารเผยแพร่ คาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย ปี 2568 ว่าบริเวณประเทศไทยตอนบนจะเริ่มต้นฤดูหนาวประมาณปลายเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งจะช้ากว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์ และจะสิ้นสุดประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569

ขณะที่อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบนประมาณ 21 องศาเซลเซียส จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1 องศาเซลเซียส (ค่าปกติ 19.9 องศาเซลเซียส) และจะมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา (อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยปีที่ผ่านมา 20.7 องศาเซลเซียส )

สำหรับอุณหภูมิต่ำที่สุดประมาณ 7-8 องศาเซลเซียส ส่วนมากจะอยู่ตอนบนของทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนอุณหภูมิต่ำที่สุดบริเวณ กรุงเทพมหานคร 18-20 องศาเซลเซียส และบริเวณจังหวัดปริมณฑล 16-18 องศาเซลเซียส

ส่วนช่วงเวลาที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุด ประมาณกลางเดือนธันวาคม 2568 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 สำหรับยอดดอยและยอดภูรวมทั้งเทือกเขาจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง

ส่วนภาคใต้จะมีอากาศเย็นบางแห่งในบางช่วง ส่วนมากตอนบนของภาค แต่ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไป โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันออกในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ซึ่งจะทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในหลายพื้นที่ สำหรับคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยจะมีกำลังแรงเป็นระยะ ๆ ในบางช่วงมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

เกณฑ์อุณหภูมิต่ำสุดในช่วงฤดูหนาว

  • อากาศเย็น หมายถึง อุณหภูมิต่ำสุด 16.0-22.9 องศาเซลเซียส
  • อากาศหนาว “อุณหภูมิต่ำสุด 8.0-15.9 องศาเซลเซียส”
  • อากาศหนาวจัด “อุณหภูมิต่ำสุด ต่ำกว่า 8.0 องศาเซลเซียส”
กรมอุตุฯ : พื้นที่เจออากาศหนาวเย็น

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำ และมีโอกาสสูงที่จะพัฒนาตัวเป็นพายุหมุนเขตร้อนแล้วเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้หรือเคลื่อนผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกชุกหนาแน่น รวมทั้งคลื่นลมจะมีกำลังแรง และอาจมีคลื่นพายุซัดฝั่ง ความสูงของคลื่นประมาณ 4-5 เมตร

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนธันวาคมจะมีอากาศเย็นบางแห่งในบางวัน กับมีหมอกในตอนเช้า โดยจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ และอาจมีลมกระโชกแรงบางแห่งในบางวัน

และตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ จะมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป กับจะมีหมอกหนาหลายพื้นที่ในบางช่วง จากนั้นลักษณะอากาศจะแปรปรวน โดยอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น และมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในตอนกลางวัน โดยมีฝนบางแห่งในบางวัน

กรมอุตุฯ:ข้อควรระวัง

1.เดือนตุลาคม บริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนจะยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ประกอบกับจะมีน้ำเหนือไหลบ่าลงมา และในบางช่วงจะมีน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่

2.เดือนธันวาคมและมกราคม บริเวณยอดดอยและยอดภูมักจะเกิดน้ำค้างแข็งขึ้นได้ กับจะมีหมอกหนาเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้น ผู้ใช้ยวดยานพาหนะควรเพิ่มความระมัดระวังเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

3.เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ อาจมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนตัวจากประเทศเมียนมาผ่านประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้ช่วงดังกล่าวเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่

4.เดือนพฤศจิกายนและธันวาคม มักมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อนและเคลื่อนเข้ามาใกล้ หรือเคลื่อนผ่านบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีฝนตกชุกหนาแน่น รวมทั้งคลื่นลมจะมีกำลังแรงและอาจเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง โดยมีความสูงของคลื่นประมาณ 4-5 เมตร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฤดูหนาว 2568 เริ่มปลายต.ค.นี้ กรมอุตุฯเตือนภาคใต้เสี่ยงเจอพายุช่วง พ.ย.- ธ.ค.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...