“สหรัฐ” เสนอห้าม “สายการบินจีน” ใช้เส้นทางผ่านรัสเซีย เหตุบินใกล้กว่า-ถูกกว่า
"ทรัมป์" เดินหน้ากดดันจีนอีกระลอก เสนอห้าม สายการบินจีน ใช้เส้นทางผ่านน่านฟ้ารัสเซียในเที่ยวบินไป-กลับสหรัฐ ขณะที่สายการบินอเมริกันถูกจำกัดไม่ให้บินเส้นทางเดียวกัน
วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 12.25 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอห้ามสายการบินจีนบินผ่านน่านฟ้ารัสเซีย ในเส้นทางระหว่างจีนกับสหรัฐ โดยให้เหตุผลว่าการบินผ่านรัสเซียช่วยลดเวลาเดินทางและค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นการได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรมเหนือสายการบินของสหรัฐ
ข้อเสนอนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่เพิ่มแรงตึงเครียดในสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก โดยเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ปักกิ่งประกาศเข้มงวดการควบคุมการส่งออกแร่หายาก (rare earths) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญต่ออุตสาหกรรมสหรัฐหลายประเภท
สายการบินสหรัฐกล่าวมานานแล้วว่าการที่รัฐบาลอนุญาตให้สายการบินจีนยังคงใช้เส้นทางผ่านน่านฟ้ารัสเซียบนเที่ยวบินไป-กลับสหรัฐ ถือเป็นความไม่เท่าเทียมเชิงการแข่งขัน เนื่องจากรัสเซียได้ห้ามสายการบินสหรัฐและชาติพันธมิตรส่วนใหญ่บินผ่านน่านฟ้าของตนเอง เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสั่งแบนเที่ยวบินรัสเซียเข้าสหรัฐตั้งแต่มีการรุกรานยูเครนในเดือนมีนาคม 2565
ขณะที่สายการบินจีนไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศต้องห้าม และยังคงใช้เส้นทางนี้ได้ตามปกติ ส่งผลให้มีเวลาเดินทางสั้นกว่า เผาผลาญเชื้อเพลิงน้อยกว่า และต้นทุนลดลง จึงสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในเส้นทางระหว่างประเทศได้มากกว่าสายการบินตะวันตก
กระทรวงคมนาคมสหรัฐ ระบุในคำสั่งเสนอห้ามฉบับล่าสุดว่า“สถานการณ์ปัจจุบันเป็นความไม่ยุติธรรม และได้ก่อให้เกิดผลกระทบทางการแข่งขันอย่างรุนแรงต่อสายการบินสหรัฐ” ทั้งนี้ข้อเสนอนี้จะครอบคลุมใบอนุญาตผู้ให้บริการการบินต่างชาติที่ออกโดยสหรัฐ แต่ไม่รวมเที่ยวบินขนส่งสินค้า (cargo-only flights)
ข้อเสนอใหม่นี้อาจกระทบสายการบินหลักของจีน ได้แก่ Air China, China Eastern Airlines, Xiamen Airlines, และ China Southern Airlines อย่างไรก็ตามคำสั่งนี้ไม่ได้ระบุชื่อสายการบิน Cathay Pacific ของฮ่องกง ซึ่งยังใช้เส้นทางผ่านรัสเซียในเที่ยวบินนิวยอร์ก–ฮ่องกง ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24
ณ ช่วงเที่ยงวันศุกร์ หุ้นของสายการบินจีนในตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวลงเล็กน้อย Air China ลดลง 1.3%, China Southern ร่วง 1.8% และ China Eastern ลดลง 0.3% โดยทั้งสามสายการบินของรัฐนี้ต่างประสบภาวะขาดทุนติดต่อกันมา 5 ปีนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19
มาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงระหว่างจีนและสหรัฐ ในอีกด้านหนึ่ง Boeing Co. กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาขายเครื่องบินมากถึง 500 ลำให้แก่จีน ซึ่งอาจเป็นดีลครั้งใหญ่สุดในตลาดการบินอันดับ 2 ของโลก หากสำเร็จ ขณะเดียวกันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีกำหนดพบกันแบบตัวต่อตัวในเกาหลีใต้ช่วงปลายเดือนตุลาคม เพื่อหารือข้อตกลงทางการค้า
กระทรวงคมนาคมสหรัฐกำหนดให้สายการบินจีนตอบกลับภายใน 2 วัน และอาจประกาศคำสั่งสุดท้ายให้มีผลเร็วที่สุดในเดือนพฤศจิกายน
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม 2566 สหรัฐเคยอนุญาตให้เพิ่มเที่ยวบินของสายการบินจีนบางราย หลังพวกเขายอมตกลงจะไม่บินผ่านรัสเซียในเส้นทางใหม่ แต่ต่อมาในปี 2567 กระทรวงคมนาคมสหรัฐชะลอการอนุมัติเพิ่มเที่ยวบิน หลังเผชิญแรงกดดันจากสหภาพแรงงานและสายการบินในประเทศ
ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ทั้งสองประเทศเคยอนุญาตเที่ยวบินผู้โดยสารไป–กลับกว่า 150 เที่ยวต่อสัปดาห์ แต่ปัจจุบันจำนวนดังกล่าวลดลงอย่างมาก
สายการบินสหรัฐบางราย ยอมรับว่า เที่ยวบินตรงจากชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐไปจีนไม่คุ้มทุน หากไม่สามารถบินผ่านน่านฟ้ารัสเซียได้ เพราะต้องใช้เวลาเดินทางนานขึ้น บางกรณีต้องลดจำนวนผู้โดยสารและน้ำหนักบรรทุกสินค้า เพื่อให้เครื่องบินสามารถเดินทางได้ถึงปลายทาง
อ้างอิง : www.reuters.com