โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดวินาทีชีวิต! แท็กซี่ชนรถตำรวจนำส่ง ‘ปอด’ ไปยังโรงพยาบาลศิริราช

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 ก.ย 2568 เวลา 14.12 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2568 เวลา 13.53 น. • The Bangkok Insight

เปิดวินาทีชีวิต! แท็กซี่ชนรถตำรวจนำส่ง "ปอด" ไปยังโรงพยาบาลศิริราช เตือนผู้ขับขี่ชะลอความเร็ว หยุดรถ ให้ทาง

พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการดำเนินการช่วยเหลือเพื่อนำส่งอวัยวะจากผู้บริจาคไปยังผู้รับบริจาคนั้น ตำรวจจราจรทั่วประเทศ และตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้ร่วมดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภารกิจลุล่วงด้วยดีมาโดยตลอด ทำให้สามารถต่อชีวิตผู้ป่วยได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับความร่วมมือด้วยดีจากพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ที่ช่วยหลีกทางให้กับรถของตำรวจจราจร และรถพยาบาล เพื่อร่วมส่งต่อลมหายใจแก่ผู้ป่วยร่วมกัน

รถตำรวจ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวานนี้ (22 ก.ย.) เวลา 12.28 น. เกิดเหตุผู้ขับรถแท็กซี่สาธารณะไม่ชะลอความเร็วเพื่อหยุดรถเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีแดง ประกอบกับมีขบวนรถของตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริที่เปิดไฟสัญญาณฉุกเฉินขณะกำลังปฏิบัติภารกิจนำส่งอวัยวะ (ปอด) จากจังหวัดชลบุรี เพื่อส่งต่อยังโรงพยาบาลศิริราช ทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนบริเวณแยกสวนมิสกวัน ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริผู้ปฏิบัติหน้าที่ คือ ด.ต.วัชรนนท์ คงสินจีราภัทร์ ผู้บังคับหมู่งาน 3 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวาและข้อมือ แต่ยังคงมีสติ ยังมีความโชคดีตำรวจนายดังกล่าวไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และที่สำคัญยิ่งกว่าคือ รถแท็กซี่คันก่อเหตุไม่เฉี่ยวชนกับรถพยาบาลที่บรรทุกอวัยวะดังกล่าว ซึ่งอาจจะเกิดความเสียหายอย่างประเมินค่าไม่ได้ และแม้ต้องพบเจออุบัติเหตุขบวนรถนำส่งอวัยวะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนสามารถนำส่งอวัยวะ (ปอด) ให้ถึงมือแพทย์ได้ทันเวลา

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าทุกเสี้ยววินาทีของรถที่เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินคือเส้นทางแห่งชีวิต การเปิดทางไม่ใช่เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่คือการมอบโอกาสใหม่ให้กับประชาชนผู้ป่วยที่รอการรักษาอยู่ปลายทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเน้นย้ำไปยังผู้ขับขี่ทุกท่านให้ตระหนักว่า “เมื่อเห็นสัญญาณไฟและเสียงไซเรน โปรดให้ทาง” รวมทั้งขอให้เคารพกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด

สำหรับการให้ทางรถฉุกเฉิน เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน ผู้ขับขี่ควรมองกระจกหลังเพื่อกะระยะของรถฉุกเฉินที่ขับมา และชะลอความเร็วเปิดสัญญาณไฟเบี่ยงซ้ายเพื่อหลีกทาง หรือหากไม่สามารถหลีกทางได้ด้วยเพราะสภาพการจราจรที่หนาแน่น ให้หยุดรถเพื่อให้รถฉุกเฉินหาทางขับผ่านไป และข้อสำคัญเมื่อรถฉุกเฉินขับผ่านไปแล้วห้ามขับตามเด็ดขาด ทั้งนี้ การเจตนาไม่หลบรถฉุกเฉิน หรือขับรถกีดขวางเส้นทาง เข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 76 ระบุว่า เมื่อเห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน จะต้องให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท และกรณีขับรถฝ่าสัญญาณไฟจราจร มีโทษปรับไม่เกิน 4,000 บาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...