“พาวเวล” ชี้ปรับลดดอกเบี้ยเพื่อคุมความเสี่ยงเศรษฐกิจ คาดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าลากยาวถึงปี 2569
"พาวเวล" มีมติหั่นดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 4.00–4.25% พร้อมส่งสัญญาณลดต่ออีก 2 ครั้งภายในปีนี้ พาวเวลชี้ตลาดแรงงานเริ่มชะลอ เตือนแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาสินค้าอาจสะสมต่อเนื่องจนถึงปี 2569
วันที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 03.07 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณสำคัญต่อนักลงทุนเมื่อวันพุธ หลังมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% พร้อมระบุว่าอาจปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 2 ครั้งภายในสิ้นปี 2568
การตัดสินใจล่าสุดมีเสียงคัดค้านเพียงหนึ่งเสียงจาก นายสตีเฟน มิแรน กรรมการเฟดซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้ง อย่างไรก็ตามความเห็นของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) สำหรับปีหน้ามีความแตกต่างมากขึ้น โดยการคาดการณ์ที่เรียกว่า “ดอทพล็อต” (dot-plot) ชี้ว่ามีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้ง แต่สมาชิกบางส่วนเห็นว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยได้ถึง 3 ครั้งในปี 2569
ระหว่างการแถลงข่าว นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงความต้องการที่จะควบคุมความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
“คุณสามารถมองได้ว่านี่เป็นการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อบริหารความเสี่ยง” พาวเวลกล่าว พร้อมเสริมว่า“ภาพรวมของความเสี่ยงในปัจจุบันแตกต่างออกไป” เนื่องจากตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว เมื่อเทียบกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ที่ผ่านมาเฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลาง ขณะเดียวกันพาวเวลแสดงความกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรที่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์นำมาใช้ อาจทำให้ราคาสินค้าเร่งตัวขึ้น
พาวเวลระบุว่า บริษัทต่าง ๆ ยังไม่ได้ส่งผ่านต้นทุนจากมาตรการภาษีไปสู่ผู้บริโภคอย่างเต็มที่ แต่คาดว่าผลกระทบจะชัดเจนมากขึ้น “ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้และเข้าสู่ปีหน้า”
ขณะเดียวกันพาวเวลเตือนว่า คาดว่าผลของเงินเฟ้อจากราคาสินค้าจะยังคงสะสมต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้และตลอดปี 2569 โดยคำกล่าวนี้มีขึ้นหลังเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%
“เราเริ่มเห็นว่าราคาสินค้ามีส่วนผลักดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้น และความจริงแล้วการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าคิดเป็นสัดส่วนหลัก หรืออาจทั้งหมด ของการปรับขึ้นเงินเฟ้อในปีนี้ …แม้ผลกระทบดังกล่าวยังไม่มากนักในตอนนี้ แต่เราคาดว่าจะสะสมต่อเนื่องไปจนถึงช่วงที่เหลือของปีนี้และตลอดปีหน้า”
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปีในเดือนที่แล้ว ถือเป็นการปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ตั้งแต่เดือนเมษายน เงินเฟ้อได้เร่งตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่เมื่อเทียบรายเดือน
อ้างอิง : cnbc.com