โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สุดเหลือเชื่อ! เด็กซ่อนในช่องล้อเครื่องบิน รอดตายหลังบินข้ามประเทศกว่าพันกิโลฯ

Khaosod

อัพเดต 24 ก.ย 2568 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 06.42 น.

รอดปาฏิหาริย์! เด็กชายจากจากอัฟกานิสถาน แอบซ่อนตัวในช่องล้อหลังเครื่องบินโดยสาร เดินทางไกลกว่าพันกิโลเมตรจนถึงประเทศอินเดีย

สื่อต่างประเทศเผย เด็กชายวัย 13 ปี จากเมืองคุนดุซ ประเทศอัฟกานิสถาน “รอดชีวิต” จากการเดินทางสุดอันตราย! หลังซ่อนตัวอยู่ในช่องเก็บล้อหลังของเครื่องบินโดยสารสายการบินคัมแอร์ (Kam Air)

โดยเขาเดินทางไกลประมาณ 720 ไมล์ (ราว 1,160 กิโลเมตร) จากกรุงคาบูล มายังกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย และถูกพบเดินอยู่บนรันเวย์ของสนามบินนานาชาติอินทิรา คานธี (เมื่อวันจันทร์ที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา)

ภาพประกอบ

ตามรายงานจากPeople เด็กชายตั้งใจจะเดินทางไปยังประเทศอิหร่าน แต่ “ขึ้นเครื่องผิดลำ” และมาโผล่ที่เมืองเดลี ประเทศอินเดียแทน โดยเจ้าหน้าที่สนามบินพบตัวเขา และนำตัวไปสอบสวนโดยกองกำลังรักษาความปลอดภัยอุตสาหกรรมกลางของอินเดีย (CISF)

เขาให้การกับตำรวจว่า“แอบเข้าไปในช่องล้อกลางด้านหลังของเครื่องบิน เพราะความอยากรู้อยากเห็น” นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบลำโพงสีแดงขนาดเล็กอยู่ในบริเวณที่เขาซ่อนตัวอีกด้วย ซึ่งต่อมา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเขาส่งกลับไปยังกรุงคาบูล ด้วยเครื่องบินลำเดิม

การเดินทางลักษณะนี้ถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง! เนื่องจากผู้ที่ซ่อนตัวในช่องล้อเครื่องบินต้องเผชิญกับ “อุณหภูมิที่ต่ำถึงจุดเยือกแข็ง” และ “ระดับออกซิเจนที่ต่ำมาก” เมื่อเครื่องบินบินขึ้นสู่ความสูงระดับหลายหมื่นฟุต

กรณีของเด็กชายรายนี้นับเป็นเรื่อง “หายากมาก” ที่สามารถรอดชีวิตมาได้ โดย CNN รายงานว่า ผู้ที่ลักลอบขึ้นเครื่องด้วยวิธีนี้ “ส่วนใหญ่มักไม่รอด” ขณะที่สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ (FAA) ระบุว่า “อัตราการเสียชีวิตของผู้ลักลอบโดยสารในช่องล้ออยู่ที่ประมาณ 77%”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุดเหลือเชื่อ! เด็กซ่อนในช่องล้อเครื่องบิน รอดตายหลังบินข้ามประเทศกว่าพันกิโลฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...