โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

หนึ่งเดียวในโลก Tourist DigiPay นักท่องเที่ยวต่างชาตินำคริปโทฯ แลก ‘เงินบาท’ ใช้ซื้อสินค้าได้

BT Beartai

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 05.30 น.
หนึ่งเดียวในโลก Tourist DigiPay นักท่องเที่ยวต่างชาตินำคริปโทฯ แลก ‘เงินบาท’ ใช้ซื้อสินค้าได้

กระทรวงการคลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดตัวโครงการ Tourist DigiPay เพิ่มทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถือครอง ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ สามารถแปลงเป็นเงินบาทเพื่อใช้จ่ายในประเทศไทยได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

ระบบนี้ดำเนินการผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ร่วมกับผู้ให้บริการ e-Money ภายใต้การดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยอยู่ในรูปแบบ โครงการทดสอบ (Sandbox) ระยะเวลา 18 เดือน ถือเป็นก้าวสำคัญในการผสานเทคโนโลยีทางการเงินและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน

Tourist DigiPay โครงการนี้ไม่ได้มีดีแค่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังส่งผลเชิงบวกต่อประเทศ

  • เพิ่มทางเลือกการใช้จ่าย นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถแปลงมาเป็นเงินบาทและใช้จ่ายได้สะดวกขึ้น กระตุ้นการจับจ่ายและการหมุนเวียนของเงินในประเทศ
  • ยกระดับภาพลักษณ์ ด้วยประเทศไทยเราในมุมมองของนักท่องเที่ยวต่างชาติคืออิสระเสรี และเป็นประเทศที่น่ามาท่องเที่ยว การที่มีโครงการ Tourist DigiPay จะเสริมความน่าสนใจในฐานะแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัยและตอบโจทย์อะไรใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น
  • สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ทั้งด้านเทคโนโลยีและด้านการท่องเที่ยว เพราะสะท้อนว่าประเทศมีระบบกำกับดูแลภายใต้หน่วยงานที่น่าเชื่อถือ

วิธีใช้งาน Tourist DigiPay

เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทย จะต้องทำ KYC (ยืนยันตัวตน) กับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และเปิด Tourist Wallet กับผู้ให้บริการ e-Money หลังจากนั้นสามารถแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถืออยู่เป็นเงินบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้ (คาดว่าจะเปิดให้บริการจริงในไตรมาส 4 ปี 2568)

เงื่อนไขการใช้จ่าย

  • ใช้จ่ายได้ไม่เกิน 50,000 บาท/เดือน สำหรับร้านค้ารายย่อย
  • ใช้จ่ายได้ไม่เกิน 500,000 บาท/เดือน สำหรับร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบ KYM (Know Your Merchant)
  • สามารถแลกเงินบาทกลับเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลได้ แต่ไม่เกินวงเงินที่เคยแลกเข้ามา
  • ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเป็นไปตามเกณฑ์ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้าร่วม Sandbox
  • โครงการนี้เปิดให้เฉพาะผู้ให้บริการที่มีความพร้อม เช่น ศูนย์ซื้อขาย ผู้ค้า และนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ e-Money
  • ไม่สามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปชำระโดยตรงกับร้านค้าได้

นอกจากนี้ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้ให้บริการ e-Money ที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตามที่สำนักงาน ปปง. กำหนดอย่างเคร่งครัด ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมถึงกระบวนการ ยืนยันตัวตนลูกค้า (KYC) และการตรวจสอบสถานะลูกค้า (CDD) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการกำกับดูแลและป้องกันไม่ให้โครงการถูกนำไปใช้เป็นช่องทางฟอกเงินหรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...