ก.ล.ต.ผนึกบช.สอท. ตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องสงสัยรับแลกเหรียญ Worldcoin เข้าข่ายธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเถื่อน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เข้าตรวจสอบการให้บริการรับแลกเหรียญ Worldcoin (WLD) ณ จุดสแกนม่านตา พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันความเสี่ยงของผู้ใช้บริการจากการถูกหลอกลวงและความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ก.ล.ต. ร่วมกับ บช.สอท.หรือ “ตำรวจไซเบอร์” แถลงปฏิบัติการเชิงรุก 2 คดีสำคัญ ได้แก่ (1) ตรวจค้น 109 จุดทั่วประเทศ ปราบปรามกลุ่ม ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลเถื่อน ที่ตั้งโต๊ะรับซื้อ–รับแลก เหรียญเวิลด์คอยน์ (Worldcoin) จากประชาชนที่ไปสแกนม่านตา และ (2) บุกตรวจ บริษัทนิติบุคคล 6 แห่ง ที่เชื่อมโยงเครือข่าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินรวม กว่า 34 ล้านบาท
ก.ล.ต. ร่วมกับ บช.สอท. เข้าตรวจสอบการให้บริการรับแลกเหรียญ Worldcoin (WLD) ณ จุดสแกนม่านตา พบผู้ให้บริการรับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โดยไม่ได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจตามมาตรา 26 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดฉบับเดียวกัน1 โดยพนักงานสอบสวนได้จับกุมผู้ต้องสงสัยในการกระทำความผิด ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
พล.ต.ต.วิวัตน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชาการ บช.สอท. ระบุว่า คดีเวิลด์คอยน์เกิดจากข้อสงสัยและการสอบถามของหลายหน่วยงานและท้องที่ต่อกระแส “สแกนม่านตาแลกเหรียญ” ตำรวจไซเบอร์จึงได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ตรวจสอบร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) พร้อมทั้งเปิดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายทั่วประเทศ
“วันนี้เราได้เปิดปฏิบัติการและมีผลการจับกุมในข้อหาประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2561 โดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวนหลาย ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการกับ ผู้ตั้งโต๊ะรับซื้อเหรียญโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 66 แห่งกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 โทษจำคุก 2–5 ปี ปรับ 200,000–500,000 บาท และปรับรายวันไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืน” พล.ต.ต.วิวัตน์ กล่าว
นางสาวจอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับ บช.สอท. ภายหลังการเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องสงสัยกรณีดังกล่าวในวันเดียวกัน ว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินคดีให้มีประสิทธิภาพต่อการป้องกันและปราบปรามผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต และเป็นการปกป้องผู้ใช้บริการจากการไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และป้องกันความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน”
นางสาวจอมขวัญว่า การแจกเหรียญโดยผู้ประกอบการ ยังไม่ใช่การเสนอขาย แต่ การตั้งโต๊ะรับซื้อ–รับแลกนอกศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต ถือเป็น “ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่ง ก.ล.ต. จะดำเนินการตามกฎหมาย
ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้แจ้งเตือนประชาชนระมัดระวังการกระทำที่อาจเข้าข่ายประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต และระมัดระวังการแลกเหรียญ WLD กับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งได้ติดตามการดำเนินการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยกำชับให้ปฏิบัติตามเกณฑ์เกี่ยวกับการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาให้บริการและการส่งเสริมการขาย โดยจะต้องไม่กระทำผิดกฎหมายและต้องไม่กระทำหรือสนับสนุนการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากพบว่ามีการฝ่าฝืน ก.ล.ต. จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อไป2
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ขอเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th หรือทางแอปพลิเคชัน “SEC Check First” และสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ที่ investor alert ลิงก์ https://market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlerthttps://market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlert
ทั้งนี้ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัยโปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจ “สำนักงาน กลต.” หรือ SEC Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต.
