โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกิดอะไรขึ้นกับตราสารหนี้ไทย ? Bond Yield ดีดแรง จุดไหนเริ่มน่าลงทุน

Finnomena

เผยแพร่ 18 ก.ย 2568 เวลา 11.38 น. • Definit

ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทย (Bond Yield) ปรับตัวขึ้นสูงขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เคยลดลงต่อเนื่องในระยะก่อนหน้า โดยการดีดตัวรอบนี้เกิดจากแรงขายทำกำไรในตลาดตราสารหนี้ (Market Correction) มากกว่าจะเป็นสัญญาณของความเสี่ยงใหม่ หรือความกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ การดีดตัวครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ประเมินจังหวะเข้าลงทุน ผ่านการอ่าน “Term Spread” ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่าง Bond Yield กับแนวโน้มเศรษฐกิจไทย

Bond Yield ไทยปรับตัวขึ้น

Bond Yield ไทยปรับตัวขึ้น

Bond Yield ของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10–30 ปีปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยพันธบัตร 30 ปี ดีดตัวจาก1.88% เมื่อวันที่ 9 กันยายน ขึ้นไปถึง 2.17% ในเวลาเพียงไม่กี่วัน

ขณะที่พันธบัตร 10 ปี ปรับขึ้นจาก 1.25% เป็น 1.52% ขณะที่ตราสารระยะสั้น 1–2 ปี ปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ตราสารหนี้ระยะยาวได้รับแรงกดดันมากที่สุด

อ่านตลาดผ่าน Term Spread

เพื่อให้มองภาพตลาดชัดขึ้น นักลงทุนมักใช้เครื่องมือสำคัญที่เรียกว่า Term Spread ซึ่งหมายถึงส่วนต่างระหว่าง Bond Yield อายุ 10 ปี ลบด้วย Bond Yield อายุ 1 ปี ทำหน้าที่เป็นดัชนีชี้วัดแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดตราสารหนี้

  • หาก Spread สูง แสดงถึงเศรษฐกิจแข็งแกร่ง และ Bond Yield ระยะยาวมีแนวโน้มปรับขึ้น
  • หาก Spread ต่ำ แสดงถึงเศรษฐกิจชะลอตัว และ Bond Yield อาจลดลง

โดยหากเรามองย้อนกลับไปในอดีตของประเทศไทย จะเห็นความสัมพันธ์นี้อย่างชัดเจน

Term Spread

ในช่วงปี 2000–2008 เศรษฐกิจเติบโต 4–5% และ Term Spread ก็อยู่ในระดับสูง สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาด ซึ่งสอดคล้องกับBusiness Sentiment Index (BSI) ที่สูงด้วยเช่นกัน

ต่อมาในช่วงปี 2015–2020 GDP ลดลงเหลือราว 3.4% ส่งผลให้ Term Spread ลดต่ำลงตามเศรษฐกิจ และตั้งแต่ปี 2022 จนถึงปัจจุบัน GDP ไทยโตเพียงราว 2.5% ทำให้ Spread ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเพียง 0.78% ชี้ถึงสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจอย่างชัดเจน

นักวิเคราะห์จึงนำ Term Spread มาใช้ประเมิน Bond Yield 10 ปี ด้วยสูตรง่าย ๆ คือ Bond Yield 10 ปี = Bond Yield 1 ปี + Term Spread

  • หากใช้ในกรณี Base Case โดยสมมติให้ Bond Yield อายุ 1 ปีอยู่ที่ 1.3% และ Term Spread เท่ากับ 0.5% จะได้ผลตอบแทนราว 1.8%
  • แต่ถ้าเป็นกรณี Bear Case เมื่อ Term Spread ขยับขึ้นมาที่1.26% ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีก็อาจแตะระดับ 2.55%

ตัวเลขเหล่านี้สามารถใช้เป็นแนวทางให้นักลงทุนประเมินจังหวะซื้อ-ขายตราสารหนี้ และตัดสินใจอย่างมีหลักการ

คำแนะนำเชิงกลยุทธ์

กลยุทธ์ตราสารหนี้

สำหรับนักลงทุนที่มองหาจังหวะกลับเข้าลงทุนตราสารหนี้ไทย การเคลื่อนไหวของ Bond Yield อายุ 10 ปี ถือเป็นเครื่องชี้วัดสำคัญ โดยปัจจุบัน Bond Yield 10 ปี ของประเทศไทยอยู่ที่ 1.49% ซึ่งยังต่ำกว่าระดับที่สะท้อนถึงความน่าสนใจในการเข้าซื้อ

กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ “รอจังหวะ” ให้ Bond Yield ปรับขึ้นไปสู่ระดับที่ให้มีโอกาสให้ผลตอบแทนคุ้มค่ามากขึ้น

  • จุดเข้าซื้อแรก (Base Case) หาก Bond Yield 10 ปี ขยับขึ้นไปถึง1.8% จะเป็นสัญญาณแรกที่น่าพิจารณาเข้าลงทุน เนื่องจากผลตอบแทนเริ่ม “ชดเชยความเสี่ยง” ได้เหมาะสม
  • จุดเข้าซื้อถัดมา (ฺBear Case) หาก Yield ยังปรับตัวขึ้นต่อ และแตะระดับ 2.55% นักลงทุนสามารถมองว่าเป็นโอกาสซื้อในจังหวะที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่น่าสนใจยิ่งกว่า
  • และสำหรับในช่วงที่นักลงทุนกำลัง “รอจังหวะ” เข้าลงทุน สามารถพักเงินในกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) เช่น KKP MP , KKP PLUS หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เช่น KFAFIX-A เพื่อรอ Bond Yield 10 ปี แตะ 1.80% หรือสูงกว่า แล้วค่อยกลับเข้าลงทุน

Reboot Bond Port

หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยมืออาชีพในการดูแลพอร์ตหุ้นกู้ของคุณ “Reboot Bond Port” คือคำตอบ!

Reboot Bond Port เป็นบริการตรวจสุขภาพหุ้นกู้จาก Definit วิเคราะห์และคัดเลือกหุ้นกู้ที่มีประสิทธิภาพ มีทีมวิเคราะห์การลงทุน และระบบการตรวจสอบความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ พร้อมออกแบบกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกู้ที่เหมาะสมกับคุณผ่านโมเดล 5F2M

สนใจรับบริการ คลิก 👉 https://finno.me/reboot-bond-port-ws

อ้างอิง: ชมรมหุ้นกู้

คำเตือน: การให้บริการ Reboot Your Port คือการตรวจสอบสุขภาพของพอร์ตการลงทุนและให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการ โดยการนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำดังกล่าวจะไม่สร้างสิทธิ, ความรับผิดชอบ, หรือภาระผูกพันทางกฎหมายในทุกกรณี บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับประกันผลลัพธ์ใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลและคำแนะนำ และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลหรือคำแนะนำไปใช้ในทุกกรณี | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00 – 17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-9933

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...