โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ลิซา คุก” ฟ้องศาล หลัง “ทรัมป์” ประกาศปลดพ้นตำแหน่งกรรมการเฟด

ฮั่วเซ่งเฮง

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 08.35 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 08.35 น.

นายแอ็บบี โลเวลล์ ทนายความของนางลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า นางคุกจะยื่นฟ้องต่อศาล หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศปลดเธอออกจากตำแหน่ง

"ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่มีอำนาจในการปลดคุณลิซา คุก ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการเฟด"

"ความพยายามของเขาที่จะปลดเธอออกจากตำแหน่ง โดยอ้างเพียงแค่จดหมายการส่งเรื่องนั้น ไม่มีพื้นฐานทั้งทางข้อเท็จจริงหรือกฎหมายใด ๆ โดยเราจะยื่นฟ้องต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายนี้" นายโลเวลล์ระบุในแถลงการณ์

คาดว่าการฟ้องร้องดังกล่าว อาจจะไปสิ้นสุดที่ศาลฎีกาสหรัฐ

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ประกาศปลดนางคุกออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ โดยมีผลในทันที หลังถูกกล่าวหาทำการฉ้อโกงด้วยการให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย

"ประชาชนชาวอเมริกันต้องสามารถเชื่อมั่นได้อย่างเต็มที่เกี่ยวกับความซื่อสัตย์ของสมาชิกที่ได้รับมอบหมายให้กำหนดนโยบายและกำกับดูแลธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมที่หลอกลวงและอาจเป็นอาชญากรรมของคุณในเรื่องการเงินแล้ว ชาวอเมริกันและตัวผมเองไม่สามารถเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์ของคุณได้" ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social

คำสั่งปลดดังกล่าวมีขึ้นจากการที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่าจะดำเนินการสอบสวนนางคุก ภายหลังจากที่นายบิล พูลที ผู้อำนวยการสำนักงานการเงินเพื่อการเคหะของรัฐบาลสหรัฐ (FHFA) ได้โพสต์ข้อความบน X ระบุว่า นางคุกได้กู้เงินจาก FHFA เพื่อซื้อบ้านในรัฐมิชิแกน โดยระบุว่าเป็นที่อยู่อาศัยหลัก แต่ต่อมาเธอได้กู้เงินอีกครั้งหนึ่งเพื่อซื้อคอนโดมิเนียมในแอตแลนตา และแจ้งว่าเป็นที่อยู่อาศัยหลักเช่นกัน

ทั้งนี้ นายพูลทีระบุว่า นางคุกให้ข้อมูลเท็จดังกล่าวเพื่อแสวงหาประโยชน์จากสิทธิพิเศษจากอัตราดอกเบี้ยที่ FHFA มอบให้สำหรับที่อยู่อาศัยหลักเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

การดำเนินการดังกล่าวนับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของปธน.ทรัมป์ที่ต้องการกดดันเฟด ท่ามกลางความไม่พอใจที่เฟดยังคงไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ปธน.ทรัมป์มักอ้างว่าสหรัฐไม่มีปัญหาเงินเฟ้อแล้ว

อย่างไรก็ดี กฎหมายว่าด้วยธนาคารกลางสหรัฐ ระบุว่า ประธานาธิบดีอาจปลดผู้ว่าการเฟดก็ต่อเมื่อ "มีเหตุผลอันควร" เท่านั้น ซึ่งบ่งชี้ว่าคำสั่งของปธน.ทรัมป์ในการปลดนางคุก อาจจะต้องต่อสู้กันในชั้นศาล

ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้ว่าการเฟดมีสมาชิกทั้งหมด 7 ราย แต่ปัจจุบันมีเพียง 6 ราย เนื่องจากนางอาเดรียนา คูเกลอร์ ประกาศลาออกในช่วงต้นเดือนส.ค. และหากปธน.ทรัมป์ประสบความสำเร็จในการปลดนางคุกออกจากตำแหน่ง ก็จะทำให้เหลือสมาชิกเพียง 5 ราย แต่สมาชิกทั้ง 5 รายดังกล่าวยังคงมีเสียงข้างมากเป็นผู้ที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งจากปธน.ทรัมป์ แต่หากนายสตีเฟน มิแรน ผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภา และสามารถเข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างของนางคูเกลอร์ และหากปธน.ทรัมป์สามารถปลดนางคุกได้สำเร็จ และแต่งตั้งคนของตนเข้าแทนที่ ก็จะทำให้ปธน.ทรัมป์มีเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 ในคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด

นอกจากนี้ หากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ประกาศลาออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด หลังจากครบวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดในเดือนพ.ค.2569 และปธน.ทรัมป์แต่งตั้งคนของตนเองเข้าแทนที่ตำแหน่งที่ว่าง ก็จะทำให้ปธน.ทรัมป์ได้เสียงโหวตเพิ่มอีก 1 เสียง รวมเป็น 5 เสียงจากทั้งหมด 7 เสียง ซึ่งจะทำให้ปธน.ทรัมป์สามารถชี้นำนโยบายการเงินของเฟด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...