โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

[บทความ] ใช้สมาร์ตโฟนยังไงให้คุ้มที่สุด นาน ๆ เปลี่ยนที หรือ เปลี่ยนทุกปี ?

BT Beartai

อัพเดต 17 ก.ย 2568 เวลา 12.03 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2568 เวลา 09.50 น.
[บทความ] ใช้สมาร์ตโฟนยังไงให้คุ้มที่สุด นาน ๆ เปลี่ยนที หรือ เปลี่ยนทุกปี ?

ทุกครั้งที่มีการเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ iPhone ผู้ใช้หลายรายมักจะนำเครื่องเก่าไปขายหรือเอาไปเทิร์นเป็นจำนวนมาก เพื่อแลกมาซึ่งสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด สาวก iPhone ที่แท้จริงส่วนใหญ่ก็จะเปลี่ยนกันทุก ๆ ปีอยู่แล้ว หรือบางคนมีการย้ายจาก Android มาเป็น iPhone ก็มี แต่อาจจะด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องหรือย้ายค่าย ก็มาจากเหตุผลส่วนตัวของแต่ละคนทั้งนั้น

แต่วันนี้ BT beartai จะพาทุกคนไปเจาะลึกดูว่า แท้จริงแล้วคนใช้โทรศัพท์อย่างเรา ๆ ต้องใช้ยังไงมันถึงจะคุ้มที่สุด แล้วต้องใช้ไปนานแค่ไหน ถึงควรเปลี่ยนเครื่อง จะเปลี่ยนทุก ๆ ปี หรือ นาน ๆ เปลี่ยนทีดี

ใช้โทรศัพท์ยังไงให้คุ้ม นาน ๆ เปลี่ยนที หรือ เปลี่ยนทุกปี ?

เรามาตอบคำถามแรกกันดีกว่า ว่าใช้โทรศัพท์ยังไงให้คุ้ม แล้วควรเปลี่ยนโทรศัพท์ทุก ๆ กี่ปีดี ต้องบอกก่อนว่าความคุ้มหรือไม่คุ้มส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของความรู้สึก ย้อนกลับไปตอนเราทุกคนตัดสินใจซื้อ บางคนก็อยากได้เพราะด้วยสเปกของแต่ละรุ่น บางคนก็ตัดสินใจซื้อเพราะแบรนด์ รวมไปถึงเลิฟในดีไซน์หรือสีสันสะดุดตา หรืออาจจะเป็นปัจจัยเรื่องราคา

ทว่าด้วยโทรศัพท์ในสมัยนี้สเปกโหด ราคาดี แต่ยังเป็นแบรนด์ที่ไม่ถูกใจ ก็ทำให้คนไม่ตัดสินใจเลือกซื้อ แต่พอเจอแบรนด์ที่ถูกใจ สเปกโหด ก็มาพร้อมกับราคาที่เจ็บแสบเหลือเกิน เพราะฉะนั้นจึงทำให้ทุกคนเลือกที่จะลงทุนกับมัน

ความยากลำบาก อาจจะไม่ใช่แค่ตอนหาเงินและตัดสินใจซื้อ แต่เป็นตอนที่จะขายเพื่อซื้อเครื่องใหม่ เช่น iPhone 17 ที่กำลังจะวางขายวันที่ 19 กันยายนนี้ คนที่มี iPhone 16 อยู่ในมือก็เริ่มสั่น ๆ แล้ว และแน่นอนว่าตอนนั้นที่ซื้อบางคนอาจจะซื้อกับค่ายมือถือและมีสิทธิพิเศษพร้อมส่วนลดต่าง ๆ ทำให้ตอนไปเทิร์นกับ Apple ก็ยังคุ้มค่าอยู่

แต่บางคนเอาไปเทิร์นแล้วก็ยังรู้สึกเสียดายนิด ๆ เพราะอย่างเช่น iPhone 16 128 GB ถ้าเอาไปเทิร์นแม้จะเป็นเกรดดี ๆ หรือเรียกอีกอย่างว่าเกรด A และสุขภาพแบตฯ ยังไม่เสื่อม ก็ได้ราคาเพียงแค่ 13,000 บาท จากที่ซื้อมาราคา 29,900 บาท แค่ปีเดียวราคาหายไปตั้ง 16,900 บาท จึงทำให้บางคนคิดว่าไม่คุ้มเท่าไหร่นัก และตัดสินใจ ที่จะไม่ขายและค่อยเก็บเงินซื้อเครื่องใหม่ก็มี แต่ถ้ายังไม่เห็นภาพ BT beartai จะเปรียบให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้

1. เปลี่ยนโทรศัพท์ทุกปี

  • iPhone 16 128 GB ซื้อมา 29,900 บาท เทิร์นได้ 13,000 บาท (29,900 – 13,000 = 16,900 หาร 12) เราจะเสียค่าเสื่อมสภาพ 1,408.3 บาท/เดือน
  • ถ้าต้องการใช้ iPhone 17 ราคา 29,900 บาท ต้องเพิ่มเงินอีก 16,900 บาท

