โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำท่วมจากพายุคาจิกิ กระทบ 9 จังหวัด เลยวิกฤตหนักสุดรอบ 4 ปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 06.33 น.
พายุคาจิกิทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม และดินสไลด์ในหลายพื้นที่ทั่วไทย กระทบ 9 จังหวัด 16 อำเภอ โดยจังหวัดเลยเจอสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบ 4 ปี รัฐบาลเร่งส่งกำลังช่วยเหลือและเตือนประชาชนเฝ้าระวังฝนตกต่อเนื่อง

น้ำท่วมจากอิทธิพลของพายุคาจิกิในปี 2568 กำลังกลายเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบไปทั่วประเทศ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม และในวันที่ 27 สิงหาคม พบว่ามีประชาชนใน 9 จังหวัด 16 อำเภอ ได้รับผลกระทบโดยตรง ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดเพียงน้ำท่วมขังในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงดินสไลด์ ถนนขาด และผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในทันที

ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ปริมาณฝนที่ตกสะสมมีค่าที่น่ากังวล โดยเฉพาะจังหวัดแพร่ที่วัดได้สูงถึง 203 มิลลิเมตร ขณะที่หนองคายในภาคอีสานมีฝนตกกว่า 102 มิลลิเมตร ส่วนกาญจนบุรี ปราจีนบุรี และระนองก็มีปริมาณฝนเกิน 60 มิลลิเมตรขึ้นไป กรุงเทพฯ เองก็ไม่รอดพ้น แม้จะมีฝนเพียง 33 มิลลิเมตร แต่ก็สร้างปัญหาการจราจรติดขัดหลายจุด ความรุนแรงของฝนที่ตกในแต่ละพื้นที่ได้กลายเป็นตัวเร่งให้น้ำหลากลงสู่ชุมชน และกลายเป็นน้ำท่วมที่ยากจะควบคุม

เมื่อพิจารณาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พบว่าภาคเหนือเผชิญสถานการณ์หนักที่สุด หลายอำเภอของเชียงใหม่ ลำปาง น่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ มีน้ำท่วมสูงระดับ 1–2 เมตร โดยเฉพาะอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ที่มีรายงานว่าน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตรจนบ้านเรือนและถนนไม่สามารถใช้งานได้ ขณะที่ภาคอีสาน จังหวัดเลย อำเภอนาแห้ว ต้องเผชิญน้ำท่วมระดับ 2 เมตร บ้านพังเสียหายไม่น้อยกว่า 30 หลัง ซึ่งครั้งนี้ถูกระบุว่าเป็นสถานการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบ 4 ปีของจังหวัดเลยโดยตรง ส่วนจังหวัดบึงกาฬและนครพนมก็มีน้ำท่วมขังตามหมู่บ้านและพื้นที่การเกษตร ส่วนภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน โดยเฉพาะอำเภอเสนา บางบาล ผักไห่ และบางไทร ที่ต้องเตรียมรับมือน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกประการหนึ่งคือเหตุการณ์ดินสไลด์ที่หมู่บ้านปางอุ่ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลาประมาณตีสองครึ่งของวันที่ 27 สิงหาคม ดินจากภูเขาถล่มลงมาทับบ้านเรือนประชาชนหลายหลัง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย สูญหายอีก 1 รายซึ่งเป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี และบาดเจ็บอีกไม่น้อยกว่า 10 คน บ้านเรือนเสียหายไม่น้อยกว่า 10 หลัง ถนนสายหลักที่เชื่อมต่อหลายหมู่บ้านถูกตัดขาดถึง 6 จุด ทำให้หน่วยกู้ภัยต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการลำเลียงความช่วยเหลือแทนการเข้าถึงทางบก

ผลกระทบยังลามไปถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม กรมทางหลวงรายงานว่ามีถนนถูกน้ำท่วมทั้งหมด 9 แห่งใน 5 จังหวัด โดยสามารถเปิดให้ใช้งานได้แล้ว 7 แห่ง แต่ยังมีอีก 2 แห่งในจังหวัดมุกดาหารที่ยังคงไม่สามารถผ่านได้เลย กรุงเทพฯ แม้ยังไม่ถึงขั้นอันตราย แต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณความยากลำบากในการเดินทางเนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่องและการจราจรติดขัด

ภายหลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนล่วงหน้า รัฐบาลโดยนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมด่วนตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมเพื่อกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดให้เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อม ทั้งในด้านกำลังพล เครื่องจักรสาธารณภัย และแผนการอพยพ โดยปัจจุบันได้มีการส่งทีมจิตอาสาลงพื้นที่ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำถาวรในจุดเสี่ยง 6 แห่ง และเสริมแนวกั้นน้ำชั่วคราวเพื่อป้องกันน้ำล้นเข้าสู่พื้นที่ชุมชน ขณะเดียวกันก็มีการส่งข้อความเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงรับรู้และเตรียมตัวทันเวลา

เมื่อมองไปที่สถานการณ์อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติระบุว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ประมาณ 66% ของความจุรวม หรือราว 53,299 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็นน้ำใช้การได้จริงเพียงครึ่งหนึ่ง ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าหากฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง อ่างเก็บน้ำบางแห่งอาจต้องเร่งระบายน้ำออก ซึ่งอาจทำให้พื้นที่ท้ายน้ำได้รับผลกระทบมากยิ่งขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนเพิ่มเติมว่าในช่วงวันที่ 28–29 สิงหาคม ประเทศไทยจะยังคงมีฝนตกหนัก โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จังหวัดที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก และเพชรบูรณ์ รวมถึงบางพื้นที่ของสุโขทัยและพิจิตรที่มีโอกาสเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม

ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนต้องติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและครอบครัว เพราะแม้หน่วยงานรัฐจะเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบแล้ว แต่ฝนที่ยังคงตกต่อเนื่องและความไม่แน่นอนของสภาพอากาศยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในทุกวัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...