โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จี้ กกต.เรียก สส.ปชน.ให้ข้อมูล ปมซื้อตัวงูเห่า โทษหนักลามยุบพรรค

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 21.26 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2568 เวลา 04.13 น.

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อขอให้สืบสวนและไต่สวนกรณีมีคลิปเสียงสาวปริศนาเจรจาการซื้อเสียงโหวตจาก สส.ว่อนอินเทอร์เน็ต อันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เป็นพฤติการณ์ของการทำลายระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรงและจะทำลายระบบพรรคการเมืองโดยสิ้นเชิง หาก กกต.นิ่งเฉยไม่สามารถหยุดยั้งกระบวนการนี้ได้

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการที่รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาเปิดเผยเรื่องการซื้อโหวต สส.พรรคประชาชน เพื่อให้ลงมติผ่านร่างกฎหมายของรัฐบาล และต่อมามี สส.ขอนแก่น พรรคประชาชน ออกมาโพสต์ข้อความยอมรับว่ามีการขอซื้อโหวตจริง เป็นเงินสด 10 กิโลกรัม แลกกับการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ซึ่งกำลังจะมีการโหวตวาระ 2 และวาระ 3 ในสัปดาห์หน้านี้แล้ว รวมทั้งการโหวตร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือ กฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ในอนาคต

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าว น่าจะทำกันอย่างเป็นกระบวนการ ซึ่งหาก กกต.จะดำเนินการการสืบสวนหรือไต่สวนตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย สามารถทำได้อย่างง่าย เพียงเรียก สส.พรรคประชาชน ที่ออกมาเปิดเผยตัวและยอมรับว่าได้สนทนาทางโทรศัพท์กับสาวปริศนานั้นมาสอบสวนหาความจริง โดยเช็คเบอร์โทรศัพท์ต้นเสียงปลายทางจากระบบเครือข่ายเจ้าของค่ายมือถือ ก็จะรู้ความจริงได้ว่าเป็นใคร และมีสายสัมพันธ์กับนักการเมืองใหญ่คนใด พรรคการเมืองใด โทรไปคุยรับงานสั่งจากใครบ้าง

เพราะการบันทึกสายโทรเข้า-โทรออกของเบอร์โทรของสาวปริศนาจะสามารถระบุเป็นหลักฐานได้ทั้งหมด ซึ่ง กกต.มีฝ่ายสืบสวนสอบสวนอยู่ล้นสำนักงาน การสอบหาความจริงง่ายๆ เช่นนี้ไม่น่าจะเกินความสามารถ ถ้าตั้งใจจะเอาผิดกระบวนการทำลายประชาธิปไตยเยี่ยงนี้อย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการ เมือง 2560 มีอย่างน้อย 2 มาตรา บัญญัติโทษเกี่ยวกับการซื้อตัว สส.เอาไว้ คือ มาตรา 30 ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม เพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใด สมัครเข้าเป็นสมาชิก ทั้งนี้ เว้นแต่สิทธิหรือประโยชน์ซึ่งบุคคลจะพึงได้รับในฐานะสมาชิก และมาตรา 31 ห้ามมิให้ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากพรรค การเมืองหรือจากผู้ใดเพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิก โดยมีบทลงโทษตามมาตรา 109 ระบุว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 30 หรือ 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี

"การกระทำดังกล่าวหากผู้สั่งการมาจากคนของพรรคการเมืองก็อาจถูกสั่งยุบพรรคได้ ตามมาตรา 92 พ.ร.บ.พรรคการเมืองฯ ระบุไว้ชัดเจนว่า เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมือง คือ กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 30 ซึ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น นั่นหมายความว่าหาก กกต.สามารถสืบสวนสอบสวนหาหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ชัดว่ามีการใช้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดในการ "ซื้อตัวหรือซื้อโหวต" สส.กันจริง ทั้ง "ผู้ให้" และ "ผู้รับ" จะต้องมีความผิดตามมาตรา 30 และ 31 โดยโทษสูงสุดคือติดคุก ส่วนโทษทางการเมืองคือพรรคที่ซื้อตัวอาจถูกยุบได้ด้วย" นายศรีสุวรรณ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...