โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ผลสำรวจสุขภาพคนไทยล่าสุด 1 ใน 4 ป่วย 'เบาหวาน-ความดัน' ไม่รู้ตัว

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 05.42 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 12.40 น.

การประชุมคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ครั้งที่ 7/2568 มี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานฯ และ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผอ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กรรมการเเละเลขานุการ พร้อมด้วยกรรมการจากผู้เเทนกระทรวงเเละผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ

ทั้งนี้ ในการประชุมมีการนำเสนอผลงานวิจัยเบื้องต้น โดย รศ.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี หัวหน้าโครงการวิจัย "โครงการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7" ซึ่งเป็นการสำรวจฯ เดียวของประเทศไทยที่มีทั้งการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ การตรวจร่างกายพื้นฐาน การตรวจเลือดและปัสสาวะโดยเก็บปัสสาวะ 24 ชั่วโมงเพื่อวิเคราะห์การบริโภคโซเดียม รวมถึงเก็บข้อมูลสถานะทางสุขภาพ และพฤติกรรมเสี่ยงทางสุขภาพต่าง ๆ ในกลุ่มประชากรอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปรวม 30,057 ราย

ทั้งนี้ เพื่อสำรวจสถานการณ์และแนวโน้มของสถานะทางสุขภาพ ความชุกของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ตลอดจนปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมทางสุขภาพของประชาชนไทย และจากการสำรวจฯ เปรียบเทียบระหว่างครั้งที่ 6 กับครั้งที่ 7

เบื้องต้นส่วนหนึ่ง พบว่า โรค NCDs เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เบาหวาน จาก 9.5% เพิ่มเป็น 10.6% และ 27% ไม่รู้ตัวว่า เป็นเบาหวานมาก่อน โดยกลุ่มที่ไม่รู้ว่า ตัวเองเป็นเบาหวาน สูงที่สุดอยู่ที่อายุ 15-34 ปี ส่วนความดันโลหิตสูง จาก 25.4% เพิ่มเป็น 29.5% โรคอ้วน จาก 42.2% เพิ่มเป็น 45.0% โดยผู้ชายเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นมากกว่าผู้หญิง

ส่วนด้านสุขภาพจิตโดยสำรวจภาวะซึมเศร้า พบว่า จาก 1.7% เพิ่มเป็น 2.1% โดยกลุ่มที่มีภาวะซึมเศร้าสูง คือ กลุ่มวัยรุ่นผู้หญิง และเสี่ยงที่จะมีการใช้สารเสพติด การสูบบุหรี่ไฟฟ้า และการดื่มสุราตามมาด้วย

ด้านพฤติกรรมสุขภาพ เช่น ภาพรวมของการบริโภคยาสูบไม่ต่างจาก 5 ปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งมาจากอัตราการสูบบุรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จาก 1% เป็น 2.8% โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น อายุ 15-29 ปี มีสัดส่วนของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าสูงที่สุด จาก 3.6% เพิ่มเป็น 8.4%

ด้านการดื่มสุรา พบว่า มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจาก 32.5% เป็น 28.8% อัตราการใช้กัญชา 1.7% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นผู้ชาย อายุ 15-29 ปี โดยใช้เพื่อนันทนาการและอยากรู้อยากลอง

ด้านกิจกรรมทางกาย พบว่า คนไทยส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเนือยนิ่งมากขึ้น รวมถึงการบริโภคผักและผลไม้ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน รวมทั้ง ด้านการบริโภคโซเดียม คนไทยยังบริโภคโซเดียมสูงกว่าที่องค์การอนามัยโลกแนะนำเกือบ 2 เท่า โดยคนไทยบริโภคอยู่ที่ 3,650 มิลลิกรัมต่อวันซึ่งต่อวันไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัม

นอกจากนี้ภาวะและปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่เป็นปัญหาสูงสุดของแต่ละภาคภาคเหนือ ได้แก่ การดื่มสุราอย่างหนัก เมาแล้วขับ ความดันโลหิตสูง กินเค็ม ภาคอีสาน ได้แก่ เบาหวาน สวมหมวกนิรภัยน้อยภาคกลาง ได้แก่ กิจกรรมทางกายต่ำ น้ำหนักเกิน/อ้วน ภาคใต้ ได้แก่ สูบบุหรี่ กทม. ได้แก่ การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในวัยรุ่น ซึมเศร้า มลพิษทางอากาศ เป็นต้น

ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวว่า ข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยมีความสำคัญต่อการดำเนินงานด้านสาธารณสุขในการกำหนดนโยบาย มาตรการ หรือการรณรงค์ในประเด็นที่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคต่าง ๆ

ที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 5 ปี เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2534 โดยครั้งนี้เป็นการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยครั้งที่ 7 ซึ่ง สวรส. ได้ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมหาวิทยาลัย 4 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีการเก็บข้อมูลภาคสนามจากทุกภาคทั่วประเทศรวม 20 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร และการนำเสนอผลการสำรวจสุขภาพฯ เบื้องต้น

"วันนี้จะทำให้เห็นถึงสถานการณ์และแนวโน้มของสถานะทางสุขภาพของประชาชนไทย ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข สปสช. สสส. ฯลฯ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนและกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องได้ โดยเฉพาะการลดโรค NCDs ที่เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...