2. เปลี่ยนโทรศัพท์ทุก 2 ปี

  • iPhone 15 128 GB ซื้อมา 32,900 บาท เทิร์นได้ 11,000 บาท (32,900 – 11,000 = 21,900 หาร 24) เราจะเสียค่าเสื่อมสภาพ 912.5 บาท/เดือน
  • ถ้าต้องการใช้ iPhone 17 ราคา 29,900 บาท ต้องเพิ่มเงินอีก 18,900 บาท

3. เปลี่ยนโทรศัพท์ทุก 3 ปี

  • iPhone 14 128 GB ซื้อมา 32,900 บาท เทิร์นได้ 8,500 บาท (32,900 – 8,500 = 24,400 หาร 36) เราจะเสียค่าเสื่อมสภาพ 677.7 บาท/เดือน
  • ถ้าต้องการใช้ iPhone 17 ราคา 29,900 บาท ต้องเพิ่มเงินอีก 21,400 บาท

4. เปลี่ยนโทรศัพท์ทุก 4 ปี

  • iPhone 13 128 GB ซื้อมา 29,900 เทิร์นได้ 7,500 บาท (29,900 – 7,500 = 22,400 หาร 48) เราจะเสียค่าเสื่อมสภาพ 466.6 บาท/เดือน
  • ถ้าต้องการใช้ iPhone 17 ราคา 29,900 บาท ต้องเพิ่มเงินอีก 22,400 บาท

5. เปลี่ยนโทรศัพท์ทุก 5 ปี

  • iPhone 12 128 GB ซื้อมา 31,900 เทิร์นได้ 5,500 บาท (31,900 – 5,500 = 26,400 หาร 60) เราจะเสียค่าเสื่อมสภาพ 440 บาท/เดือน
  • ถ้าต้องการใช้ iPhone 17 ราคา 29,900 บาท ต้องเพิ่มเงินอีก 24,400 บาท

การเปลี่ยนโทรศัพท์ทุก ๆ ปีจะเห็นได้ว่า แม้ว่าเราจะเอาไปเทิร์นก็จะเสียค่าเสื่อมสภาพต่อเดือนเยอะที่สุด แต่สิ่งที่แลกมากับการเปลี่ยนเครื่องใหม่ทุกปี ก็คือจะได้ใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุดทุก ๆ ปี ไม่ว่าจะเป็นชิปเซต ดีไซน์ และอื่น ๆ

แล้วแบบนี้ควรจะเปลี่ยนโทรศัพท์ทุกกี่ปีดี ?

แม้จะสรุปไปข้างต้นควรเปลี่ยนโทรศัพท์ทุก ๆ กี่ปี ? แต่แท้จริงคำถามนี้ก็ค่อนข้างสรุปได้ยาก เพราะเนื่องจากการใช้งานแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนถนอมเครื่องมาก ทำตามคำแนะนำเบื้องต้นทุกอย่างเพื่อยืดอายุการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นไม่ทำให้เครื่องร้อนเกินไป, ไม่เล่นจนแบตฯ ต่ำกว่า 20% บ่อย ๆ แต่จริง ๆ แล้วอายุการใช้งานจริง อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น แบรนด์ รุ่น ยี่ห้อ สเปกเครื่อง และพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน

โดยทั่วไปแล้วเราควรพิจารณาเปลี่ยนเครื่องใหม่ทุก ๆ 3-5 ปี หรือเมื่อเริ่มเจอสัญญาณเหล่านี้

  • แบตเตอรี่เสื่อมเร็ว : จากที่เคยชาร์จเต็มใช้ได้ทั้งวัน ตอนนี้กลับต้องชาร์จบ่อยขึ้นผิดปกติ
  • เครื่องช้าและค้างบ่อย : ประสิทธิภาพการใช้งานลดลงอย่างเห็นได้ชัด เปิดแอปฯ ช้า หรือเล่นเกมแล้วกระตุกจนหงุดหงิด กดคลิกแล้วยังค้าง เป็นต้น
  • ไม่ได้รับการอัปเดต : โทรศัพท์รุ่นเก่าเกินไปจนไม่สามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่ ๆ ได้ ทำให้เสี่ยงต่อปัญหาด้านความปลอดภัย
  • รองรับแอปฯ ใหม่ไม่ได้ : แอปพลิเคชันหรือเกมใหม่ ๆ ที่ต้องใช้สเปกเครื่องสูง ๆ ไม่สามารถติดตั้งหรือใช้งานได้อีกต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว คำถามที่ว่า “ควรเปลี่ยนโทรศัพท์ทุกกี่ปีดี ?” อาจไม่มีคำตอบที่ถูกที่สุดสำหรับทุกคน เพราะมันขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และที่สำคัญคือ “ความคุ้มค่าในมุมมองส่วนตัว” เพราะคุ้มไม่คุ้มส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของความรู้สึก…อาจใช้ปัจจัยหรือเหตุผลอื่นในการประกอบการตัดสินใจ อย่างสถานะทางการเงิน หรือความจำเป็นเข้ามามีส่วนสำคัญในการตัดสินที่จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนมากกว่าความรู้สึก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...