โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สนิทวงศ์-บางช้าง” 2 ราชสกุลและราชินิกุล สายพระชนนี ใน “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 29 ต.ค. 2568 เวลา 08.00 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 08.00 น.
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงฉายกับหม่อมหลวงบัว กิติยากร พระชนนี (ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม 2545)

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นพระธิดาในพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ และหม่อมหลวงบัว (สนิทวงศ์) กิติยากร

เนื่องจากหม่อมหลวงบัว กิติยากรเป็นธิดาของนายพลเอก มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธหรือหม่อมราชวงศ์สะท้าน (กลาง) สนิทวงศ์ และท้าววนิดาพิจาริณี (บาง) สนิทวงศ์ ณ อยุธยาราชสกุล-ราชินิกุล-สกุล สายพระชนนี จึงเกี่ยวเนื่องด้วยราชสกุลสนิทวงศ์ และราชินิกุลบางช้าง

อ่าน : 4 ราชสกุลและสกุลสายพระชนก ใน “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ได้ท้ายบทความนี้

สนิทวงศ์-บางช้าง

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิทพระนามเดิมคือ “หม่อมเจ้านวม”ทรงเป็นต้นราชสกุล “สนิทวงศ์”เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 49 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ประสูติแต่ เจ้าจอมมารดาปรางเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2351 ซึ่งขณะนั้นสมเด็จพระบรมชนกาธิราชทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล

เจ้าจอมมารดาปรางเป็นสตรีแห่งราชินิกุล “บางช้าง” แขวงเมืองบางช้าง (ต่อมาคือจังหวัดสมุทรสงคราม) สถานที่เสด็จพระราชสมภพและนิเวศน์สถานของสมเด็จพระอมรินทรา บรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และสถานที่เสด็จพระราชสมภพในรัชกาลที่ 2

ราชินิกุลบางช้างคือพระญาติวงศ์ในสมเด็จพระอมรินทรา บรมราชินี นับเป็น “ราชินิกุล” ก่อนสกุลอื่น ๆ ในกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะสมเด็จพระอมรินทราฯ เป็นสมเด็จพระราชชนนีพันปีหลวงพระองค์แรก เมื่อพระราชโอรส คือ รัชกาลที่ 2 เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ พระญาติของพระองค์ก็มีฐานะราชินิกุลตั้งแต่นั้น

เจ้าจอมมารดาปรางเป็นธิดาคนที่ 4 ของขรัวตาบุญเกิดและขรัวยายทองอินทร์ (ขรัวยายทองอินทร์เป็นหลานปู่ของท่านตาเจ้าแทน พระปิตุลาที่ 2 ในสมเด็จพระอมรินทรา บรมราชินี) ท่านทั้งคู่มีความรู้ทางการแพทย์และได้ถ่ายทอดความรู้แก่เจ้าจอมมารดาปราง เจ้าจอมมารดาปรางจึงรับหน้าที่ถวายการอภิบาลแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อยังทรงพระเยาว์

เมื่อรัชกาลที่ 2 เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. 2352 หม่อมเจ้านวมจึงทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้านวม ทรงมีความรู้ทางการแพทย์ที่ถ่ายทอดโดยตรงจากขรัวตาและขรัวยาย ทั้งทรงเป็นเจ้านายที่สนพระทัยวิชาการตะวันตก เมื่อถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้านวม กำกับราชการกรมหมอ และเป็นแพทย์ประจำพระองค์ ก่อนเลื่อนพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวงษาสนิท ใน พ.ศ. 2385

ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวงษาธิราชสนิท ทรงได้กำกับราชการกรมมหาดไทย กรมพระคลังสินค้า และเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในพระองค์ จากนั้นเลื่อนเป็น “กรมหลวง” ใน พ.ศ. 2394 ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ก็ทรงอยู่ในฐานะพระบรมวงศ์ชั้นสูง เป็นที่เคารพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งทรงนิพนธ์หนังสือทางการแพทย์และงานด้านอักษรศาสตร์ไว้หลายเล่ม

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2413 ขณะพระชันษา 63 ปี ทรงมีโอรสและธิดาทั้งสิ้น 25 องค์ คนที่ 2 คือ หม่อมเจ้าสาย ประสูติแต่หม่อมแย้มบุตรีจางวางด้วงแห่งราชินิกุลบางช้าง

เนื่องจากหม่อมเจ้าสายได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากพระบิดา จึงได้สนองพระเดชพระคุณรัชกาลที่ 5 เรื่อยมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งจางวางกรมหมอ ถึง พ.ศ. 2415 ทรงสถาปนาเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ต่อมาใน พ.ศ. 2429 ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือเป็นนายพลเรือตรีและนายพลเรือโทตามลำดับ

นายพลเรือโท พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ มีบุตรธิดากับหม่อมเขียน สนิทวงศ์ ณ อยุธยา 8 คน คนที่ 3 คือ พลเอก มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ หรือหม่อมราชวงศ์สะท้าน (กลาง) สนิทวงศ์ พระอัยกาในสมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

หม่อมราชวงศ์สะท้าน (กลาง) เกิดเมื่อ พ.ศ. 2409 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านไปศึกษาวิชาทหารบกที่เดนมาร์ก สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกและโรงเรียนเสนาธิการทหาร กรุงโคเปนเฮเกน ก่อนกลับมารับราชการกรมยุทธนาธิการในสยามเป็นหม่อมชาติอุดม หม่อมราชนิกุล และพระราชทานยศเป็นนายพันเอกใน พ.ศ. 2446 มีคุณูปการเรื่องการจัดระเบียบกองทัพบกไว้เป็นอันมาก

ปลายรัชกาลที่ 5 ท่านย้ายไปรับราชการในตำแหน่งรองเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ เป็นพระยาวงษานุประพัทธ วิบูลยปริวัตรเกษตราธิบดีได้รับพระราชทานยศเป็น “นายพลโท” ก่อนรับพระราชทานยศพลเรือนเป็น “มหาอำมาตย์เอก”

พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาท่านเป็น “เจ้าพระยา” ในราชทินนามเดิม ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ ซึ่งเปลี่ยนนามมาเป็นกระทรวงคมนาคม ดำรงตำแหน่งดังกล่าวอยู่เป็นเวลา 13 ปี จึงกราบถวายบังคมลาออกจากราชการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 นายพลเอก มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อยู่ช่วงสั้น ๆ ในรัฐบาลของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา (10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 – 21 มิถุนายน พ.ศ. 2476) ก่อนจะถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2483 อายุได้ 75 ปี

ท่านมีบุตรธิดาทั้งสิ้น 14 คน ธิดาคนที่ 9 เกิดแต่ท้าววนิดาพิจาริณี (บาง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา) คือ หม่อมหลวงบัว กิติยากร พระชนนีแห่งองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เล็ก พงษ์สมัครไทย. ราชสกุล ราชินิกุล และสกุล ซึ่งเกี่ยวเนื่องด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ.ศิลปวัฒนธรรม ฉบับสิงหาคม พ.ศ. 2545.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 ตุลาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สนิทวงศ์-บางช้าง” 2 ราชสกุลและราชินิกุล สายพระชนนี ใน “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...