โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จีนซื้อยาง 2 แสนตันภาษี 0% สหกรณ์ลำปางนำร่องส่งโรงงานม่านเล่ ยูนนาน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.ย 2568 เวลา 05.52 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 09.04 น.

เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน 2568 มีข่าวดีสำหรับเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เมื่อทางการมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ยอมปรับลดอัตราภาษีนำเข้ายางพาราธรรมชาติของไทย เฉพาะที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จากร้อยละ 20 เหลือร้อยละ 0 เช่นเดียวกับประเทศเมียนมา กัมพูชา และ สปป.ลาว ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงด้วยกัน

ดีมานด์ตลาดยางจีนโต

นับเป็นโอกาสที่ดีของยางพาราไทย โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครคุนหมิง รายงานสถานการณ์ยาง ณ เดือนกรกฎาคม 2568 ว่า ขนาดตลาดสินค้ายางพาราของจีนมีมูลค่าสูงถึง 1,200,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.8 โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) และอุตสาหกรรมอากาศยานและอวกาศ ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มมูลค่าตลาดถึงร้อยละ 42 ของการเติบโตทั้งหมด

คาดว่าในปี 2568 ขนาดตลาดของอุตสาหกรรมสินค้ายางพาราของจีนจะสูงถึง 1,350,000 ล้านหยวน โดยคงอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ร้อยละ 10.5 ซึ่งการเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าวมีปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการจากอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การพัฒนาเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงที่มุ่งเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

China buys rubber

ในปี 2567 จีนมีปริมาณความต้องการยางพาราอยู่ที่ 6,800,000 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 ตั้งแต่ปี 2563-2567 ความต้องการยางพาราในจีนค่อนข้างมีความเสถียรภาพอยู่ในระดับ 6,600,000-6,800,000 ตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยปี 2567 จีนมีปริมาณการนำเข้ายางพาราอยู่ที่ 5,658,900 ตัน มูลค่าการนำเข้า 9,684 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 5 ประเทศที่ส่งออกยางพาราไปจีนมากที่สุด ได้แก่ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย เมียนมา และโกตติวัวร์ โดยปริมาณการนำเข้า 5 ประเทศรวมกันคิดเป็นสัดส่วน 89.1 ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของจีน

โดยประเทศไทยถือเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางมากที่สุดในโลก โดยปี 2567 ไทยมีปริมาณการผลิตยางพาราอยู่ที่ 4,682,000 ตัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงเฉียด 2 แสนล้านบาทต่อปี โดยมีจีนเป็นตลาดหลักในการส่งออก

จีนซื้อ 3 ลอตกว่า 2 แสนตัน

นายสวัสดิ์ ลาดปะละ ประธานกรรมการสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดลำปาง จำกัด และรองประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรสวนยางระดับประเทศ หนึ่งในตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางที่ร่วมเดินทางไปกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)

ในการเจรจากับทางการมณฑลยูนนาน ประเทศจีน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดร.เพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการ กยท. ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) กับทางการมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ที่ได้ปรับลดอัตราภาษีการนำเข้ายางพาราธรรมชาติทุกประเภทของไทยที่ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน จากร้อยละ 20 เหลือร้อยละ 0 โดยผู้ส่งออกต้องเป็นสถาบันเครือข่ายเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท.เท่านั้น บริษัทเอกชนยังต้องเสียภาษีร้อยละ 20

หลังจากนั้น ทางสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดลำปาง จำกัด ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายยางพารากับบริษัท ม่านเล่ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปยางของประเทศจีนอย่างเป็นทางการ จำนวน 3 ครั้ง แบ่งเป็นนำร่องครั้งแรกส่งมอบจำนวน 400 ตัน ครั้งที่ 2 ส่งมอบจำนวน 2,400 ตัน และครั้งที่ 3 ส่งมอบจำนวน 2 แสนตัน

ตอนนี้การส่งออกอยู่ระหว่างขั้นตอนการยื่นเอกสารให้ทางกองบริหารการนำเข้าและรับรองถิ่นกำเนิด กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พิจารณาเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติภายในสัปดาห์นี้ และจะสามารถส่งมอบสินค้านำร่องลอตแรก จำนวน 400 ตัน ได้ทันทีภายในปลายเดือนกันยายน 2568 นี้

