โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SEC อนุมัติ Grayscale เปิดตัวกองทุนคริปโตหลายเหรียญ รวม XRP, SOL และ ADA

ทันหุ้น

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 03.53 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 03.53 น.

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ได้อนุมัติ กองทุนคริปโตหลายสินทรัพย์ของ Grayscale อย่างเป็นทางการ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโตในตลาดทุนสหรัฐ

Grayscale Digital Large Cap Fund ได้ไฟเขียว

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา Peter Mintzberg ซีอีโอของ Grayscale ประกาศผ่าน X (Twitter) ว่า SEC ได้ให้ไฟเขียวแก่กองทุน Grayscale Digital Large Cap Fund (GDLC) ซึ่งนับเป็น กองทุน Exchange-Traded Product (ETP) คริปโตแบบหลายสินทรัพย์กองแรกของตลาดสหรัฐ

GDLC จะมอบการเข้าถึงคริปโตชั้นนำ 5 เหรียญ ได้แก่

  • Bitcoin (BTC)
  • Ethereum (ETH)
  • XRP
  • Solana (SOL)
  • Cardano (ADA)

Mintzberg กล่าวขอบคุณ SEC ว่า “นี่คือการสร้างความชัดเจนทางกฎระเบียบที่อุตสาหกรรมคริปโตคู่ควร”

เบื้องหลังการอนุมัติ

ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม SEC เคยเลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับการแปลงกองทุน GDLC ที่ซื้อขายนอกตลาด (OTC) ให้กลายเป็น ETP ที่จดทะเบียนใน NYSE Arca เพื่อพิจารณาเพิ่มเติม แต่ในที่สุดก็ได้รับการอนุมัติ

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ Grayscale ระบุว่า GDLC มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 915 ล้านดอลลาร์ และมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหุ้น (NAV) ที่ 57.7 ดอลลาร์ต่อหุ้น

อัปเดตกฎเกณฑ์การจดทะเบียน ETF

การอนุมัติ GDLC ครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับความเคลื่อนไหวสำคัญของ SEC ที่ อนุมัติ “มาตรฐานการจดทะเบียนทั่วไป” (generic listing standards) สำหรับกองทุนคริปโต ETF ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและเร่งความเร็วในการอนุมัติ

Paul Atkins ประธาน SEC กล่าวว่า
“การอนุมัติครั้งนี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่นักลงทุน และกระตุ้นนวัตกรรมโดยการทำให้การจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ดิจิทัลง่ายขึ้นในตลาดทุนของอเมริกา”

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Eric Balchunas เสริมว่า “ครั้งก่อนที่มีการใช้มาตรฐานการจดทะเบียน ETF แบบทั่วไป การเปิดตัวกองทุน ETF พุ่งขึ้นถึง 3 เท่า” และคาดว่าใน 12 เดือนข้างหน้าอาจเห็น ETF คริปโตเปิดตัวมากกว่า 100 กองทุน

ความหมายต่ออุตสาหกรรมคริปโต

การอนุมัติ GDLC ของ Grayscale ถือเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำว่า ตลาดทุนสหรัฐกำลังก้าวสู่ความเปิดกว้างต่อสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่เพียงแต่ Bitcoin และ Ethereum แต่ยังรวมไปถึงเหรียญชั้นนำอื่น ๆ อย่าง XRP, Solana และ Cardano อีกด้วย

ด้วยกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและการอนุมัติที่รวดเร็วขึ้น ETF คริปโตอาจกลายเป็นสะพานสำคัญที่เชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมเข้ากับโลกคริปโต อย่างแท้จริง

อ้างอิง : theblock.co

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/sec-approves-grayscale-multi-crypto-fund-xrp-sol-ada

พาวเวล เผย FOMC แตกเป็นสองฝ่าย ครึ่งหนึ่งอยากลดดอกเพิ่ม อีกครึ่งอยากหยุดไว้แค่นี้

เจอโรม พาวเวล (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กล่าวเมื่อวันพุธว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดยังมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับแนวทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2025

การแถลงเกิดขึ้นหลังจากเฟดประกาศลดดอกเบี้ยลง 0.25% (25 basis points) ซึ่งนับเป็นการลดครั้งแรกของปี 2025 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อยู่ในกรอบใหม่ที่ 4% – 4.25%

FOMC ยังไม่ลงรอยเรื่องการลดดอกเบี้ย

พาวเวลเปิดเผยว่า จากสมาชิก FOMC ทั้งหมด 19 คน มี 10 คน ที่ประเมินว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 2 ครั้งขึ้นไปภายในปีนี้ ขณะที่อีก 9 คน มองว่าควรลดน้อยกว่านั้น หรือบางรายถึงขั้นมองว่า ไม่ควรลดเพิ่มเลย

เขาย้ำว่า ควรอ่าน Summary of Economic Projections (SEP) ซึ่งเป็นประมาณการเศรษฐกิจรายไตรมาสของเฟดในเชิง “ความน่าจะเป็น” มากกว่าความแน่นอน 100% โดย SEP ล่าสุดคาดว่า

  • อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3.6% สิ้นปี 2025
  • ลดลงไปที่ 3.4% สิ้นปี 2026
  • และอยู่ที่ 3.1% ภายในสิ้นปี 2027

ทำไมเฟดถึงลังเล?

