โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศึกษาชี้ ‘กะโหลกมนุษย์’ อายุ 1 ล้านปีในหูเป่ย เปลี่ยนเส้นเวลาวิวัฒนาการมนุษย์

Xinhua

อัพเดต 29 ก.ย 2568 เวลา 17.46 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2568 เวลา 10.46 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(ภาพจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและบรรพมานุษยวิทยา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน : ฟอสซิลกะโหลกศีรษะมนุษย์อวิ๋นเซี่ยน 2 ที่สร้างขึ้นใหม่ จำนวน 6 ภาพ)

ปักกิ่ง, 29 ก.ย. (ซินหัว) — การศึกษาใหม่เกี่ยวกับฟอสซิลกะโหลกมนุษย์ “อวิ๋นเซี่ยน 2” (Yunxian 2) เก่าแก่ 1 ล้านปี ที่พบในอำเภออวิ๋นเซี่ยน มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน เผยให้เห็นแขนงสายวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ไม่เคยค้นพบมาก่อน และได้ขยับเส้นเวลาการวิวัฒนาการของมนุษย์ให้ถอยไปไกลกว่าที่เคยยอมรับกันมาอย่างมาก

การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารไซแอนซ์ (Science) ซึ่งมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยและสถาบันโบราณคดีในจีน ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในลอนดอนร่วมด้วย ระบุว่ามนุษย์อวิ๋นเซี่ยน 2 เป็นต้นตระกูล “โฮโมหลงจี” (Homo longi) หรือ “มนุษย์มังกร” และบ่งชี้ว่าการแตกแขนงของสายพันธุ์มนุษย์ยุคแรกเริ่มเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดไว้ โดยกะโหลกมนุษย์ดังกล่าวถูกค้นพบในปี 1990 ถูกบดอัดระหว่างกระบวนการกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับการวิเคราะห์โดยละเอียด

เดิมทีนักวิทยาศาสตร์จัดให้ฟอสซิลกะโหลกนี้อยู่ในกลุ่มโฮโม อีเร็กตัส (Homo erectus) มนุษย์โบราณที่เดินตัวตรงเต็มที่ และอาศัยอยู่เมื่อราว 1.9 ล้าน ถึง 1.1 แสนปีก่อน แต่ทีมนักวิจัยจากสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลังและบรรพมานุษยวิทยา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ได้จัดหมวดหมู่ใหม่ให้ฟอสซิลนี้หลังจากการสร้างแบบจำลองดิจิทัลอย่างละเอียด

ทีมนักวิจัยใช้เครื่องซีทีความละเอียดสูงและการสแกนสามมิติเพื่อระบุรอยแตก สารแร่ธาตุที่เข้าไปในฟอสซิล และชิ้นกระดูกสภาพดี โดยหลังจากวิเคราะห์ลักษณะทางกายวิภาคและจุดวัดรูปร่างกะโหลกนับร้อยจุด พวกเขาประกอบชิ้นส่วนกระดูกกลับเข้าด้วยกันในรูปแบบเสมือนจริงโดยใช้วิธีสร้างใหม่ทางดิจิทัล พร้อมทดสอบความแม่นยำของโมเดลด้วยการจำลองกว่า 10,000 ครั้ง เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์

กะโหลกศีรษะที่สร้างขึ้นใหม่นี้แสดงถึงการผสมผสานระหว่างลักษณะดั้งเดิมและลักษณะที่สืบทอดมา เช่น หน้าผากแบนราบและใบหน้ายื่นออกมาคล้ายกับโฮโม อีเร็กตัส หรือโฮโม ไฮเดลเบอร์เกนซิส (Homo heidelbergensis) ที่อาศัยอยู่ในแอฟริกาและยุโรปเมื่อราว 7-2 แสนปีก่อน แต่ขณะเดียวกันยังมีโหนกแก้มที่แบนกว่า ด้านหลังกะโหลกศีรษะที่กว้างกว่า และขนาดสมองที่ใหญ่กว่าอยู่ที่กว่า 1,100 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้สอดคล้องกับฟอสซิลโฮโม หลงจี และมนุษย์ยุคไพลสโตซีน (Pleistocene) ช่วงยุคกลางถึงปลาย (ราว 125,000-11,700 ปีก่อน)

ทั้งนี้ เมื่อใช้อวิ๋นเซี่ยน 2 เป็นจุดอ้างอิง นักวิจัยได้สร้างแผนผังสายวิวัฒนาการของมนุษย์โฮโมขึ้นใหม่ และได้ข้อสรุปว่าการแตกแขนงของมนุษย์ยุคแรกเกิดขึ้นเร็วกว่าที่หลักฐานฟอสซิลก่อนหน้าระบุไว้มาก

การศึกษาพบว่าอวิ๋นเซี่ยน 2 ไม่ใช่โฮโม อีเร็กตัส แต่เป็นสมาชิกยุคแรกของกลุ่มโฮโม หลงจี ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าอาจรวมถึงมนุษย์เดนิโซวาน (Denisovans) มนุษย์โบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งเคยอาศัยในเอเชียราว 4 แสน ถึง 30,000 ปีก่อน

หนีสี่จวิน หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่าผลการวิจัยชี้ว่าเมื่อ 1 ล้านปีก่อน บรรพบุรุษมนุษย์ของเราได้แตกสายวิวัฒนาการออกเป็นกลุ่มต่างๆ ซึ่งนำสู่ประวัติวิวัฒนาการที่สลับซับซ้อนกว่าที่เคยเชื่อกัน โดยในแผนผังสายวิวัฒนาการของมนุษย์โฮโม ฟอสซิลมนุษย์ยุคไพลสโตซีนตอนกลางส่วนใหญ่ในเอเชียถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มโฮโม หลงจี และมีบรรพบุรุษร่วมล่าสุดกับมนุษย์ยุคใหม่

หนีระบุว่างานวิจัยนี้ช่วยเปิดม่านปริศนาของวิวัฒนาการมนุษย์ระหว่าง 1 ล้านถึง 3 แสนปีก่อน และสะท้อนว่ายังมีเรื่องราวอีกมากที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับต้นกำเนิดของมนุษยชาติ

(แฟ้มภาพซินหัว : รูปปั้นกะโหลกมนุษย์ฟอสซิลที่ได้รับการบูรณะใหม่ ซึ่งมีอายุย้อนกลับไปหนึ่งล้านปีก่อน ที่พิพิธภัณฑ์มณฑลหูเป่ยในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน วันที่ 26 ธ.ค. 2024)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...