โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หมอยังทึ่ง! ชายวัย 40 เลิกกิน 2 สิ่ง และสร้าง 1 นิสัยใหม่ ลดน้ำหนักสำเร็จ 16 กก.

sanook.com

เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 15.39 น. • Sanook
ชายวัย 40 เลิกกิน 2 สิ่ง และสร้าง 1 นิสัยใหม่ ลดน้ำหนักสำเร็จ 16 กก. พร้อมควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

ชายวัย 40 เลิกกิน 2 สิ่ง และสร้าง 1 นิสัยใหม่ ลดน้ำหนักสำเร็จ 16 กก. พร้อมควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเผาผลาญและฮอร์โมน ลี่เฉินอวี๋ ชาวไต้หวัน เผยว่า มีผู้ป่วยที่ติดตามโรคเบาหวานระยะยาว แรกเริ่มแนะนำให้ปรับอาหารเพื่อลดน้ำหนัก แต่ผู้ป่วยก็ยังปรับเปลี่ยนได้ยาก

จนกระทั่งในการตรวจล่าสุด พบว่าผู้ป่วยลดน้ำหนักได้ถึง 16 กก. ระดับน้ำตาลสะสมและความต้านทานอินซูลินดีขึ้นอย่างมาก เมื่อสอบถามจึงทราบว่าผู้ป่วยเลิกกินอาหารโปรด 2 อย่าง พร้อมสร้างนิสัยออกกำลังกาย 1 อย่าง จึงทำให้ได้ผลลัพธ์นี้

แพทย์ลี่เฉินอวี๋เผยผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กว่า ชายวัย 40 คนนี้ ลดน้ำหนักเกือบ 10 กก. จึงสอบถามว่าทำอย่างไรจึงได้ผลเช่นนี้

Cats Coming

ผู้ป่วยเผยว่า เขาเลิกกินอาหารที่ชอบอย่างสุ่ยเจี้ยนเปาและเกี๊ยวน้ำทั้งหมด และพยายามปฏิบัติตามแนวทางอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานอย่างเคร่งครัด

พร้อมกับเดินวันละอย่างน้อย 10,000 ก้าว เช่น หลังเลิกงาน เขาจะเดินจากที่ทำงานในเขตซานจง นครซินเป่ย กลับบ้านที่นครไทเป ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แพทย์ลี่เฉินอวี๋และพยาบาลที่อยู่ด้วยต่างตกตะลึงและรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก

ลี่เฉินอวี๋กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันผู้ป่วยคนนี้ลดน้ำหนักได้ 16 กก. ระดับน้ำตาลสะสมและความต้านทานอินซูลินดีขึ้นอย่างมาก

แต่การเดินวันละ 1 ชั่วโมงกลับบ้านถือว่าหนักมาก จึงแนะนำให้คนทั่วไปเริ่มจากการเดินเล่นหลังอาหาร 10–20 นาที ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารและเพิ่มความไวของอินซูลินได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...