โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCB เล็ง Q3 แตะ 1.2 หมื่นล. กำไรการเงิน-ลดสำรอง

ทันหุ้น

อัพเดต 23 ก.ย 2568 เวลา 16.32 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2568 เวลา 17.20 น.

#SCB #ทันหุ้น – SCB จ่อโชว์งบไตรมาส 3/2568 กำไรโตแรง 16.1% แตะ 1.2 หมื่นล้านบาท รับแรงหนุนกำไรเครื่องมือการเงิน–สำรองลด แม้สินเชื่อหดตัว–NIM กดดัน ด้าน TTB เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.066 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 6 ตุลาคม จ่าย 22 ตุลาคม 2568 ส่อง KBANK-KTB โดดเด่นขึ้นแท่นหุ้นแนะนำ ขณะที่ BBL ถูกหั่นเหลือ “TRADING”

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึงบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) คาดจะมีกำไรไตรมาส 3/2568 ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% YoY จากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น และมีการตั้งสำรองลดลง ถึงแม้จะคาดว่ารายได้ดอกเบี้ยจะลดลงตามการหดตัวของสินเชื่อ และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และค่าใช้จ่ายจ่ายเพิ่มขึ้น แต่รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

สินเชื่อในเดือนสิงหาคม ของ SCB กลับมาหดตัว 1.1% MoM จากเดือนก่อนที่ทรงตัว และทำให้สินเชื่อหดตัวจากสิ้นปี 2567 เพิ่มเป็น 1.5% YTD ซึ่งทำให้คาดว่า NPL อาจจะยังลดลงได้จากไตรมาสก่อนที่มีอยู่ 3.31%

ถึงแม้จะปรับลดประมาณการสินเชื่อปี 2568 ลงเป็น -2% จากเดิมคาดไว้ที่ +3% แต่กำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่สูงกว่าคาดมาก ทำให้ปรับประมาณการกำไรปี 2568 ขึ้นเป็น 4.93 หมื่นล้านบาท และปรับไปใช้ราคาพื้นฐานปี 2569 ที่ 135 บาท เหลือส่วนต่างเพิ่มมากขึ้น

*TTB จ่ายปันผล 0.066 บ.

ด้านธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล ในอัตรา 0.066 บาทต่อหุ้น วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) 7 ตุลาคม 2568 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 6 ตุลาคม 2568 กำหนดจ่ายปันผลวันที่ 22 ตุลาคม 2568

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยรับที่ลดลงจะกดดันผลดำเนินงานในไตรมาส 3/2568 ของกลุ่มธนาคาร โดยยังเห็นธนาคารส่วนใหญ่ใช้วิธีพักสภาพคล่องส่วนเกินไว้ในตลาดเงินและสินทรัพย์ลงทุน ทำให้เห็นรายการดังกล่าวปรับขึ้น 1.8% MoM และ 8.5% MoM ซึ่งปกติผลตอบแทนจะต่า กว่าการปล่อยสินเชื่อกดดันภาพของ NIM เพิ่มเติมในไตรมาส 3/2568 แต่ผลกระทบบางส่วนจะถูกชดเชยด้วยฐานเงินฝากของกลุ่มที่รอบนี้เริ่มทรงตัว MoM หลังเพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม เพราะหน่วยงานรัฐ มีการลดเงินฝากลงชั่วคราวก่อนปิดปีงบประมาณ รวมถึงธนาคารมีสภาพคล่องมากพออยู่แล้ว ทำให้การแข่งขันด้านเงินฝากผ่อนคลายลง

เบื้องต้นคาดแนวโน้มกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 3/2568 จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ กดดันจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่ปรับลงตามสินเชื่อและ NIM ที่ลดลง แต่คาดการตั้งสำรองยังอยู่ในทิศทางที่ชะลอลงเพราะ

หลายธนาคารตั้งสำรองเป็น Management Overlay ล่วงหน้ามาแล้วในครึ่งปีแรก 2568 ซึ่งเริ่มมีประเด็นความไม่แน่นอนของประเด็นกำแพงภาษีสหรัฐ ส่วนทั้งปีคาดกำไรสุทธิของกลุ่มที่ 207,842 ล้านบาท ลดลง 3.1% YoY

*สินเชื่อชะลอตัว

ภาพรวมของกลุ่มยังคงคำแนะนำ ที่ “เท่ากับตลาด” เพราะมีแรงกดดันจากสินเชื่อชะลอตัวและดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับลง แต่ยังมองว่าเป็นกลุ่มที่ Valuation ไม่สูงและให้ Div. Yield ดี อีกทั้งหลังปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานใหม่สำหรับปี 2569 ทำให้หุ้นธนาคารบางแห่งเริ่มมี Upside น่าสนใจมากขึ้น ทำให้ปรับเพิ่มคำแนะนำในธนาคารที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวมาชดเชยการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย ได้แก่ KBANK (ราคาเป้าหมาย 190 บาท) ปรับเพิ่มคำแนะนำ จาก “TRADING” เป็น “ซื้อ”

และให้เป็น Top Pick ของกลุ่ม แม้ภาพสินเชื่อรวมจะลดลง แต่ KBANK มีจุดเด่นที่การเร่งบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์มาแล้วหลายไตรมาส และคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ ทำให้สามารถที่จะลดระดับการตั้งสำรองเพื่อชดเชยรายได้ที่ลดลงและยังมีเงินปันผลน่าสนใจ คาด Div. Yield 7.5%

ส่วน KTB (ราคาเป้าหมาย 28 บาท) คาดเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเก็งกำไรผลดำเนินงานไตรมาส 3/2568 เพราะจะมีบันทึกกำไรจากเงินลงทุนในหุ้น THAI เข้ามาเสริมทำให้ผลดำเนินงานโดยรวมเด่นกว่าธนาคารอื่น และคาดจะจ่ายเงินปันผลอีกราว 6.5% จึงเพิ่มคำแนะนำจาก “TRADING” เป็น “ซื้อ” ขณะที่ BBL (ราคาเป้าหมาย 168 บาท) ลดคำแนะนำลงเหลือ “TRADING” เพราะเห็นแนวโน้ม ROE ที่ต่ำลง และเป็นธนาคารที่ได้รับผลกระทบเชิงลบมากที่สุดในช่วงดอกเบี้ยขาลง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...