“ความพยายามในการผลักดันให้จีนลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% ได้ดำเนินการกันมาตั้งแต่สมัย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยแรก ผมก็ทำบทสรุปของยุทธศาสตร์การพัฒนายางพาราไปยื่นให้ ก็ได้รับการสนับสนุนมาตลอด รวมถึง ดร.เพิก ประธานบอร์ด กยท. และ นายสุขทัศน์ ต่างวิริยกุล อดีตรองผู้ว่าการ กยท. ซึ่งทั้ง 2 ท่านก็ผลักดันในการเจรจามาตลอด

ข้อตกลงครั้งนี้เหมือนฝันที่เป็นจริง เราเองฝันมานาน รอมาหลายปีแล้วว่า เราเห็นเกษตรกรอาชีพอื่นมาเยอะเเล้ว ถ้าเป็นเกษตรกรอย่างเดียวมันไม่ได้ ต้องเป็นเกษตรกรรม เป็นพาณิชยกรรมให้ได้ ถ้าค้าขายเองไม่ได้ก็ลำบาก การส่งออกที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้หวังว่าเกษตรกรชาวสวนยางของไทยจะขายยางได้ราคาที่ดีขึ้น และเป็นช่องทางหนึ่งที่เราส่งออกไปได้ ให้ยางที่ขายได้มีราคาที่สมเหตุสมผล ให้มีเสถียรภาพหน่อย

ทุกวันนี้เกษตรกรไทยถูกมองว่า ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลางตลอด โดยเรานำยางไปขายในตลาดกลาง พ่อค้าคนกลางจะกำหนดราคาซื้อเท่าไหร่ก็ได้ ปัจจุบันราคายางก้อนถ้วย ตลาดกลาง กยท.อยู่ที่ 55 บาท แต่บริษัทจะซื้อที่ 51 บาทกว่า แต่ต่อไปไม่ใช่แล้ว” นายสวัสดิ์กล่าว

China buys rubber

นำร่องยางก้อนถ้วย 70-85%

นายสวัสดิ์กล่าวต่อไปว่า เมื่อ กยท.ได้ MOU ทางเครือข่ายสถาบันเกษตรกรสวนยางระดับประเทศได้จัดประชุมเครือข่ายเกษตรกรจากทุกภาค ทั้งภาคเหนือ อีสาน ใต้ ตะวันตก ตะวันออก ได้มารวมตัวคุยกันที่ จ.กำแพงเพชร ที่ประชุมให้เครือข่ายทางภาคเหนือ โดยสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดลำปางดำเนินการนำร่องไปก่อน

เนื่องจากที่ผ่านมาบทบาทของสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดลำปาง ถือเป็นสถาบันที่รวบรวมยางทางจังหวัดภาคเหนือตอนบนอยู่แล้ว ตั้งแต่ลำปาง ลำพูน น่าน พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ด้วย โดยแต่ละจังหวัดมีเครือข่ายเกษตรกรรวม 130 สถาบัน

ปี 2567 รวบรวมยางก้อนถ้วยได้ประมาณ 50,000 ตัน จากปริมาณยางพาราในพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมดประมาณเกือบ 2 แสนตัน หลังจากนั้นจะนำยางไปขายผ่านตลาดกลางของ กยท. หรือ Thai Rubber Trade (TRT) จะมีพ่อค้ามาประมูลกันผ่านตลาดกลาง และนำยางที่ประมูลได้ไปเข้าโรงงานแปรรูป และบริษัทเอกชนที่ส่งออก ทุกวันนี้บริษัทเอกชนที่ส่งออกต้องเสียภาษี 20%

นายสวัสดิ์กล่าวต่อไปว่า ลอตแรก 400 ตัน กำหนดเป็นยางก้อนถ้วย คุณภาพดี ก้อนยางที่เกิดจากน้ำยางสดจับตัวในถ้วยน้ำยาง ต้องใช้กรดฟอร์มิกในการจับตัวยาง เพราะจะทำให้น้ำยางจับตัวเร็วและเนื้อ ยางมีความยืดหยุ่นดี ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นก้อนยางที่สะอาดไม่มีเปลือกไม้ปลอมปน ถ้ายางคุณภาพไม่ดีส่งออกไปก็เสียหายต่อยางไทย ต้องเป็นยางแห้ง 70-75-80-85% เพื่อป้องกันมลพิษที่จะลงสู่แม่น้ำโขงได้ โดยจะบรรจุใส่ถุงบิ๊กแบ็กไป

โดยทางสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดลำปางจะรวบรวมยางจากเครือข่ายเกษตรกรในจังหวัดลำปาง ลำพูน น่าน พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ ส่งออกนำร่องไปก่อน 400 ตัน โดยมีเรือจากประเทศจีนวิ่งมารับสินค้าที่ท่าเรือเชียงแสน วิ่งไปตามลุ่มแม่น้ำโขงส่งไปยังทางบริษัท ม่านเล่

ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปเป็นยาง Standard Thai Rubber-STR และส่งต่อไปให้บริษัทที่ผลิตยางล้อต่าง ๆ อีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้ ในการส่งออกลอตแรก ทาง กยท.จะศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลกระบวนการส่งออกทั้งหมด ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพื่อทำเป็นคู่มือให้กับสถาบันเกษตรกรภาคเหนือ และภาคอีสาน นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการส่งออกยางพาราลอตต่อไป

China buys rubber

ลอต 3 อีสานร่วมส่งออก

นายสวัสดิ์กล่าวต่อไปว่า หากการส่งออกลอตแรกเรียบร้อยดี การส่งมอบครั้งที่ 2 จำนวน 2,400 ตัน คาดว่าจะส่งออกได้หลังวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันชาติจีน โดยทางสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดลำปางจะพยายามกระจายให้สถาบันเครือข่ายเกษตรกรอื่น ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือนำยางก้อนถ้วยมาส่งออกร่วมกัน

สำหรับการส่งมอบครั้งที่ 3 จำนวน 2 แสนตัน จะแบ่งให้ทางภาคอีสานได้ส่งออกร่วมกัน หากสถาบันเกษตรกรใดมีศักยภาพรวบรวมยางก้อนถ้วยที่มีคุณภาพส่งตรงกับบริษัท ม่านเล่ ได้ สามารถส่งออกตรงไปได้เลย ทางสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดลำปางไม่ได้ปิดกั้น ส่วนสถาบันยางขนาดเล็ก ๆ ที่ระบบยังทำส่งออกไม่ได้ ก็มาขายผ่านสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดลำปางได้ ทางสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดลำปางจะบริหารจัดการส่งออกให้

“หากส่งมอบยางก้อนถ้วยลอตที่ 2 จบเรียบร้อยดี จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างเครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ และภาคอีสาน เพื่อรวบรวมยางส่งมอบลอตที่ 3 ต่อไป โดยสถาบันไหนรับไปเท่าไหร่ก็มาคุยกันให้ชัดเจน โดยราคาต้องยึดมาตรฐานเดียวกัน แต่อีสานจะเสียค่าขนส่งเพิ่ม คาดว่าจะส่งมอบให้แล้วเสร็จภายในฤดูกรีดนี้

ปกติภาคเหนือฤดูกรีดยางจะเริ่มเดือนมิถุนายนถึงมีนาคม บางครั้งไปถึงเดือนเมษายน ภาคอีสานจะเริ่มฤดูกรีดยางเดือนพฤษภาคมถึงกุมภาพันธ์ ขึ้นอยู่กับฟ้าฝนด้วย หากฝนมาไว ภาคเหนือก็กรีดได้ไว เหมือนปีนี้ โดยภาคอีสานจะหยุดกรีดก่อนภาคเหนือเล็กน้อย เหลื่อมกันประมาณ 1 เดือน

China buys rubber

บ.เอกชนหวั่นภาษี 0% กระทบ

นายสวัสดิ์กล่าวต่อไปว่า การที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน สามารถเจรจากับมณฑลยูนนานของประเทศจีนในการส่งออกยางได้อัตราภาษี 0% คิดว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกยางของบริษัทเอกชนในภาคต่าง ๆ เพราะปริมาณที่ส่งออกเพียงเล็กน้อย 2 แสนกว่าตันไม่ได้มาก เมื่อเทียบกับปริมาณการส่งออกยางของไทยไปประเทศจีนปีละ 2-3 ล้านตัน ถือเป็น “เสี้ยวเดียว” เพียงแต่จะดีต่อเกษตรกร เพราะราคาภายในประเทศไทยจะได้ขยับขึ้นมาบ้าง

เพราะเครือข่ายเกษตรกรจะมีคู่ค้าที่สามารถส่งออกไปสิบสองปันนาได้ เป็นช่องทางที่คิดว่าตรงนี้จะดึงราคายางให้สูงขึ้นได้อีกเล็กน้อย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จีนซื้อยาง 2 แสนตันภาษี 0% สหกรณ์ลำปางนำร่องส่งโรงงานม่านเล่ ยูนนาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...