โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดีพร้อม กระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับวงการเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย สร้างอนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ “4 ให้ 1 ปฏิรูป” ใช้นวัตกรรมพลิกโฉมธุรกิจ

Manager Online

เผยแพร่ 01 ก.ย 2568 เวลา 11.43 น. • MGR Online

ดีพร้อม (DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับวงการเกษตรไทยด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย สร้างอนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ “4 ให้ 1 ปฏิรูป” ใช้นวัตกรรมพลิกโฉมธุรกิจ 40 กิจการเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดต้นทุนได้ถึง 528,900 บาทต่อปีและเพิ่มรายได้รวมทั้งสิ้น 25,978,520 บาทต่อปี ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้อย่างมหาศาล ชี้เป็นผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ถึงความสำเร็จของนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้”

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.68 นายบูรณะศักดิ์ มาดหมาย ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผนเกษตรอุตสาหกรรม กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมหรือดีพร้อม(DIPROM) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมหรือดีพร้อม ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายในปีงบประมาณ 2568 ตามแนวทาง “ปฏิรูปอุตสาหกรรม สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” ภายใต้กลยุทธ์ “4 ให้ และ 1 ปฏิรูป” โดย 4 ให้ ได้แก่ 1.ให้ทักษะใหม่ ผ่าน Upskill, Reskill และ New Skill 2.ให้เครื่องมือที่ทันสมัย ครอบคลุมมาตรฐาน ผลิตภาพ วิจัย นวัตกรรม และเครือข่าย 3.ให้โอกาสในการเติบโต เข้าถึงแหล่งทุน การเชื่อมโยงซัพพลายเชน และตลาดทั้งใน-ต่างประเทศและ 4.ให้ความยั่งยืน ผลักดันแนวคิด BCG และอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ เพื่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ขณะเดียวกัน ดีพร้อมยังเร่งปฏิรูปองค์กรและบุคลากร โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับการบริการ พัฒนาองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญบุคลากร รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่

นายบูรณะศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในปี 2568 นี้ กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ใช้นวัตกรรมพลิกโฉมวงการเกษตรไทยโดยดำเนินกิจกรรมพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ Smart farm ภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรม โดยมีการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาใช้เพื่อยกระดับธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมของไทยสู่การเป็นผู้นำในตลาดโลก กิจกรรมนี้ได้มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น IoT, AI, Automation Systems, และ Big Data Analytics เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจเกษตร โดยกิจกรรมนี้ไม่ได้แค่เปลี่ยนแปลงการเกษตรแบบเดิมๆ แต่เป็นการยกระดับเกษตรไทยสู่การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยให้ธุรกิจเกษตรทั้งขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชน/OTOP สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงในทุกมิติ

“การดำเนินการของกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มีสถานประกอบการ กว่า 40 กิจการในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และสมุทรปราการ ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่เน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตและบริหารจัดการ ตั้งแต่การวินิจฉัยศักยภาพธุรกิจจนถึงการให้คำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ โดยผลลัพธ์ที่ได้ไม่เพียงแค่ลดต้นทุนหรือเพิ่มผลผลิตเท่านั้น แต่ยังสร้างมูลค่าใหม่ในธุรกิจเกษตรไทยอย่าง ยั่งยืนและแข่งขันได้ในตลาดโลก โดย 4 กิจการเด่นที่สร้างแรงบันดาลใจและสร้าง Success Cases ที่ได้รับการยกย่องเป็นต้นแบบของความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ได้แก่ ไร่ภูนวพันธุ์ วิสาหกิจชุมชนบ้านซับมะกรูด วิสาหกิจชุมชนเหรียญเจริญสวนสมุนไพรเกษตรธรรมชาติ วิสาหกิจชุมชนภูริธาราพรรณ กิจการเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยี สามารถนำไปสู่ ความสำเร็จ ในการพัฒนาธุรกิจเกษตรและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรไทยได้อย่างชัดเจน” ผอ.กลุ่มนโยบายและแผนเกษตรอุตสาหกรรม ดีพร้อม กล่าวและว่า

จากการดำเนินกิจกรรมพบว่า 40 กิจการที่เข้าร่วม ผลลัพธ์ที่เห็นชัดคือเกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้อย่างมหาศาล โดยกิจกรรมนี้สามารถ ลดต้นทุน ได้ถึง 528,900 บาทต่อปี และเพิ่มรายได้ รวมทั้งสิ้น 25,978,520 บาทต่อปี ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ถึงความสำเร็จของกิจกรรมในการส่งเสริมการเกษตรอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

นายบูรณะศักดิ์ กล่าวด้วยว่า กิจกรรมพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ 2568 ไม่เพียงแต่พลิกโฉมธุรกิจเกษตรไทยให้สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาล แต่ยังยกระดับการผลิตไทยให้พร้อมสู่การแข่งขันในระดับสากลอย่างเต็มตัว ด้วยการเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจเกษตรสามารถรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนในภาคเกษตรอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง กิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การส่งเสริมเทคโนโลยีในเกษตรไทย แต่ยังเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและเป็นโมเดลที่โลกทั้งใบต้องจับตามอง ทั้งนี้ ติดตามความสำเร็จต่อเนื่องได้ที่เว็บไซต์: www.dip.go.th โทรศัพท์: 02-555-5555

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...