โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ขับรถย้อนศร! ผิดแค่ไหน แต่ทำไมคนไทยยังฝืนทำ!

sanook.com

เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 06.34 น. • Sanook
ทุกวันนี้บางคนคุ้นชิ้นกับการขับรถย้อนศร เพราะต้องการความสะดวกและระยะทางสั้นๆ เป็นความมักง่ายที่อันตราย รอบนี้ Sanook Auto มาหาคำตอบกันว่า ขับรถย้อนศรมีอะไรผิดที่นอกเหนือจากกฎหมาย

ทุกวันนี้หากคุณขับรถไปที่ต่างๆ รวมถึงถนนใหญ่ๆ มักจะเห็นคันมักง่าย "การขับรถย้อนศร" โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่มักจะใช้ความคล่องตัวฉวยโอกาสในระยะทางสั้นๆ เพื่อแลกกับความสะดวกสบาย โดยไม่ทันคิดว่าความมักง่ายเพียงเสี้ยววินาทีน อาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุร้ายแรงที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล ซึ่งรอบนยี้ Sanook Auto พาคุณมาดูว่า ถ้าขับรถย้อนศร ผิดอะไร และถ้าเกิดเหตุอะไรประกันจะจ่ายใหม่หรือไม่

000000284547_2dbbf12d_990d_4b

“ย้อนศร” ผิดกฎหมายข้อไหน? โทษหนักแค่ไหน?

หลายคนอาจคิดว่าการขับรถย้อนศรเป็นเพียงความผิดเล็กน้อย แต่ในทางกฎหมายถือเป็นความผิดร้ายแรงและมีบทลงโทษชัดเจนตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522

  • ความผิดพื้นฐาน: การขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามทิศทางที่กำหนด หรือฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร (ลูกศรบนพื้นถนน, ป้ายบังคับ) มีโทษ ปรับไม่เกิน 500 บาท (ตามมาตรา 21, 22 ประกอบมาตรา 152)
  • ความผิดฐานขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย: หากการย้อนศรนั้นมีลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น จะเข้าข่ายความผิดฐาน "ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น" ซึ่งมีโทษหนักขึ้น คือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 ถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ตามมาตรา 43 (8))
  • หากเกิดอุบัติเหตุ: โทษจะหนักขึ้นอีกหลายเท่า หากการขับรถย้อนศรของคุณเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญาในข้อหา "ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส" หรือ "ถึงแก่ความตาย" ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ และอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้

และสำคัญสุดๆ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+) อาจไม่คุ้มครอง ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการขับรถย้อนศร เนื่องจากถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง

ทำไมคนไทยถึงชอบ "ย้อนศร"?

เห็นเรื่องของกฎหมายที่ต้องรู้วว่าผิดแล้วโดนอะไร แต่แม้จะรู้ว่าอันตรายและผิดกฎหมาย แต่พฤติกรรมนี้ก็ยังไม่หมดไปเสียที สาเหตุหลักๆ มีดังนี้

  • ความสะดวกสบายมักง่าย: เหตุผลยอดฮิตที่สุดคือ "ประหยัดเวลา" และ "ความขี้เกียจ" ที่จะไปกลับรถในจุดที่ถูกต้อง ซึ่งอาจอยู่ไกลออกไปหลายร้อยเมตรหรือหลายกิโลเมตร การย้อนศรในระยะทางสั้นๆ จึงกลายเป็นทางลัดที่ยอมเสี่ยง
  • พฤติกรรมเลียนแบบ: เมื่อเห็นคนอื่นทำกันจนเป็นเรื่องปกติในพื้นที่นั้นๆ ก็จะเกิดความคิดที่ว่า "ใครๆ ก็ทำกัน" ทำให้ความรู้สึกผิดหรือความตระหนักถึงอันตรายลดน้อยลง
  • โครงสร้างถนนไม่เอื้ออำนวย: ในบางพื้นที่ จุดกลับรถอาจอยู่ไกลเกินความจำเป็น หรือมีลักษณะทางกายภาพที่ไม่สะดวก ทำให้ผู้ขับขี่เลือกที่จะเสี่ยงย้อนศรแทน
  • การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มงวด: การไม่ถูกจับหรือถูกลงโทษอย่างจริงจัง ทำให้ผู้กระทำผิดขาดความเกรงกลัว และยังคงทำพฤติกรรมเดิมๆ ต่อไป
  • เฉพาะกรณีมอเตอร์ไซค์: ด้วยขนาดที่เล็กและคล่องตัวสูง ทำให้ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รู้สึกว่าสามารถหลบหลีกได้ง่าย และใช้พื้นที่ริมขอบทางย้อนศรได้โดยไม่กีดขวางการจราจรหลัก (ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดและอันตรายมาก) ประกอบกับอาชีพที่ต้องทำเวลา เช่น พนักงานส่งของ-ส่งอาหาร ยิ่งเป็นแรงกดดันให้เลือกทางลัดที่เสี่ยงอันตราย

อันตรายที่มากกว่าแค่การ "โดนปรับ"

การขับรถย้อนศรคือการสร้างจุดบอดมรณะบนท้องถนน เพราะผู้ขับขี่ที่มาในทิศทางปกติ ไม่มีทางคาดคิด ว่าจะมีรถสวนเลนมาในช่องทางของตนเอง ซึ่งนำไปสู่อุบัติเหตุได้เช่น

  • อุบัติเหตุชนประสานงา: เป็นรูปแบบอุบัติเหตุที่รุนแรงที่สุด มีโอกาสเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสสูงมาก
  • อุบัติเหตุซ้ำซ้อน: รถที่พยายามหักหลบรถย้อนศร อาจเสียหลักไปชนกับรถคันอื่นหรือสิ่งกีดขวางข้างทาง ก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่อเนื่อง
  • อันตรายต่อคนเดินเท้า: รถย้อนศรมักวิ่งชิดขอบทาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คนเดินเท้าหรือรถจักรยานใช้งาน ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเฉี่ยวชน

ท้ายที่สุดแล้ว การขับรถย้อนศร ถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและมารยาทบนท้องถนน และอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่าเลยกับความเสี่ยงที่จะต้องแลกมาด้วยชีวิต ทรัพย์สิน หรือการทำให้ผู้อื่นต้องเดือดร้อน ดังนั้นแล้ว อย่ามักง่าย แค่ขับรถแค่นี้ ควรขับรถให้ถูกกฎจราจร สะท้อนวินัยของชาติด้วยนะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...