โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศาลปกครองกลาง สั่ง “กทม.-กรุงเทพธนาคม” จ่ายหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ BTS 1.1 หมื่นลบ.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ก.ย 2568 เวลา 15.58 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2568 เวลา 08.57 น.

ศาลปกครองกลาง สั่ง "กทม.-กรุงเทพธนาคม" ร่วมกันชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 รวมกว่า 11,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ภายใน 180 วัน

วันที่ 29 กันยายน 2568 ศาลปกครองกลาง มีคําพิพากษาในคดีหมายเลขดําที่ 2505/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 2266/2568 ระหว่างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดี กรุงเทพมหานคร ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และ บริษัท กรุงเทพธนาคม จํากัด ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2

โดยผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่ชําระเงินค่าจ้างให้บริการเดินรถและซ่อมบํารุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 ตั้งแต่งวดเดือนมิถุนายน 2564 ถึงงวดเดือนตุลาคม 2565 ผู้ฟ้องคดีจึงนําคดีมาฟ้องต่อศาล ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชําระหนี้ตามสัญญา พร้อมดอกเบี้ยคิดคํานวณจนถึงวันฟ้องคดีรวมเป็นเงินจํานวน 11,068,554,611.61 บาท

สําหรับประเด็นเรื่องยอดหนี้ตามคําฟ้อง ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้ชําระเงินค่าจ้างเดินรถและซ่อมบํารุงของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 ให้แก่ผู้ฟ้องคดีบางส่วนแล้ว แต่ยังมีหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบํารุงที่ค้างชําระพร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 จนถึงเดือนตุลาคม 2565 ทั้งส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 ที่ต้องชําระให้แก่ผู้ฟ้องคดี โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ในฐานะผู้ว่าจ้าง และผู้มอบหมายให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ดําเนินกิจการทางปกครองดังกล่าว จึงต้องร่วมรับผิดในหนี้ค่าให้บริการเดินรถและซ่อมบํารุงที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ค้างชําระทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี

ส่วนกรณีที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกล่าวอ้างการนําสูตรคํานวณในเอกสารแนบท้าย 7 ของสัญญามาใช้ในการคํานวณหนี้เงินและดอกเบี้ยค่าจ้างให้บริการเดินรถและซ่อมบํารุงตามสัญญา นั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงให้มีการปรับค่าจ้างใหม่ตามปัจจัยภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงตามข้อ 7.4ของสัญญา ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองจึงไม่อาจนําสูตรคํานวณในเอกสารแนบท้าย 7 ของสัญญา มาใช้ในการคํานวณหนี้เงินและดอกเบี้ยค่าจ้างให้บริการเดินรถและซ่อมบํารุงที่ต้องชําระให้แก่ผู้ฟ้องคดีได้

ส่วนกรณีการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในส่วนของอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกับพวก รวม 13 คน กรณีกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ ในการขยายอายุสัญญาสัมปทานหรือทําสัญญาเพิ่มเติมให้กับผู้ฟ้องคดีในการประกอบกิจการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร นั้น เห็นว่าข้อมูลการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นเรื่องเกี่ยวกับการขยายอายุสัญญาสัมปทานระบบขนส่งมวลชน กทม. แต่ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการไม่ชําระเงินค่าจ้างเดินรถและซ่อมบํารุงโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 ซึ่งเป็นคนละสัญญา แยกต่างหากจากสัญญาสัมปทาน การชี้มูลดังกล่าวจึงไม่มีผลต่อสัญญาที่พิพาทในคดีนี้

ศาลปกครองกลางพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันชําระเงินให้แก่ผู้ฟ้องคดี สําหรับหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบํารุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 1 จํานวน 2,895,049,026.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินจํานวน 2,771,356,222.15 บาท และสําหรับหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบํารุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 จํานวน 8,173,420,912.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินจํานวน 7,848,122,792 บาท ตามอัตราดอกเบี้ยสําหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ซึ่งประกาศโดยธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน)

สําหรับเงินกู้สกุลเงินบาทบวกร้อยละ 1 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชําระเสร็จสิ้น โดยให้ชําระให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด คืนค่าธรรมเนียมศาลบางส่วน
ตามส่วนของการชนะคดี คําขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...