ปัจจุบันเฟดต้องเผชิญกับโจทย์ยาก เนื่องจากตลาดแรงงานเริ่มอ่อนตัวลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง การตัดสินใจจึงต้องพยายามรักษา “สมดุล” ระหว่าง การจ้างงานสูงสุด และ เสถียรภาพราคา

โอกาสต่อสินทรัพย์เสี่ยงและคริปโต

แม้การลดดอกเบี้ยครั้งนี้อาจยังไม่ใช่ปัจจัยบวกโดยตรงทันที แต่หลายฝ่ายเชื่อว่า การผ่อนคลายนโยบายการเงินจะกระตุ้นให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น และคริปโต

Matt Mena นักกลยุทธ์ด้านคริปโตจาก 21Shares กล่าวว่า มีเงินกว่า 7.2-7.5 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ยังจอดนิ่งอยู่ในกองทุนตลาดเงิน (Money Market Funds) ซึ่งผลตอบแทนจะลดลงหลังการลดดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนมีแรงจูงใจโยกเงินกลับมาลงทุนในตลาดทุนและตลาดคริปโต

เขาเชื่อว่า Bitcoin มีโอกาสปรับตัวขึ้นแรงในไตรมาส 4 โดยคาดว่าอาจทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 124,000 ดอลลาร์ และมีนักลงทุนกว่า 62% บน Polymarket คาดว่า BTC จะขึ้นไปแตะ 130,000 ดอลลาร์ภายในปี 2025

แม้การประชุม FOMC ล่าสุดจะสะท้อนถึงความไม่แน่นอน แต่การลดดอกเบี้ยครั้งแรกของปี 2025 ถือเป็นสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มเปิดทางให้ สภาพคล่องกลับมาในระบบการเงิน และนี่อาจกลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้กับตลาดคริปโต โดยเฉพาะ Bitcoin และ Ethereum ที่นักลงทุนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

อ้างอิง : cointelegraph.com

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/fed-rate-cut-powell-fomc-bitcoin

Metaplanet รุกหนัก! เปิดบริษัทใหม่ในสหรัฐ–ญี่ปุ่น เสริมแกร่งกลยุทธ์ Bitcoin

Metaplanet บริษัทญี่ปุ่นที่เริ่มต้นจากธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ก่อนผันตัวสู่การเป็น Bitcoin Treasury Company กำลังรุกคืบอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศตั้งสองบริษัทย่อยทั้งในสหรัฐและญี่ปุ่น เพื่อยกระดับกลยุทธ์ Bitcoin และสร้างรายได้จากการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับคริปโต

เปิดตัวบริษัทย่อยในสหรัฐ: Metaplanet Income Corp.

Metaplanet เผยว่าได้จัดตั้ง Metaplanet Income Corp. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสหรัฐที่มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 15 ล้านดอลลาร์ โดยตั้งอยู่ที่ไมอามี

บริษัทนี้จะเน้นไปที่การสร้างรายได้จาก Bitcoin และการทำธุรกรรมอนุพันธ์ (derivatives trading) เพื่อสร้าง การแยกโครงสร้าง ระหว่างการถือครอง Bitcoin หลักของบริษัทกับการดำเนินธุรกิจด้านรายได้

การบริหารจะนำโดย Simon Gerovich ซีอีโอของ Metaplanet ร่วมกับ Dylan LeClair และ Darren Winia ทั้งนี้บริษัทระบุว่าการจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่นี้จะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการรวมในปีงบประมาณ 2025

Metaplanet Japan Inc.: เสริมความแข็งแกร่งในตลาดญี่ปุ่น

ในเวลาเดียวกัน Metaplanet ได้ก่อตั้ง Bitcoin Japan Inc. ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในย่านรปปงหงิ ฮิลส์ กรุงโตเกียว

บริษัทนี้จะดูแลการดำเนินงานด้าน สื่อและกิจกรรมคริปโตในญี่ปุ่น เช่น

  • การบริหารเว็บไซต์ Bitcoin.jp ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการ
  • การจัดทำ Bitcoin Magazine Japan
  • การจัดงาน Bitcoin Japan Conference เพื่อสร้างชุมชนและเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ในประเทศ

การบริหารงานจะนำโดย Simon Gerovich และ Yoshihisa Ikurumi

Metaplanet ก้าวสู่บริษัท Bitcoin Treasury อันดับ 6 ของโลก

ปัจจุบัน Metaplanet ถือครอง มากกว่า 20,136 BTC ทำให้ขึ้นแท่นเป็น บริษัทที่ถือ Bitcoin ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก ตามข้อมูลจาก BitcoinTreasuries.NET

โดยบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดคือ Strategy (MSTR) ของ Michael Saylor ซึ่งครองกว่า 638,985 BTC มูลค่ากว่า 74 พันล้านดอลลาร์ รองลงมาคือ Mara Holdings ที่ถือ 52,477 BTC และ XXI ที่ถือ 43,514 BTC

การระดมทุนมหาศาลเพื่อสะสม Bitcoin

ก่อนหน้านี้ Metaplanet เพิ่งประกาศแผนระดมทุน 204.1 พันล้านเยน (ราว 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ผ่านการเสนอขายหุ้นในต่างประเทศ เพื่อเสริมสภาพคล่องและขยายการสะสม Bitcoin ให้มากยิ่งขึ้น

นี่เป็นส่วนหนึ่งของ Bitcoin Income Business ที่บริษัทเริ่มดำเนินการตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2024 โดยมีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างรายได้ระยะยาวจากการถือครอง Bitcoin

การขยายตัวล่าสุดของ Metaplanet ทั้งในสหรัฐและญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะ สร้างอาณาจักร Bitcoin ที่ครบวงจร ไม่ใช่เพียงแค่การถือครองเหรียญ แต่ยังรวมถึงการสร้างระบบนิเวศน์ด้านสื่อ กิจกรรม และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin อีกด้วย

การก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก ยังตอกย้ำว่าญี่ปุ่นกำลังกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของกลยุทธ์การลงทุนในคริปโตระดับโลก

อ้างอิง : cointelegraph.com

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/metaplanet-bitcoin-expansion-us-japan

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...