สรุปแถลงการณ์ “ชนินทธ์ โทณวณิก” ปมพ้นอำนาจดุสิตธานี แจงยิบโยงปมเทกโอเวอร์ DUSIT
สรุปแถลงการณ์ ชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ปมบอร์ดฯ ดุสิตธานี เตรียมหารือเรื่องขับออกจากตำแหน่ง ดังนี้
*เนื้อหาฉบับเต็มแนบรูปไว้ด้านล่างสุด*
[จุดเริ่มต้นปัญหา]
หลัง ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย(ผู้ก่อตั้งดุสิตธานี และแม่ของทายาททั้ง 3 คือ ชนินทธ์ สินี และสุนงค์) เสียชีวิต เกิดความขัดแย้งในครอบครัว
เดิมคุณชนินทธ์เป็นผู้มีอำนาจลงนามหลักใน “บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด” (ผู้ถือหุ้นใหญ่ของดุสิตธานี)
แต่เขากล่าวว่า น้องสองคนร่วมกันโหวตแก้กฎ ลดอำนาจของคุณชนินทธ์และปลดเขาออกจากกรรมการบริษัทในเครือ แม้เขาเป็นหนึ่งในผู้จัดการมรดก คุณชนินทธ์มองว่าไม่ยุติธรรม
[การเจรจาแบ่งมรดก]
เคยตกลงกันว่าจะแบ่งกิจการครอบครัวออก 3 ส่วน
โดยคุณชนินทธ์ จะได้ บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด (ถือหุ้นในดุสิตธานี) ไป
ส่วนน้องสาวอีก 2 คน จะได้ บริษัท ปิยะศิริ จำกัด (ถือหุ้นใน รพ.สุขุมวิท) และ บริษัท ธนจิรัง จำกัด (ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์)
ภายหลัง คุณชนินทธ์ อ้างว่า น้องทั้งสองเปลี่ยนใจเพราะโครงการ Dusit Residencesขายดีหลังโควิด
[caption id="attachment_1535475" align="alignnone" width="498"]
ชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)[/caption]
[ผลกระทบมาถึง “ดุสิตธานี”]
บริษัท ชนัตถ์และลูก ใช้อำนาจ “ไม่อนุมัติงบการเงิน” และเสนอถอดถอนคุณชนินทธ์ออกจากบอร์ด
พยายามดันกรรมการใหม่ที่ เชื่อมโยงกับกลุ่มเซ็นทรัลเข้ามาแทน คุณชนินทธ์ มองว่า เสี่ยงทำให้คนนอกครอบครัวเข้าคุมกิจการ
[ประเด็น Take Over]
คุณชนินทธ์ พาดพิงถึง กลุ่มเซ็นทรัล ว่าครั้งหนึ่งเคยถือหุ้น ดุสิตธานีสูงสุดถึง 22.5% และมีดีลเจรจากับน้อง ๆ ของคุณชนินทธ์หลายครั้ง
คุณชนินทธ์มองว่าเป็นการ “เปิดประตูให้คนนอกเข้ามายึดธุรกิจครอบครัว” และกังวลเรื่อง conflict of interest(ธุรกิจโรงแรม, อสังหา, อาหาร ซ้ำกัน)
ประเด็นเรื่องเทกโอเวอร์ ห่วงกระทบความเชื่อมั่นของลูกค้าและผู้ซื้อโครงการ Dusit Residencesที่ขายไปแล้วกว่า 92%
[caption id="attachment_1535484" align="alignnone" width="745"]
โครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค[/caption]
[ย้ำเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้ง]
ท่านผู้หญิงชนัตถ์วางรากฐาน “Business with Honor” ซื่อสัตย์, ไม่เอาเปรียบ, เชิดชูความเป็นไทย
ตั้งใจให้ครอบครัวดูแลกิจการต่อ ไม่ใช่เปิดทางให้คนนอก
[ตอบข้อกล่าวหาการขาดทุน]
ขาดทุนหลัก ๆ มาจาก ภาระดอกเบี้ยโครงการ Dusit Central Park มูลค่า 46,000 ล้านบาทและวิกฤตโควิด แต่ไม่เคยเรียกเพิ่มทุนสักครั้ง ไม่อยากรบกวนผู้ถือหุ้น
ยืนยันว่าไม่ใช่การบริหารล้มเหลว แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่กำลังจะเริ่มสร้างรายได้
ปัจจุบันโครงการใกล้เสร็จ โรงแรมใหม่เปิดแล้วได้ผลตอบรับดี, Dusit Residences ขาย 92%, ปีหน้าจะเริ่มโอนห้องชุดและรับรู้รายได้จำนวนมาก
[สิ่งที่คุณชนินทธ์ยืนยัน]
นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเก้าอี้ แต่เป็นการ ปกป้องดุสิตธานีไม่ให้ถูกยึดครองโดยไม่เป็นธรรม
ห่วงผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย, พนักงาน, ลูกค้า และพันธมิตรธุรกิจ
ยืนยันจะไม่ทิ้งดุสิตธานี ไม่ว่าถูกปลดออกหรือไม่ และพร้อมใช้สิทธิกฎหมายเต็มที่
[สรุปสั้น ๆ]
คุณชนินทธ์ ออกมาโต้ว่า การถอดถอนเขาจากบอร์ดดุสิตธานีไม่ใช่เรื่องการบริหาร แต่เป็นความขัดแย้งในครอบครัวที่เปิดทางให้คนนอก (โดยเฉพาะกลุ่มเซ็นทรัล) เข้ามายึดกิจการ
เขายืนยันว่าโครงการใหญ่กำลังจะประสบความสำเร็จ และสิ่งที่ทำคือเพื่อปกป้อง “ดุสิตธานี” ในฐานะแบรนด์ไทย ไม่ใช่รักษาอำนาจตัวเอง
[caption id="attachment_1535489" align="alignnone" width="1284"]
ส่วนที่ 1[/caption]
[caption id="attachment_1535490" align="alignnone" width="1284"]
ส่วนที่ 2[/caption]
[caption id="attachment_1535492" align="alignnone" width="1284"]
ส่วนที่ 3[/caption]
[caption id="attachment_1535493" align="alignnone" width="1284"]
ส่วนที่ 4[/caption]
[caption id="attachment_1535494" align="alignnone" width="1284"]
ส่วนที่ 5[/caption]
[caption id="attachment_1535495" align="alignnone" width="1188"]
ส่วนที่ 6[/caption]
[caption id="attachment_1535496" align="alignnone" width="1284"]
ส่วนที่ 7[/caption]
[caption id="attachment_1535497" align="alignnone" width="1284"]