“ผลผลิตอุตสาหกรรมยูโรโซน” เดือน มิ.ย.ร่วงเกินคาด สะท้อนแรงกดดันเศรษฐกิจแม้ GDP ยังทรงตัว
"ผลผลิตอุตสาหกรรมยูโรโซน" เดือนมิถุนายนลดลง 1.3% มากกว่าที่คาดจากแรงกดดันในเยอรมนีและการผลิตสินค้าบริโภคซบเซา ขณะ GDP ไตรมาสสองยังขยาย 0.1%
วันที่ 14 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโซนลดลงมากกว่าที่คาดในเดือนมิถุนายน แม้การเติบโตโดยรวมของเศรษฐกิจจะทรงตัวในไตรมาสสอง ท้าทายมุมมองที่ว่าสหภาพเงินตราสกุลยูโร 20 ประเทศยังคงมีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากสงครามการค้าทั่วโลก
ข้อมูลจาก Eurostat เมื่อวันพฤหัสบดีระบุว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายนลดลง 1.3% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.0% โดยปัจจัยหลักมาจากการหดตัวครั้งใหญ่ในเยอรมนีและการผลิตสินค้าบริโภคที่ซบเซา
นอกจากนี้ Eurostat ยังได้ปรับลดตัวเลขประมาณการการเติบโตของผลผลิตในเดือนพฤษภาคมเหลือ 1.1% จากเดิม 1.7% บ่งชี้ว่าทิศทางพื้นฐานของภาคอุตสาหกรรมอ่อนแอกว่าที่คาดไว้
ในขณะเดียวกัน GDP ไตรมาสสองขยายตัว 0.1% จากไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับประมาณการเบื้องต้น และการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ตามที่นักวิเคราะห์ในโพลของ Reuters คาด แต่ต่ำกว่า 0.2% ในช่วงสามเดือนก่อนหน้า
ก่อนหน้านี้ ชุดข้อมูลที่ค่อนข้างสดใสจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ไปจนถึงดัชนีความเชื่อมั่นของคณะกรรมาธิการยุโรป ได้หนุนกระแสความเชื่อว่าการบริโภคช่วยให้เศรษฐกิจยูโรโซนต้านทานแรงกดดันจากความตึงเครียดทางการค้าได้ แต่ตัวเลขล่าสุด เช่น คำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมและดัชนีความเชื่อมั่นสำคัญของเยอรมนี กลับทำให้มุมมองนี้ถูกตั้งคำถาม
อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังคงคาดหวังการฟื้นตัวเล็กน้อย โดยเชื่อว่าข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ล่าสุดจะช่วยสร้างความชัดเจนที่จำเป็น ขณะเดียวกันแผนการของเยอรมนีที่จะเพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมากก็จะช่วยสนับสนุนการเติบโต
ด้วยเหตุนี้นักลงทุนการเงินมองว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจหยุดการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และผู้กำหนดนโยบายจะเพิกเฉยต่อการลดลงชั่วคราวของเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมาย 2% เนื่องจากแรงกดดันด้านราคาในระยะกลางเริ่มสะสมแล้ว
อย่างไรก็ตาม การเติบโตมีแนวโน้มไม่เร่งตัวขึ้น โดยยูโรโซนอาจขยายตัวเพียงประมาณ 1% ต่อปีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งต่ำกว่าประเทศเศรษฐกิจใหญ่รายอื่น เนื่องจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง
เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัว 1.4% ในไตรมาสสอง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้แรงหนุนจากการเร่งสั่งซื้อก่อนที่ภาษีของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ แต่คาดว่าตัวเลขนี้จะชะลอลงอย่างต่อเนื่องก่อนจะกลับมาฟื้นตัวในปี 2569
การหดตัวของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมรายเดือนมาจากการลดลง 2.3% ในเยอรมนี และการร่วงลงถึง 11.3% ในไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สร้างความกังวลมากนัก เนื่องจากข้อมูลของไอร์แลนด์มักผันผวนสูงจากกิจกรรมของบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเภสัชกรรมที่ตั้งฐานที่นั่นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษี
ข้อมูลอุตสาหกรรมยังชี้ว่ายกเว้นการผลิตพลังงานแล้ว ทุกภาคส่วนต่างหดตัวในเดือนที่ผ่านมา นำโดยการลดลง 4.7% ของการผลิตสินค้าบริโภคไม่คงทน และการลดลง 2.2% ของการผลิตสินค้าทุน
อ้างอิง : reuters.com