กลไกแลกเหรียญ–พฤติกรรมเสี่ยง
จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบรูปแบบการดำเนินการคือ ตั้งจุดติดตั้งอุปกรณ์สแกนม่านตา (Orb) ภายใต้ระบบสแกน Iris (ระบบยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริกซ์ที่ใช้รูปแบบเฉพาะตัวของม่านตา (iris) เพื่อตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคล) เชิญชวนให้ประชาชนติดตั้ง แอป World App เมื่อสแกนแล้วจะได้รับโทเคนเข้าบัญชีดิจิทัล ก่อนมี “ดีลเลอร์เถื่อน” ติดต่อรับซื้อเป็นเงินสด โดยหักส่วนต่าง 7–8% ตำรวจได้ทำ ล่อซื้อ ยืนยันพฤติกรรมผิดกฎหมาย และยึดพยานหลักฐานการสนทนากับผู้ที่อ้างเป็นพนักงานของบริษัท ซึ่งบางส่วนได้รับ ค่าหัวแนะนำรายคน
ตำรวจยังเปิดเผยว่าเคยพบราคาซื้อขายเหรียญในแอปอยู่ราว 29–30 บาท/เหรียญ และมีช่วงที่แตะ 64 บาท/เหรียญ ขณะที่บางช่วงผู้ที่สแกนม่านตา เคยได้รับ 50 เหรียญ ตอนหลังใช้เป็น Period Cooling ก็หมายความว่า เมื่อมีการสแกนม่านตาจะได้รับโทเคนภายใน 24 ชั่วโมง
เหรียญ Worldcoin ซึ่งเป็นเหรียญโทเคนมีสมาชิกอยู่แล้วประมาณ 37 ล้านกว่าคนทั่วโลก
ประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล–ความเสี่ยงในอนาคต
ตำรวจไซเบอร์ย้ำว่า การสแกนม่านตาเองยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ PDPC ประเด็นหลักคือการเก็บ–ใช้ข้อมูลชีวมิติ และความเสี่ยงเชิงระบบหากข้อมูลรั่วไหลในอนาคต โดยบางประเทศ ประกาศระงับ/ชะลอ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเวิลด์คอยน์ไว้ก่อน (เช่น ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สเปน บราซิล อินเดีย เป็นต้น) ทั้งนี้ ฝ่ายสืบสวนได้ ออกหมายเรียกพนักงาน ของบริษัทเวิลด์คอยน์ บางรายมาให้ปากคำในฐานะ พยาน เพื่อขยายผลเส้นทางการรับซื้อ–แลกเหรียญ
“วันนี้ ยังไม่พบผู้เสียหายจากการสแกนโดยตรง แต่การ ตั้งโต๊ะรับซื้อแลกเหรียญเป็นเงินสด คือความผิดที่ดำเนินคดีได้ทันที ส่วนสถานะทางกฎหมายของการสแกน PDPC กำลังพิจารณา” ฝ่ายปฏิบัติการตำรวจไซเบอร์ระบุ
คดีที่ 2: เปิดโปง “นิติบุคคลม้า” โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ในคดีที่ 2 บช.สอท. ตรวจค้น นิติบุคคล 6 แห่ง ซึ่ง แจ้งจดทะเบียนไม่ตรงการประกอบการจริง และเชื่อมโยงกับคดีหลอกโอนเงิน 34 ล้านบาท เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่าง พิสูจน์ทราบ–รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงใช้มาตรการ อายัด–ยึดทรัพย์ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หมายเหตุ
1.มาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 – 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 – 500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
2.ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 211/2568 เรื่อง “ก.ล.ต. เตือนประชาชนระมัดระวังการกระทำที่อาจเข้าข่ายประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต” เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568
ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 257/2568 เรื่อง “ก.ล.ต. เตือนประชาชนระมัดระวังการแลกเหรียญ WLD กับผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งย้ำให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องปฏิบัติตามเกณฑ์การนำสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการ” เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568