โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ผลผลิตอุตสาหกรรมยูโรโซน” เดือน มิ.ย.ร่วงเกินคาด สะท้อนแรงกดดันเศรษฐกิจแม้ GDP ยังทรงตัว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 09.59 น.

"ผลผลิตอุตสาหกรรมยูโรโซน" เดือนมิถุนายนลดลง 1.3% มากกว่าที่คาดจากแรงกดดันในเยอรมนีและการผลิตสินค้าบริโภคซบเซา ขณะ GDP ไตรมาสสองยังขยาย 0.1%

วันที่ 14 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโซนลดลงมากกว่าที่คาดในเดือนมิถุนายน แม้การเติบโตโดยรวมของเศรษฐกิจจะทรงตัวในไตรมาสสอง ท้าทายมุมมองที่ว่าสหภาพเงินตราสกุลยูโร 20 ประเทศยังคงมีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากสงครามการค้าทั่วโลก

ข้อมูลจาก Eurostat เมื่อวันพฤหัสบดีระบุว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายนลดลง 1.3% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.0% โดยปัจจัยหลักมาจากการหดตัวครั้งใหญ่ในเยอรมนีและการผลิตสินค้าบริโภคที่ซบเซา

นอกจากนี้ Eurostat ยังได้ปรับลดตัวเลขประมาณการการเติบโตของผลผลิตในเดือนพฤษภาคมเหลือ 1.1% จากเดิม 1.7% บ่งชี้ว่าทิศทางพื้นฐานของภาคอุตสาหกรรมอ่อนแอกว่าที่คาดไว้

ในขณะเดียวกัน GDP ไตรมาสสองขยายตัว 0.1% จากไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับประมาณการเบื้องต้น และการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ตามที่นักวิเคราะห์ในโพลของ Reuters คาด แต่ต่ำกว่า 0.2% ในช่วงสามเดือนก่อนหน้า

ก่อนหน้านี้ ชุดข้อมูลที่ค่อนข้างสดใสจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ไปจนถึงดัชนีความเชื่อมั่นของคณะกรรมาธิการยุโรป ได้หนุนกระแสความเชื่อว่าการบริโภคช่วยให้เศรษฐกิจยูโรโซนต้านทานแรงกดดันจากความตึงเครียดทางการค้าได้ แต่ตัวเลขล่าสุด เช่น คำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมและดัชนีความเชื่อมั่นสำคัญของเยอรมนี กลับทำให้มุมมองนี้ถูกตั้งคำถาม

อย่างไรก็ดีนักลงทุนยังคงคาดหวังการฟื้นตัวเล็กน้อย โดยเชื่อว่าข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ล่าสุดจะช่วยสร้างความชัดเจนที่จำเป็น ขณะเดียวกันแผนการของเยอรมนีที่จะเพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมากก็จะช่วยสนับสนุนการเติบโต

ด้วยเหตุนี้นักลงทุนการเงินมองว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจหยุดการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และผู้กำหนดนโยบายจะเพิกเฉยต่อการลดลงชั่วคราวของเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมาย 2% เนื่องจากแรงกดดันด้านราคาในระยะกลางเริ่มสะสมแล้ว

อย่างไรก็ตาม การเติบโตมีแนวโน้มไม่เร่งตัวขึ้น โดยยูโรโซนอาจขยายตัวเพียงประมาณ 1% ต่อปีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งต่ำกว่าประเทศเศรษฐกิจใหญ่รายอื่น เนื่องจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง

เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัว 1.4% ในไตรมาสสอง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้แรงหนุนจากการเร่งสั่งซื้อก่อนที่ภาษีของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ แต่คาดว่าตัวเลขนี้จะชะลอลงอย่างต่อเนื่องก่อนจะกลับมาฟื้นตัวในปี 2569

การหดตัวของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมรายเดือนมาจากการลดลง 2.3% ในเยอรมนี และการร่วงลงถึง 11.3% ในไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สร้างความกังวลมากนัก เนื่องจากข้อมูลของไอร์แลนด์มักผันผวนสูงจากกิจกรรมของบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเภสัชกรรมที่ตั้งฐานที่นั่นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษี

ข้อมูลอุตสาหกรรมยังชี้ว่ายกเว้นการผลิตพลังงานแล้ว ทุกภาคส่วนต่างหดตัวในเดือนที่ผ่านมา นำโดยการลดลง 4.7% ของการผลิตสินค้าบริโภคไม่คงทน และการลดลง 2.2% ของการผลิตสินค้าทุน

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจยุโรป ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...