โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก "LRAD" อุปกรณ์ส่งเสียงระยะไกล ที่ไทยใช้คุมสถานการณ์ชายแดน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 05.39 น.
ฝั่งไทยใช้ LRAD ที่ชายแดนสระแก้ว เตือนบุคคลบุกรุก เสียงพุ่งตรงไกลหลายร้อยเมตร เสี่ยงกระทบการได้ยินหากใช้งานผิดวิธี

เมื่อวันที่ 25 ถึง 26 สิงหาคม ที่ผ่านมาหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย นำอุปกรณ์ส่งเสียงระยะไกล (LRAD) ติดตั้งบนรถภาคสนามเพื่อปฏิบัติการ เตือนและควบคุมสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว อุปกรณ์ส่งเสียงระยะไกล (LRAD) ถูกเปิดใช้งานในโหมดสื่อสารและเตือนภัย โดยเน้นการส่งเสียงไปยังพื้นที่เป้าหมายแบบเฉพาะจุดเพื่อป้องกันการปะทะ วิธีการนี้ช่วยลดการใช้กำลังและการปะทะลงได้ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดข้อสงสัยและความสนใจในสังคมว่า “อุปกรณ์ส่งเสียงทรงสี่เหลี่ยมบนรถคันนั้นมีศักยภาพ และผลกระทบต่อผู้ที่อยู่ในพื้นที่อย่างไร ?”

ประสิทธิภาพของ LRAD และโครงสร้างทางเทคนิค

ตามรายงานจากเอกสารผู้ผลิต LRAD และข้อมูลจาก Genasys ระบุว่า รุ่น 450XL และ 500X-RE ถูกออกแบบมาเพื่อการสื่อสารและเตือนภัยระยะไกล โดยมี

  • กำลังเสียงสูงสุด ประมาณ 149–151 เดซิเบล (dB SPL) ที่ระยะใกล้ ประมาณ 1 เมตร

  • ทิศทางเสียง กว้างราว 30 องศาทำให้สามารถกำหนดทิศทางได้แม่นยำ ลดผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ

  • ระยะทำงานสามารถส่งเสียงได้หลายร้อยเมตรจนถึงเกิน 1,500 เมตร ในสภาพแวดล้อมโล่ง

  • การใช้งานหลัก เพื่อสื่อสารในภารกิจชายแดน เตือนภัยในทะเล หรือควบคุมฝูงชนในเหตุการณ์พิเศษ

ทั้งนี้ตามแนวปฏิบัติสากล อุปกรณ์นี้มักใช้ในโหมด “สื่อสาร” (Voice Communication) สำหรับการประกาศและเตือนก่อนสถานการณ์จะบานปลาย และอาจใช้โหมด “Alert tone” ซึ่งเป็นเสียงความดังสูงเพื่อบังคับให้ผู้คนออกจากพื้นที่ แต่การใช้โหมดหลังนี้ต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ข้อดีและข้อเสียของ LRAD

ข้อดี:

  • สามารถส่งเสียงสื่อสารได้ชัดเจนแม้ในระยะไกล

  • มีทิศทางแม่นยำ ลดผลกระทบต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง

  • สามารถใช้ได้ทั้งในด้านงานทหาร ด้านความปลอดภัยสาธารณะ และภารกิจช่วยเหลือฉุกเฉิน

ข้อเสีย:

  • มีระดับเสียงที่สูงอาจก่อให้เกิดการสูญเสียการได้ยินหรือผลกระทบต่อสุขภาพอื่น ๆ หากใช้ในระยะใกล้หรือไม่มีการป้องกัน

  • ขาดการกำกับดูแลที่ชัดเจนในบางประเทศ รวมถึงไทยที่ยังไม่มีมาตรฐานการใช้งานเฉพาะสำหรับอุปกรณ์เสียงทิศทางสูง

  • มีความเสี่ยงถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็น

กรอบกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย

ภายใต้ พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ของไทย เจ้าหน้าที่มีอำนาจใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนได้ เมื่อจำเป็นและได้สัดส่วน กับสถานการณ์ โดยต้องแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนดำเนินการ และลดการใช้กำลังให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้

ในระดับสากล แนวทางของสหประชาชาติ (UN) และคู่มือจาก Physicians for Human Rights (PHR) แนะนำว่าการใช้อุปกรณ์อะคูสติกเช่น LRAD ควรจำกัดการใช้โหมดเสียงดังรุนแรงเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ใช้เฉพาะในพื้นที่เปิด และหลีกเลี่ยงการยิงเสียงใกล้ประชาชนหรือพื้นที่ปิด รวมถึงบันทึกและรายงานการใช้งานเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้

คำแนะนำหากอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีการใช้ LRAD

อย่างไรก็ตามผู้ที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีการใช้ LRAD สามารถลดความเสี่ยงต่อการได้ยินและสุขภาพได้เช่นกัน

1. หลีกเลี่ยงการอยู่ตรงหน้าอุปกรณ์ LRAD ยืนตรงแนวเสียงอาจได้รับความดังสูงจนเป็นอันตราย ควรขยับออกจากแนวเสียงเพื่อลดความเสี่ยง

2. เพิ่มระยะห่างจากแหล่งกำเนิดเสียง เสียงจะเบาลงราว 6 เดซิเบลทุกครั้งที่ระยะห่างเพิ่มเป็นสองเท่า ยิ่งห่างยิ่งปลอดภัย

3. ใช้เครื่องป้องกันหูที่เหมาะสม โดยสวมที่อุดหูหรือที่ครอบหูเพื่อช่วยลดระดับเสียงและปกป้องระบบการได้ยิน

4. สังเกตอาการผิดปกติและขอความช่วยเหลือ หากมีอาการหูอื้อ เวียนศีรษะ หรือปวดหู ควรออกจากพื้นที่และพบแพทย์หู คอ จมูกทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...